4 ชั่วโมงที่แล้ว • ธุรกิจ

อยากนำทีมให้เก่ง ต้องเริ่มจากการเข้าใจตัวเองให้เป็นก่อน

รู้จัก 5 พลังของลีดเดอร์ที่นำทีม ด้วยความ ‘เข้าใจ’
งานวิจัยของคุณ Tasha Eurich นักจิตวิทยาองค์กรชี้ว่า 95% ของคนส่วนใหญ่ คิดว่าเรารู้จักตัวเองดี (Self-Awareness) ซึ่งมีแค่ 10-15% ของคนส่วนใหญ่เท่านั้น ที่รู้จักตัวเองจริง ๆ
งั้นลีดเดอร์ทุกคนลองมาทบทวนกันหน่อยว่า… วันนี้คุณเป็นลีดเดอร์ที่เข้าใจตัวเองจริง ๆ หรือเปล่า? เพราะบางครั้งอะไรที่เรามองว่าเป็นปัญหาจากทีม จริง ๆ แล้ว อาจมาจากความเข้าใจ และกรอบความคิดของเราเองต่างหาก
💬 ทำไมวันนี้รู้สึกหงุดหงิดบ่อยจัง ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้ทำอะไรต่างจากเมื่อวาน
💬 ทำไมวันนี้ทีมทำงานแย่จัง
💬 ทำไมทีมถึงทำงานพลาด เคยบอกไปตั้งหลายครั้งแล้ว
💬 ทำไมทีมถึงไม่เชื่อในสิ่งที่เราบอก เราอาบน้ำร้อนมาก่อน เรารู้ว่าต้องทำยังไง
พฤติกรรมหรือความรู้สึกเหล่านี้ที่เกิดขึ้น อาจเป็นสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องกลับมา ‘ทำความเข้าใจตัวเอง’ ให้จริงจังมากขึ้น เพื่อให้การนำทีมมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็น
เริ่มแรกคือต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การรู้จักตัวเองคือ การแสดงความเมตตาต่อตัวเอง เพื่อให้รู้ว่าเราเป็นใคร และอะไรคือสิ่งที่เป็นเรา ซึ่งช่วยให้สามารถวางตัวเองไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับความสนใจ และค่านิยมได้ นอกจากนี้การรู้จักตัวเอง (Self-Awareness) ยังช่วยให้เราเปิดรับฟังความเห็นของคนอื่นได้ ซึ่งช่วยให้ได้สะท้อนมุมมองต่อลีดเดอร์ด้วยว่าการนำทีมเป็นยังไง และส่งผลอะไรให้กับคนในทีม รวมถึงช่วยสร้างความเชื่อใจ และความสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพได้ในระยะยาวอีกด้วย
การเป็นลีดเดอร์ที่รู้จัก และเข้าใจตัวเองจะช่วยให้รู้ว่า เรามีประสบการณ์อะไร มีอิทธิพลต่อใคร หรือวิธีคิดที่มีเป็นยังไง เพื่อให้ไปปรับใช้ในการนำทีมในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ซึ่งการจะเป็นลีดเดอร์ที่รู้จักตัวเอง (Self-Awareness) นั้นต้องอาศัยการฝึกฝน และใช้เวลาอย่างสม่ำเสมอ โดยมีขั้นตอนอยู่ 3 ข้อ ประกอบด้วย
🔹 1. สำรวจตัวเองด้วยการรับ Feedback จากคนรอบข้าง เช่น Feedback จากทีม เพื่อนร่วมงาน รวมไปถึงหัวหน้าองค์กร เพื่อให้รู้จัก และรู้ทิศทางของการทำงานให้ดีมากยิ่งขึ้น
🔹 2. สำรวจตัวเองด้วยการถ่ายทอดสิ่งที่เจอในแต่ละวัน เช่น การจดบันทึก การทำสมาธิ และการฝึกสติ จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ลีดเดอร์สามารถเข้าใจตัวเอง และควบคุมอารมณ์ได้มากขึ้น
🔹 3. สำรวจตัวเองด้วยการลองเรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอด เช่น การไปเวิร์กช็อป การฝึกอบรม หรือโค้ชชิ่ง เพื่อสำรวจว่าสิ่งใหม่ ๆ ที่ได้ทำนั้นชอบมากหรือน้อยแค่ไหน นอกจากนี้สิ่งนี้ยังช่วยเสริมทักษะการเป็นลีดเดอร์ที่ดีได้อีกด้วย
เมื่อลองสำรวจเรื่องต่าง ๆ ให้สม่ำเสมอในทุกวัน ก็จะช่วยให้เป็นลีดเดอร์ที่มีความเข้าใจตัวเองได้เพิ่มขึ้น และสิ่งสำคัญคือ การเป็นลีดเดอร์ที่รู้จักตัวเอง (Self-Awareness) เป็นอย่างดีจะช่วยสร้างประสิทธิภาพในทีมให้เพิ่มขึ้นด้วย แล้วลีดเดอร์ที่เข้าใจตัวเองจะสร้างทีมให้ดีขึ้นยังไง มาลองดูพลังของการเป็นลีดเดอร์ที่เข้าใจตัวเองกัน
5 พลังของลีดเดอร์ยุคใหม่ ที่พาทีมไปไกลเพราะมีความเข้าใจในตัวเอง
🎯 1. เป็นคนที่ตัดสินใจเพื่อทีมและเป้าหมาย ไม่ใช่จากความสบายใจตัวเอง
