7 ชั่วโมงที่แล้ว • ความคิดเห็น
คำถามลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นกับผม ในตอนที่คุณป้างวิทยา แชทมาถามผมว่า คุณกลัวอะไรก็แค่งานแต่งน้องชายตัวเอง ผมตอบว่าเดี๋ยวถึงวันนั้นค่อยคิดก็ได้ คุณป้าวิทยากล่าวว่าถ้าวันนี้คุณยังไม่กล้าคิด วันนั้นก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ เช่นเดียวกันครับกับคำถามลักษณะนี้ครับ
1
ถ้าถามผมตามความเป็นจริงนะครับ
ต่อให้โลกใจดีให้เรามีลมหายใจยาวไปถึงอายุ 99 ได้จริง
ผมว่าเราไม่จำเป็นต้องข้ามเวลาไปถามตัวเองหรือไปบอกอะไรตัวเองหรอกครับ
เพราะความจริงที่โหด แต่ตรงมากคือ
ถ้าตอนนี้ เรายังไม่รู้เลยว่าจะถามอะไรตัวเอง
หรือไม่รู้เลยว่าจะบอกอะไรตัวเอง
การข้ามเวลาไปเจอตัวเองตอนอายุ 99 ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
ลองคิดตาม นะครับ
ถ้าวันนี้เรายังหลอกตัวเองอยู่
ยังผัดวันประกันพรุ่งกับความจริง
ยังเอาคำว่าเดี๋ยวค่อยคิด มาอุ้มความไม่กล้าของตัวเอง
พออายุ 99 เราก็แค่แก่ขึ้น
แต่มันไม่ใช่ตื่นรู้ขึ้นโดยอัตโนมัตินะครับ
ในมุมทางพุทธศาสนาจริงๆ
ธรรมะไม่ได้สอนให้หนีปัจจุบันไปถามอนาคต
แต่สอนให้ รู้ตรงนี้ เดี๋ยวนี้
เพราะทุกข์เกิดตอนนี้ เหตุเกิดตอนนี้
และการหลอกตัวเองก็เกิดตอนนี้เหมือนกัน
คนจำนวนมากอยากไปถามตัวเองตอนแก่
เพราะลึกๆ ยังไม่กล้าฟังคำตอบของตัวเองตอนนี้
ยังไม่อยากยอมรับว่า
เรารู้คำตอบอยู่แล้ว
แค่ไม่อยากทำตามมัน
ถ้าวันนี้ยังใช้ชีวิตแบบขอไปที
ยังเอาความจำเป็น ข้ออ้าง สังคม ครอบครัว ระบบ
มาเป็นเหตุผลให้ไม่ซื่อสัตย์กับใจตัวเอง
ต่อให้ข้ามเวลาไปอายุ 99
คำตอบก็จะไม่ต่างจากวันนี้เท่าไรหรอกครับ
ผมเลยคิดว่าคำถามที่ควรถามจริงๆ
ไม่ใช่ถ้าอายุ 99 จะบอกอะไรตัวเอง
แต่คือ
ตอนนี้ เรากำลังหนีอะไรอยู่
ตอนนี้ เรากำลังโกหกใจตัวเองเรื่องอะไร”
และ ถ้าวันนี้ตาย จะเสียดายตรงไหนที่สุด
1
ถ้าตอบสามข้อนี้ได้ตรงไปตรงมา
ก็ไม่ต้องรอถึง 99 หรอกครับ
คำถามลักษณะนี้ทำให้ผมนึกถึงคุณป้างวิทยาที่เคยช่วยผมจากคำถามที่กระแทกใจตัวเอง
เหตุผลที่ผมกลัวไปงานแต่งน้องชาย
ไม่ใช่เพราะงานแต่ง
แต่เพราะ กลัวคำถาม
ผมหลบสังคมมานาน
หายหน้าหายตาไป
หมกตัวอยู่บ้าน
ไม่ใช่เพราะเกลียดคน
แต่เพราะเหนื่อยกับคำถามซ้ำๆ
คำถามที่ไม่ได้อยากรู้จริง
แต่แฝงการวัดค่า เปรียบเทียบ และตัดสิน
อายุปูนนี้แล้ว
ทำอะไรอยู่
แต่งงานหรือยัง
ประสบความสำเร็จแค่ไหน
ทำไมชีวิตไม่ไปถึงไหนเหมือนคนอื่น
คำถามพวกนี้
ฟังดูเหมือนห่วงใย
แต่สำหรับคนที่ผ่านเรื่องหนักๆ มาในชีวิต
มันคือการขุดแผลซ้ำในสังคมที่ชอบเอาชีวิตคนอื่นมาเทียบเป็นบรรทัดฐานเดียว
ทั้งๆที่ธรรมชาติของชีวิตคนเรา
มันไม่เหมือนกันเลย
บางคนโตมากับทางตรง
บางคนรอดชีวิตมาจากเศษกองขยะ
บางคนไม่ได้ ชนะ
แต่แค่ยัง ไม่ตาย ก็เก่งมากแล้ว
ผมเคยถามตัวเองเหมือนกันว่า
ในเมื่อเราผ่านเรื่องร้ายแรงมามากมาย
ทำไมเราถึงยังเกรงกลัวแค่คำถามของคนอื่น
ทั้งๆที่เราไม่ได้เลว
แค่ไม่ได้ดีตามแบบที่สังคมชอบ
คำตอบที่ได้กลับมาไม่สวยงามเท่าไหร่
แต่จริงมาก
เพราะเรายังให้ค่ากับสายตาคนอื่น
มากกว่าความจริงของชีวิตตัวเอง
และตรงนี้แหละครับ
ที่ทำให้ผมย้อนกลับไปคิดถึงคำถามเรื่อง
การข้ามเวลาไปเจอตัวเองในวัย 99
ถ้าวันนี้ เรายังกลัวคำถาม
ยังไม่ยอมรับชีวิตตัวเอง
ยังไม่กล้ายืนอยู่กับความจริงของตัวเอง
ต่อให้ข้ามเวลาไปวันไหน
เราก็จะกลัวเหมือนเดิม
แค่กลัวในร่างที่แก่ขึ้นเท่านั้นเอง
ดังนั้นเราควรถามตัวเอง เดี๋ยวนี้ ตอนนี้เลยครับ
อย่ารอให้ถึงอายุ 99 แล้วค่อยถาม
เพราะเราอาจจะอยู่ไม่ถึง เคลียร์ใจตัวเองตั้งแต่ตอนนี้เลยดีที่สุด อะไรที่ไม่กล้าเผชิญ ก็จงไปเผชิญกับมันให้มันจบซะตั้งแต่วันนี้ ที่เหลือเราจะได้สบายใจ แล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
1
โฆษณา