11 ม.ค. เวลา 00:20 • ประวัติศาสตร์

ตอนที่ 247 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระราชทานเสื้อผ้า

ในปี พ.ศ. 2310 เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ครองกรุงธนบุรีแล้ว ทรงพระราชทานเสื้อผ้าแก่ข้าราชการ ขุนนาง และเหล่าพสกนิกรที่มาเข้าเฝ้า ดังปรากฏใน "พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม)" เอาไว้ว่า
"แลพระราชทานวัตถาลังกาภรณ์เสื้อผ้าเงินตราจะนับประมาณมิได้" (1 : 54)
ในอดีต เสื้อผ้าไม่ได้เป็นแค่เครื่องนุ่งห่ม แต่บ่งบอกถึงสถานะ ศักดินา และชนชั้นทางสังคม มีการแบ่งแยกเนื้อผ้า การตัดเย็บ สี และข้อห้ามต่างๆ ดังปรากฏใน "จดหมายเหตุ ลา ลูแบร์ ราชอาณาจักรสยาม" เอาไว้ว่า
"ฝ่ายพวกอำมาตย์หรือขุนนางนอกจากนุ่งผ้าแล้ว ยังสวมเสื้อครุยผ้ามัสลินอีกตัวหนึ่งใช้เหมือนเสื้อนอกหรือเสื้อคลุม" (2 : 88)
"พระเจ้ากรุงสยามทรงใช้ฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บด้วยผ้าเยียรบับอย่างงาม" (2 : 91)
"บรรดาเสื้อแสงที่โปรดพระราชทานแก่ข้าราชการจึงตัดเย็บด้วยผ้ามัสลินย้อมสีแดง" (2 : 91)
"ผ้านุ่งที่มีความงดงามลางชนิดเช่นผ้าม่วงไหมยกดอก หรือผ้าม่วงไหมอย่างไม่ยกดอก และเช่นผ้าลายเนื้อดี อนุญาตให้ใช้นุ่งได้แต่เฉพาะบุคคลที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น" (2 : 95)
สำหรับเสื้อผ้าที่พระราชทานนั้น ส่วนใหญ่เป็นเสื้อสนอบ เป็นผ้าเนื้อดีและมีราคาสูง ดังปรากฏใน "การแต่งกายของคนไทย" เอาไว้ว่า
"เสื้อที่พระราชทานแก่ผู้ที่มีความดีความชอบนั้น เท่าที่ปรากฎหลักฐานเรียกว่า เสื้อสนอบ เข้าใจว่าจะเป็นเสื้อชั้นดี มีค่าสูงกว่าเสื้ออื่น ๆ เสื้อสนอบนี้มีกล่าวถึงในกฎหมายเก่าและกฎมณเฑียรบาลหลายแห่ง เช่น
ถ้าผู้ใดชนช้างชนะ บำเหน็จหมวกทอง เสื้อสนอบทองปลายแขน ยกที่ขึ้นถือนา 10,000
อนึ่ง พระเจ้าอยู่หัวประสาทผ้าเสื้อสนอบ แก่ทหารพลเรือนทั้งหลาย เมื่อแขกเมืองมาและ เบิกเข้าไปถวายบังคม บ่มิได้นุ่งห่มเสื้อสนอบซึ่ง พระราชทานนั้นและนุ่งห่มผ้าอื่นมิควรให้มาดูร้าย" (3 : 73)
ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชยังมีบันทึกว่าได้พระราชทานเสื้อผ้าอีกหลายครั้ง ดังเช่น คราวตั้งพระยากาวิละ เป็นเจ้าผู้ครองนครลำปาง เมื่อปี พ.ศ. 2317 ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวไปแล้วว่า
"พระราชทานพระแสงปืนยาว พระแสงหอก เสื้อผ้า แก่กาวิละให้ถือพระราชอาญาสิทธิ์เป็นพระยากาวิละครองนครลำปาง พระราชทานเสื้อผ้าแก่น้อยธรรมผู้น้องให้เป็นพระยาอุปราชาฝ่ายหน้า นครลำปาง พระราชทานเสื้อผ้าแก่นายสม นายดวงทิพ นายมูลา นายคำฟั้น นายบุญมาผู้น้องเป็นราชวงศ์" (1 : 78)