การรู้จักตัวเอง (Self-Awareness) สิ่งแรกที่จะช่วยคือช่วยการตัดสินใจดีขึ้น และไม่อคติ นอกจากนี้ลีดเดอร์ที่รู้จักตัวเอง (Self-Awareness) จะช่วยพิจารณาสถานการณ์ให้รอบด้านก่อนลงมือตัดสินใจ โดยตัดสินใจจากเหตุผล และสิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมาย ซึ่งช่วยให้ได้รับความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจจากทีมได้ เช่น แทนที่ลีดเดอร์จะเลือกคนที่สนิทมาเข้าร่วมทีม เปลี่ยนเป็นการไม่ลำเอียงและเลือกคนเข้าทีมด้วยความสามารถ และอุดมการณ์ของผู้สมัครที่สอดคล้องกับงาน
🎯 2. เป็นคนสื่อสารให้ทีมเปิดใจ และกล้าแสดงความคิดเห็น
การเป็นลีดเดอร์แบบรู้จักตัวเอง (Self-Awareness) จะช่วยให้สามารถเชื่อมโยงกับทีมได้ดีขึ้น เนื่องจากรู้วิธีการสื่อสารให้เปิดกว้าง และเข้าใจคนในทีมมากขึ้น เช่น การเลือกใช้น้ำเสียง ท่าทาง ซึ่งทำให้การสื่อสารโดยรวมของทีม มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ลีดเดอร์ใช้ท่าทางอ่อนโยน หรือน้ำเสียงนุ่ม ๆ เพื่อตักเตือนในสิ่งที่ทีมพลาด และเปิดโอกาสให้ทีมแสดงมุมมองที่มีต่องาน เพื่อหาทางแก้ไขในครั้งต่อไป แทนที่จะตำหนิด้วยเสียงแข็ง เพราะอาจทำให้ทีมไม่กล้าแสดงความเห็น และไม่วางใจในลีดเดอร์ได้
🎯 3. เป็นคนที่เข้าใจทีม และช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการทำงาน
ลีดเดอร์ที่เข้าใจตัวเอง จะรับรู้ และเข้าใจอารมณ์ของคนในทีมเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อเข้าใจได้มากขึ้นก็จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่สนับสนุน และช่วยทำให้ทีมเข้าขากันได้ดียิ่งขึ้น
ซึ่งความเห็นอกเห็นใจนี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการจัดการทีมที่หลากหลาย และทำให้การทำงานร่วมกันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น เมื่อทีมทำผลงานได้ไม่ตามเป้า เพราะเกิดจากปัญหาหลาย ๆ อย่างที่ควบคุมไม่ได้ ลีดเดอร์เลือกที่จะถามด้วยเหตุผล และหาวิธีซัพพอร์ต เช่น ถามว่า ‘อยากให้ช่วยตรงไหนไหม?’ เพื่อแสดงถึงความเข้าใจ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับทีมด้วย
🎯 4. เป็นคนที่ตั้งสติได้ไว ในวันที่งานกดดัน
ลีดเดอร์ที่เข้าใจตัวเองมาก สามารถจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ดี โดยเฉพาะในความเครียด เพราะมีแนวโน้มควบคุมอารมณ์ได้ดี ช่วยให้สามารถจัดการอารมณ์ได้แม้ในช่วงเวลาท้าทาย เช่น เมื่อต้องเข้าสู่สภาวะการขายงานอย่างเคร่งเครียด ลีดเดอร์จะรู้ว่าอะไรคือตัวกระตุ้นให้เกิดความเครียดของตัวเอง และเริ่มมองหาวิธีควบคุมตัวเองให้ใจเย็นลง เพื่อการขายงานยังดำเนินต่อได้โดยไม่ใช้อารมณ์เข้ามาปนในการทำงาน
🎯 5. เป็นคนที่มีความเป็นตัวเองอย่างจริงใจ ไม่ต้องใส่หน้ากากกับทีม
การเป็นลีดเดอร์ที่รู้จักตัวเอง (Self-Awareness) เป็นอย่างดี จะแสดงถึงความจริงใจที่มีต่อความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในทีม ซึ่งทำให้ทีมรู้สึกเชื่อใจ ไว้วางใจ และตั้งใจในการทำงานมากขึ้น รวมถึงทำให้ความสัมพันธ์ในทีมยั่งยืนในระยะยาว เช่น หากลีดเดอร์ทำพลาดก็พร้อมที่จะขอโทษ เพื่อแสดงความจริงใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่โทษคนอื่นเมื่อทำผิด ซึ่งช่วยให้ทีมรู้สึกว่าลีดเดอร์ไม่ตั้งกำแพงใส่ และยังแสดงความจริงใจด้วยการยอมรับในสิ่งที่ทำพลาด
ดังนั้นการฝึกทบทวนตัวเองอยู่เรื่อย ๆ จะทำให้การบริหารทีมดีขึ้นตามไปด้วย ซึ่งการรู้จักตัวเอง (Self-Awareness) นี้เป็นสิ่งที่ลีดเดอร์หลาย ๆ คนไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถช่วยให้การทำงานพัฒนาไปข้างหน้าได้ด้วยความเข้าใจ, จริงใจ และไม่อคติ
สุดท้ายนี้จะขอยกคำสอนของ Aristotle นักปราชญ์และนักวิทยาศาสตร์ชาวกรีกโบราณ ที่ว่า “Knowing yourself is the beginning of all wisdom” การรู้จักตัวเอง (Self-Awareness) คือจุดเริ่มต้นของปัญญาทั้งหมด ดังนั้นก่อนที่ลีดเดอร์จะนำใครให้เดินตาม สิ่งสำคัญคือต้องนำทางตัวเองก่อน
1
✍🏻 เรียบเรียง: ธัญวรัตน์ ปกรณ์รัศมี
โฆษณา