8 ม.ค. เวลา 14:51 • หุ้น & เศรษฐกิจ

🔥 ทรัมป์ยึดเวเนซุเอลา ตัดวงจรแร่หายากไปจีน สงครามการควบคุมทรัพยากรได้เริ่มขึ้นแล้ว

หลังสหรัฐฯ จับกุมผู้นำเวเนซุเอลา Nicolás Maduro เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2026 สื่อทั่วโลก และนักวิเคราะห์มุ่งเป้าไปที่น้ำมัน แต่มีบางอย่างที่แปลกมาก
ราคาน้ำมันในตลาดโลกแทบไม่เปลี่ยนแปลง แต่กลับมีอย่างหนึ่งที่พุ่งขึ้นอย่างน่าตกใจ: VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF กระโดดขึ้น 3.8% ในวันแรก และอีก 6% ในเช้าวันถัดมา รวมแล้วพุ่งเกือบ 10% ภายใน 48 ชั่วโมง
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และนี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องน้ำมัน
---------
💬 คำพูดที่บอกความจริง
ทรัมป์พูดประโยคหนึ่งที่สื่อส่วนใหญ่มองข้ามไป: "Rare earth is not rare, what's rare is the processing" - โลหะหายากไม่ได้หายาก สิ่งที่หายากคือการแปรรูป
ประโยคนี้เปิดเผยทุกอย่าง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ใครมีแร่อยู่ใต้ดิน แต่อยู่ที่ใครสามารถแปรรูปมันให้เป็นวัสดุที่ใช้งานได้ และตอนนี้ผู้ที่ควบคุมการแปรรูปโลหะหายากเกือบทั้งหมดของโลกคือจีน ถึง 91% ของกำลังการแปรรูปทั้งหมด
ถึงแม้เวเนซุเอลาจะมีน้ำมันอยู่มาก ที่จะกดดัน OPEC และรัสเซีย และสร้างอำนาจต่อรองให้อเมริกา แต่ราคาแร่หายากในตลาดกลับสะท้อนมุมมองของนักลงทุนที่ให้น้ำหนักเรื่องนี้ เพราะเข้าใจว่านี่คือ เกมที่ใหญ่กว่ามาก นี่คือสงครามที่แท้จริง ที่เกี่ยวกับอนาคตของเทคโนโลยี ว่าใครจะควบคุม supply chain ของโลกยุคใหม่ วัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับทุกอย่างตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ไฟฟ้า กังหันลม ไปจนถึงขีปนาวุธและเครื่องบินรบ F-35
---------
🇨🇳 เงิน 60,000 ล้านดอลลาร์และเงาของมังกร
เวเนซุเอลาไม่ได้ตกอยู่ในมือจีนเพียงแค่ข้ามคืน เรื่องราวเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2007 เมื่อประธานาธิบดี Hugo Chávez เริ่มหันไปหาปักกิ่งเพื่อหาเงินทุนหลังถูกสหรัฐฯ และสถาบันการเงินตะวันตกตัดขาด
China Development Bank เดินเข้ามาพร้อมกับข้อเสนอที่ดูดีเหลือเกิน: เงินกู้จำนวนมหาศาลโดยไม่ถามคำถามมากมายเหมือนธนาคารโลกหรือ IMF แต่มีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว - ชำระหนี้ด้วยน้ำมัน
ระหว่างปี 2007 ถึง 2023 จีนปล่อยกู้ให้เวเนซุเอลาทั้งหมดมากกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ เป็นเงินกู้จำนวนมากที่สุดที่จีนให้ประเทศใดประเทศหนึ่งเลย คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของเงินกู้ทั้งหมดที่จีนให้ละตินอเมริกา สัญญาทำง่าย ๆ: เวเนซุเอลาส่งน้ำมัน 100,000-153,000 บาร์เรลต่อวันให้ CNPC (บริษัทน้ำมันแห่งชาติจีน) จนกว่าหนี้จะหมด
แต่เรื่องไม่ได้จบแค่น้ำมัน
