9 ม.ค. เวลา 13:24 • ถ่ายภาพ

"ภาพถ่ายติดบุคคลอื่นไม่ผิด PDPA โดยตรง แต่เสี่ยง “ละเมิด” ถ้าใช้ไม่ระวัง"

ภาพนี้เป็นภาพถ่ายในร้านอาหาร
ฉันถ่ายภาพตัวเอง และมีบุคคลอื่นติดอยู่ด้านหลังโดยไม่ได้ตั้งใจ
ก่อนนำมาใช้ ฉันเลือกทำโมเสกใบหน้าบุคคลเหล่านั้นออก หลายคนอาจสงสัยว่า
“ถ้าไม่ทำโมเสก จะผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) หรือไม่?”
ในทางกฎหมาย ต้องอธิบายให้ชัดว่า
กรณีนี้ไม่ใช่ความผิด PDPA โดยตรง
เหตุผลคือ PDPA ใช้กับกรณีที่มี “การเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล” โดย ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือ ผู้ประมวลผลข้อมูล
ซึ่งต้องเป็นการดำเนินการอย่างเป็นระบบ มีวัตถุประสงค์ และอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย
การถ่ายภาพส่วนบุคคลในชีวิตประจำวัน
เพื่อนำมาโพสต์โดยไม่ได้มีการจัดเก็บเป็นฐานข้อมูล
ไม่ได้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ
และไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล
โดยทั่วไปจึงไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตาม PDPA
แต่…แม้จะไม่ผิด PDPA ไม่ได้แปลว่าจะ “ปลอดความเสี่ยงทางกฎหมายทั้งหมด”
สิ่งที่ต้องระวังคือ กฎหมายเรื่อง “ละเมิด” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
หากการเผยแพร่ภาพนั้นทำให้บุคคลในภาพเสียชื่อเสียง ถูกเข้าใจผิด ถูกล้อเลียน ดูหมิ่น หรือถูกนำไปใช้ในบริบทที่เขาเสียหาย
ผู้ถ่ายหรือผู้เผยแพร่อาจต้องรับผิดฐานละเมิดแม้จะไม่มีเจตนาก็ตาม
ดังนั้น การทำโมเสกในกรณีนี้
ไม่ใช่เพราะ “กลัว PDPA”
แต่เป็นการป้องกันความเสี่ยงทางละเมิด
เคารพสิทธิในความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น
และลดปัญหาทางกฎหมายที่ไม่จำเป็น
กฎหมายไม่ได้ห้ามการใช้ชีวิต
แต่สอนให้เราใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง
บางครั้งการป้องกันไว้ก่อนเพียงเล็กน้อย
ก็ช่วยให้เราไม่ต้องมาแก้ปัญหาใหญ่ในภายหลัง
ภาพ: ทนายน้อยหน่าในร้านอาหารหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจนั่งเวรทนายอาสา
หมายเหตุ: ป.พ.พ. มาตรา 420 วางหลักว่า
"ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย ให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น"
#ทนายน้อยหน่า
#สนุกกับกฎหมายวันละนิดชีวิตง่ายขึ้น
โฆษณา