10 ม.ค. เวลา 09:34 • กีฬา

ถ้า สตีเวน เจอร์ราร์ด มาคุมทีมแทน อาร์เนอ ชล็อต

อันนี้ผมลองคิดเล่น ๆ ว่าถ้า สตีเวน เจอร์ราร์ด ได้มาคุม ลิเวอร์พูล แทน ชล็อต แล้วมันจะเป็นยังไง
พอดีช่วงนี้มีข่าวว่า โอเล กุนนาร์ โซลชา เป็นเต็งหนึ่งที่จะกลับมาคุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง หลังจากที่โดนไล่ออกไปเมื่อ 3-4 ปีก่อน
พอมีข่าวนี้เห็นเด็กผีส่วนหนึ่งพากันดีใจ อยากให้ โซลชา กลับมาแก้ตัว เพราะมองว่าเขาคือกุนซือที่มี "DNA ของแมนยู" มากที่สุด
จะปลุกผีมันต้องใช้เด็กผี อะไรทำนองนั้น
ในขณะที่ฝั่งของ ลิเวอร์พูล ก็มีข่าวทำนองนี้ออกมาเหมือนกัน คือก่อนเกมเจอกับ อาร์เซนอล มันมีรายงานจากสื่อจอมปั่นของสเปนที่ชื่อ Fichajes ว่า หงส์แดง เตรียมปลด ชล็อต ถ้าผลงานไม่ดี และมีแผนจะดึง สตีเวน เจอร์ราร์ด เข้ามาทำหน้าที่แทนชั่วคราวจนจบฤดูกาล
แล้วผมก็เห็นแฟนบอลส่วนหนึ่งเชียร์กันยกใหญ่ อยากเห็นตำนานของทีมกลับมาปลุกเครื่องจักรสีแดง พาทีมประสบความสำเร็จอีกครั้ง
ซึ่งตัวผมเองโคตรจะไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้เลย
ประการแรกคือสื่อนี้มันเป็นสื่อปั่นตามสถานการณ์ เหมือน เดอะซัน ของอังกฤษที่ชอบเล่นข่าวซุบซิบ ไม่มีที่มาที่ไป ซึ่งนี่ไม่ใช่ข่าวแรกที่สื่อสเปนรายนี้เสนอ มันมั่วมาก่นหน้านี้แล้วเยอะแยะ
Apple iPhone 16 ลดราคา!
ประการที่สอง ถ้าวิเคราะห์กันอย่างจริงจังในแง่ฟุตบอล เจอร์ราร์ด ไม่เหมาะกับ ลิเวอร์พูล อย่างมาก เมื่อดูจากผลงานที่ผ่านมา
แน่นอนว่าการก้าวเข้ามาของ สตีเวน เจอร์ราร์ด ในบทบาทผู้จัดการทีมชั่วคราวหาก อาร์เนอ ชล็อต ต้องอำลาตำแหน่งไป ถือเป็นแนวทางที่เต็มไปด้วย "ความโรแมนติก" แต่แฝงไปด้วยความเสี่ยงมหาศาล
ในแง่ของความเหมาะสม เจอร์ราร์ด คือสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณของ ลิเวอร์พูล ที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ และเชื่อว่าการปรากฏตัวของเขาที่ แอนฟิลด์ จะช่วยปลุกเร้าอารมณ์ร่วมของแฟนบอลที่กำลังท้อแท้และลดอุณหภูมิความตึงเครียดในสโมสรได้ทันที
อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ของ "แท็กติก" และ "ประสบการณ์" ที่ผ่านมากับ แอสตัน วิลล่า หรือในลีกซาอุดีอาระเบีย จะพบว่าเขายังมีเครื่องหมายคำถามเรื่องการรับมือกับฟุตบอลระดับสูงที่เน้นรายละเอียดซับซ้อน ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่ ชล็อต ทิ้งไว้
สถานการณ์ของทีมมีโอกาสที่จะ "ดีขึ้นในระยะสั้น แต่เปราะบางในระยะยาว" โดยในช่วงแรกเราอาจได้เห็นอาการ "บอลเปลี่ยนโค้ช" ที่นักเตะวิ่งลืมตายเพื่อพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าตำนานสโมสร พลังงานในห้องแต่งตัวจะพุ่งสูงขึ้นเนื่องจาก เจอร์ราร์ด บารมีสูงพอที่จะทำให้นักเตะระดับสตาร์ยอมรับได้
แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อ "น้ำผึ้งพระจันทร์" หมดลง หากเขาไม่สามารถสร้างระบบการเล่นที่ชัดเจนหรือแก้ปัญหาเกมรับที่เป็นจุดอ่อนได้ สถานการณ์อาจแย่ลงกว่าเดิม เพราะความกดดันจะถาโถมเข้าใส่ในฐานะ "ลูกหม้อ" ซึ่งหากล้มเหลวอาจเป็นการทำลายภาพลักษณ์ตำนานของเขาไปอย่างน่าเสียดาย
เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับกรณีของ โอเล กุนนาร์ โซลชา ที่เข้ามารับงานชั่วคราวต่อจาก โชเซ มูรินโญ ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2018 จะพบความคล้ายคลึงกันอย่างมากในเรื่องของการใช้ "DNA ของสโมสร" มาเยียวยาบาดแผล
โซลชา ประสบความสำเร็จอย่างล้นลามในช่วงแรกด้วยการคืนรอยยิ้มและอิสระในการเล่นให้เหล่านักเตะ จนได้รับสัญญาถาวร ซึ่งกรณีของ เจอร์ราร์ด ก็มีแนวโน้มจะเดินตามรอยนี้ คือการเน้นสร้างบรรยากาศเชิงบวกและการโจมตีที่รวดเร็ว เพื่อลบภาพความตึงเครียดในยุคก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ข้อแตกต่างสำคัญคือ สภาพแวดล้อมและมาตรฐานของคู่แข่ง ในปี 2026 นั้นเข้มข้นกว่าปี 2018 มาก ลิเวอร์พูล ในยุคปัจจุบันถูกสร้างมาด้วยระบบที่เน้นความเข้าใจเกมสูง (Positional Play) ขณะที่ โซลชา เน้นการเล่นโต้กลับเร็ว (Counter-attack) ซึ่งใช้สัญชาตญาณนักเตะเป็นหลัก
หาก เจอร์ราร์ด พยายามใช้เพียง "ใจ" และ "ความกระหาย" แบบที่ โซลชา ใช้ในช่วงแรก เขาอาจจะพา ลิเวอร์พูล เก็บชัยชนะได้ในเกมที่เน้นอารมณ์ แต่ในเกมที่ต้องชิงไหวชิงพริบกับยอดโค้ชอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หรือ มิเกล อาร์เตต้า เขาอาจจะประสบปัญหาเหมือนที่ โซลชาเคยเจอในบั้นปลาย
ดังนั้นการแต่งตั้ง เจอร์ราร์ด จะเป็นการ "เดิมพันด้วยศรัทธา" มากกว่าเหตุผลทางฟุตบอล หากบอร์ดบริหารต้องการเพียงแค่ประคองทีมให้จบฤดูกาลและเรียกศรัทธาแฟนบอลกลับมา เจอร์ราร์ด อาจจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในแง่ของสัญลักษณ์
แต่ถ้าต้องการยกระดับทีมเพื่อกลับไปลุ้นแชมป์อย่างเป็นระบบ การเลือก เจอร์ราร์ด อาจเป็นการทำซ้ำประวัติศาสตร์ของ โซลชา คือการเริ่มต้นด้วยความสุขแต่จบลงด้วยการหลงทางในเชิงแท็กติก ซึ่งสุดท้ายแล้วสถานการณ์จะดีขึ้นเพียงชั่วคราว
แต่ไม่อาจการันตีความสำเร็จที่ยั่งยืนได้เท่ากับโค้ชที่มีประสบการณ์บริหารจัดการทีมระดับโลกได้
อย่างไรก็ตามถ้าเกิด อาร์เนอ ชล็อต ต้องโดนปลดจริง ๆ ผมก็เชื่อว่าจากผลงานของ สตีวี่จี ที่ผ่านมา
เราไม่ควรเลือก เจอร์ราร์ด มาทำหน้าที่ชั่วคราวแต่ประการใด
YNWA
#myliverpoolthailand #YNWA #LIVERPOOLFC #thekop #ลิเวอร์พูล #เดอะค็อป #หงส์แดง #เด็กหงส์ #liverpool #พรีเมียร์ลีก
โฆษณา