CNPC และ Sinopec บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของจีน เข้ามาตั้งโครงการร่วมทุนกับ PDVSA บริษัทน้ำมันแห่งชาติเวเนซุเอลา ปัจจุบันพวกเขาควบคุมสัมปทานน้ำมันรวมกัน 4.4 พันล้านบาร์เรล CNPC เพียงแห่งเดียวมี 5 โครงการในเวเนซุเอลา โดยเฉพาะ Sinovensa joint venture ที่ผลิตประมาณ 100,000 บาร์เรลต่อวัน
เมื่อถึงตุลาคม 2024 เวเนซุเอลาส่งออกน้ำมัน 952,000 บาร์เรลต่อวัน จากจำนวนนี้ 778,000 บาร์เรล หรือ 81.7% ไปจีนทั้งหมด ตัวเลขที่น่าตกใจจนแทบจะเรียกได้ว่าจีนเป็นเจ้าของน้ำมันเวเนซุเอลาไปแล้วก็ว่าได้
แต่นั่นยังไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลที่สุด
------------
⛰️ Orinoco Mining Arc: สวรรค์ทางธรณีวิทยา นรกของมนุษย์
ปี 2016 ในขณะที่เศรษฐกิจเวเนซุเอลากำลังล่มสลาย Maduro ประกาศจัดตั้ง "Orinoco Mining Arc National Strategic Development Zone" เขตพัฒนาเหมืองแร่ยุทธศาสตร์ที่มีขนาด 111,843 ตารางกิโลเมตร หรือ 12.2% ของพื้นที่ประเทศทั้งหมด ใหญ่เท่ากับประเทศโปรตุเกส
บริเวณนี้ตั้งอยู่บน Guiana Shield หนึ่งในแหล่งธรณีวิทยาโบราณที่สุดในโลกที่มีอายุย้อนไปถึงยุค Precambrian การสำรวจเบื้องต้นพบทรัพยากรมหาศาล: ทองคำประมาณ 7,000 ตัน (ถ้าเป็นจริง จะทำให้เวเนซุเอลามีปริมาณทองคำรองจากออสเตรเลีย), coltan มูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์, เพชร 3,000 ล้านกะรัต, และโลหะหายาก 300,000 เมตริกตัน รวมมูลค่าทั้งหมดที่รัฐมนตรีเคยอ้างถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์
แต่เบื้องหลังทรัพยากร 2 ล้านล้านดอลลาร์คือราคาที่ต้องจ่าย: เด็กเกือบ 250,000 คนถูกบังคับให้ขุดแร่, ผู้หญิงชนพื้นเมือง 92% มีปรอทในเลือดเกินมาตรฐาน, และป่า Amazon กว่า 779,600 เฮกตาร์ถูกทำลายในรอบ 20 ปี
แทนที่จะกลายเป็นโครงการที่ถูกกฎหมายที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ Orinoco Mining Arc กลับกลายเป็นสนามเลือดที่ถูกควบคุมโดยกลุ่มอาชญากร กองกำลังติดอาวุธ และเครือข่ายลับลักลอบแร่
นี่คือจุดที่จีนเข้ามาในอีกรูปแบบหนึ่ง
ในปี 2023 กองโจร ELN (National Liberation Army) จากโคลอมเบียยกทัพข้ามแม่น้ำ Orinoco เข้ายึดเหมืองในพื้นที่ชื่อ "Pego Pego" ในรัฐ Bolívar คนงานเหมืองและชาวบ้านเล่าว่าพวก ELN มาพร้อมกับ "ผู้ซื้อชาวจีน" จำนวนหลายร้อยคน พวกเขามาด้วยเฮลิคอปเตอร์
"พวกเขากินข้าวด้วยกัน ซื้อของด้วยกัน แม้กระทั่งลงจากเฮลิคอปเตอร์ด้วยกัน" คนงานเหมืองคนหนึ่งเล่าให้นักข่าวจาก Amazon Underworld ฟัง
การค้นพบนี้เปิดเผยเครือข่ายที่ซับซ้อน แร่ธาตุจากเวเนซุเอลาถูกลำเลียงข้ามแม่น้ำ Orinoco ไปยังโคลอมเบียตอนกลางคืนโดยใช้เรือแคนู จากนั้นถูกส่งไปยังโรงหลอมในโบโกตา เมืองหลวงของโคลอมเบีย ที่นั่นแร่ coltan และ cassiterite (แร่ดีบุก) จะถูกหลอมเป็นแท่งโลหะ
ขั้นตอนต่อมาคือการ "ล้างแร่" ผู้ส่งออกจะเปลี่ยนชื่อสินค้าจาก "coltan ore" เป็น "ferro-tantalum" (โลหะแปรรูป) เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ จากนั้นส่งออกผ่านท่าเรือ Santa Marta หรือ Buenaventura ไปยังจีน