ยังมีบันทึกอีกว่า ในปี พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้พระราชทานฉลองพระองค์แบบฝรั่งให้แก่พระยาราชาเศรษฐีญวน (หมักเทียนตื๋อ) เมื่อคราวรวบรวมไพร่พลที่หัวเมืองชายทะเลตะวันออก แสดงให้เห็นว่าในสมัยกรุงธนบุรีนิยมสวมเสื้อผ้าแบบตะวันตกบ้างแล้ว ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวไปแล้วว่า
"จึงนำศุภอักษรกับฉลองพระองค์อย่างฝรั่งขึ้นไปพระราชทานพระยาราชาเศรษฐี" (1 : 44)
ในกฏหมายตราสามดวงมีมาตราหนึ่ง ระบุไว้ว่า ผู้ใดเคยได้รับพระราชทานเสื้อผ้า ต่อมาได้แนะนำหรือสนับสนุนให้ก่อการกบฏจะได้รับโทษกบฏด้วย ดังปรากฏใน "พระไอยการกระบดศึก" เอาไว้ว่า
"มาตราหนึ่ง ผู้ใดเปนข้าพระพุทธเจ้าอยู่หัวๆ ทรงพระเมตตาพระราชทานเงินทองเสื้อผ้าชุบย้อม ตกแต่งเปนถึงขุนหมื่น ครั้นอยู่มาเกิดจุลาจลมีราชสัตรูเข้ามารบเอาบ้านเมือง แลมันผู้ซึ่งท่านตั้งแต่งเปนขุนหมื่นนั้น มิได้คิดถึงคุณซึ่งท่านชุบย้อม คิดกบถชักภาแนะนำราชสัตรูเข้ามาถึงพระนคร ให้รบเอาบ้านเมืองของพระเจ้าอยู่หัว สืบสวนเปนสัจ ท่านให้ลงโทษโดยมันคิดร้าย" (4 : 468)
นอกจากนี้หากผู้ใดมีฐานันดรสูงศักดิ์ ได้ประทานหรือมอบสิ่งของและเสื้อผ้าให้แก่บุคคลใด หากวันหนึ่งบุคคลนั้นคิดการกบฏ ก็ถือเป็นการให้ความร่วมมือหรือสนับสนุนแก่บุคคลเหล่านั้นด้วย ดังกรณีสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนกษัตรานุชิต (เจ้าฟ้าเหม็น พระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) เคยพระราชทานเงินตรากับเสื้อผ้าให้ขุนนางกลุ่มหนึ่ง จึงถูกตัดสินว่าเป็นกบฏต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) เมื่อปี พ.ศ. 2352 ดังปรากฏใน "ศุภอักษร เรื่องหม่อมเหม็นกับพวกเป็นกบฏ จ.ศ. 1171" เอาไว้ว่า
"หม่อมเหม็นได้แจกเงินให้อ้ายมีชื่อเหล่านี้เป็นเงินตรา 16 ชั่ง กับเสื้อผ้าทุกตัวคน ซึ่งการยังมิได้กระทำทั้งนี้ก็เพราะเกรงกลัวอำนาจพระบารมีอยู่" (1 : 534-535)
ดังนั้นหากผู้ใดได้รับพระราชทานเสื้อผ้าก็ถือเป็นเกียรติยศต่อตนเองและวงศ์ตระกูล แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะย้อนกลับมาทำร้ายทั้งผู้ให้และผู้รับได้ในคราวเดียวกันนั้นเอง
เชิงอรรถ
(1) พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) จดหมายรายวันทัพ อภินิหารบรรพบุรุษ และเอกสารอื่น. พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี : ศรีปัญญา, 2562
(2) ลาลูแบร์, ซิมอน เดอ. จดหมายเหตุ ลาลูแบร์ ราชอาณาจักรสยาม. พิมพ์ครั้งที่ 4. นนทบุรี : ศรีปัญญา, 2557
(3) สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เล่ม 18. กรุงเทพฯ : มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรีบเยาวชน, 2537
(4) ประมวลกฏหมาย รัชกาลที่ 1 จุลศักราช 1166 พิมพ์ตามฉะบับหลวง ตรา 3 ดวง เล่ม 2. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง, 2529
โฆษณา