"SEBIN (หน่วยข่าวกรองแห่งชาติเวเนซุเอลา) ใช้รถขาวไม่มีป้ายทะเบียนที่เขียนว่า 'ใช้ราชการ' มีระบบขนส่งสำหรับทุกอย่าง: coltan, ดีบุก, ทองคำ" พยานคนหนึ่งเล่า
นอกจากเครือข่ายผิดกฎหมายแล้ว รัฐบาลเวเนซุเอลายังตั้ง Venezuelan Mining Corporation (CVM) เพื่อรวบรวมแร่อย่างเป็นทางการ ศูนย์รับซื้อ coltan และ cassiterite ถูกตั้งขึ้นในเมือง Los Pijiguaos และ Morichalito ในปี 2023 หลังจากรัฐบาลประกาศให้แร่เหล่านี้เป็น "ทรัพยากรยุทธศาสตร์"
ทั้งหมดนี้ไหลไปที่เดียว: จีน
-----------
🏭 ผู้ครองโลกแห่งการแปรรูป
นี่คือจุดสำคัญที่สุดของเกมทั้งหมด
โลหะหายากไม่ได้หายากจริง ๆ คุณสามารถหามันได้ในหลายประเทศทั่วโลก แต่การนำมันมาแปรรูปให้เป็นวัสดุที่ใช้งานได้นั้นยากมาก ต้องใช้โรงงานที่มีเทคโนโลยีสูง ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล และที่สำคัญที่สุด - ต้องยอมรับมลพิษที่รุนแรง
จีนใช้เวลาหลายทศวรรษสร้างระบบนิเวศนี้ขึ้นมา ขณะที่ประเทศตะวันตกพอใจที่จะย้ายอุตสาหกรรมที่สกปรกไปอีกซีกโลก ปัจจุบันจีนควบคุม 91% ของกำลังการแปรรูปโลหะหายากทั้งหมดของโลก สำหรับ heavy rare earths บางชนิดที่จำเป็นสำหรับแม่เหล็กทนความร้อนสูง จีนควบคุมมากกว่า 99%
นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลข นี่คือพลังในการต่อรอง
เมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว จีนเคยจำกัดการส่งออกโลหะหายากไปยังญี่ปุ่นเพื่อเป็นอาวุธทางการเมืองในข้อพิพาทเกี่ยวกับทะเลจีนตะวันออก ผลก็คือญี่ปุ่นต้องยอมถอย
เมื่อเมษายน 2025 จีนทำมันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป้าหมายคือสหรัฐฯ ปักกิ่งประกาศจำกัดการส่งออกโลหะหายาก 7 ชนิดและแม่เหล็กเพื่อตอบโต้ภาษีของทรัมป์ มาตรการนี้ครอบคลุมถึงสินค้าที่ผลิตนอกจีนแต่มีโลหะหายากจากจีนเพียง 0.1% หรือใช้เทคโนโลยีการขุด การแยก หรือการผลิตแม่เหล็กที่พัฒนาโดยบริษัทจีน
นี่คือการประกาศสงครามทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
และเวเนซุเอลา พร้อมกับแร่หายากที่ไหลเข้าจีนมาหลายปี กลายเป็นหนึ่งในแหล่งสำคัญที่จีนพึ่งพา การที่สหรัฐฯ เข้ามาตัดเส้นทางนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
----------
💰 ผลกระทบต่อตลาด: ใครได้ ใครเสีย
การที่สหรัฐฯ เข้าควบคุมเวเนซุเอลาส่งผลกระทบไปทั่วโลกทันที
จีนเสียแหล่งน้ำมันราคาถูก 778,000 บาร์เรลต่อวัน แต่ที่สำคัญกว่าคือเสียแหล่งแร่หายากที่ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด CNPC และ Sinopec ที่ควบคุมสัมปทาน 4.4 พันล้านบาร์เรลอาจถูกยึดหรือถูกบังคับให้ขายในราคาขาดทุน หนี้ 10,000-19,000 ล้านดอลลาร์ที่เวเนซุเอลาค้างจีนอาจกลายเป็นกระดาษเปล่า
ในฝั่งสหรัฐฯ บริษัทเหมืองแร่หายากอย่าง MP Materials และ Lynas Rare Earths ของออสเตรเลียได้ประโยชน์ทันที หุ้นของพวกเขาพุ่งขึ้นตามไปด้วย เพราะถ้าสหรัฐฯ สามารถตัดจีนออกจากแหล่งวัตถุดิบได้ ราคาแร่หายากจะพุ่งขึ้น และบริษัทที่สามารถผลิตนอกจีนจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมหาศาล
แต่ปัญหาใหญ่ยังคงอยู่: สหรัฐฯ สามารถเข้าถึงแร่ดิบได้แล้ว แต่จะแปรรูปมันอย่างไร? การสร้างโรงแปรรูปโลหะหายากที่ทันสมัยใช้เวลา 5-10 ปี และเงินลงทุนหลักหมื่นล้านดอลลาร์
ทรัมป์รู้เรื่องนี้ดี นั่นคือเหตุผลที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเร่งสร้างโรงหลอมในเทนเนสซีร่วมกับ Korea Zinc ด้วยเงินลงทุน 7.4 พันล้านดอลลาร์ Pentagon เองก็ต้องการแร่หายากเหล่านี้เข้าคลังสำรองเพื่ออุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
Commerce Secretary Howard Lutnick พูดชัดเจนเมื่อวันอาทิตย์บน Air Force One: "คุณมีเหล็ก คุณมีแร่ธาตุ แร่ธาตุสำคัญทั้งหมด พวกเขามีประวัติการทำเหมืองที่ยอดเยี่ยมที่เป็นสนิม ประธานาธิบดีทรัมป์จะซ่อมแซมและนำมันกลับมา"
-----------
🌏 เกมที่ใหญ่กว่าเวเนซุเอลา
สิ่งที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลาไม่ได้จบแค่นั้น นี่คือจุดเริ่มต้นของสงครามแย่งชิงทรัพยากรยุคใหม่
ถัดไปคือไหน? โบลิเวียที่มีปริมาณลิเธียมมากที่สุดในโลก? คองโกที่มีโคบอลต์ถึง 70% ของโลก? มองโกเลียที่มีแร่หายากจำนวนมหาศาล?
ทุกประเทศที่มีแร่ธาตุสำคัญและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีนกำลังกลายเป็นเป้าหมายถัดไป นี่คือ Resource Nationalism 2.0 - ไม่ใช่แค่การปกป้องทรัพยากรของตัวเอง แต่คือการควบคุมทรัพยากรของคนอื่นเพื่อไม่ให้คู่แข่งได้ไป
บทเรียนที่ชัดเจนที่สุดจากเวเนซุเอลาคือ: ในโลกแห่งการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (energy transition) โลหะหายากสำคัญกว่าน้ำมันมาก คุณสามารถหาน้ำมันได้จากหลายแหล่ง คุณสามารถเปลี่ยนไปใช้พลังงานทดแทนได้ แต่คุณไม่สามารถสร้างรถยนต์ไฟฟ้า กังหันลม แผงโซล่าเซลล์ หรือโทรศัพท์มือถือโดยไม่มีโลหะหายาก
และที่สำคัญกว่านั้น: การมีแร่อยู่ใต้ดินไม่ได้มีความหมายอะไรถ้าคุณไม่สามารถแปรรูปมัน ดังที่ทรัมป์พูด "what's rare is the processing"
นี่คือเหตุผลว่าทำไม Rare Earth ETF พุ่งขึ้น 10% ขณะที่ราคาน้ำมันแทบไม่เคลื่อนไหว นักลงทุนเข้าใจแล้วว่าเกมเปลี่ยนไป ผู้ที่ควบคุมการแปรรูปโลหะหายากจะเป็นผู้ควบคุมอนาคตของเทคโนโลยี
และสงครามนี้เพิ่งเริ่มต้น สิ่งที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลาคือการยิงนัดแรกในสงครามที่จะกำหนดว่าใครจะครองโลกในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่ด้วยน้ำมัน แต่ด้วยโลหะหายากที่ซ่อนอยู่ใต้ป่า Amazon
Boyles bigmove club
---
**แหล่งข้อมูล**: บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากรายงานของ Bloomberg, South China Morning Post, E&E News by POLITICO, InfoAmazonia, Center for Strategic and International Studies (CSIS), Columbia University's Center on Global Energy Policy, Reuters, Al Jazeera และ Amazon Underworld - องค์กรข่าวสืบสวนที่เชี่ยวชาญเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติในลุ่มแม่น้ำ Amazon รวมถึงข้อมูลจาก US Geological Survey, AidData และ International Crisis Group
โฆษณา