12 ม.ค. เวลา 02:03 • อาหาร
ถ้าจะตอบคำถามนี้ให้พ้นจากการถกเถียงเรื่องรสนิยม อาจต้องถอยออกมาดู ชีวิตเดียวกันในสองสถานะ เพราะมันช่วยตัดอคติเรื่องชนชั้นออกไปได้มากเลยครับคุณ Chen Eing
1
ผมอยากขอเสนอ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ครับ นั่นก็คือชีวิตของ...
เจ้าชายสิทธัตถะVS ตอนเป็นพระพุทธเจ้า
คนคนเดียวกัน สังคมเดียวกัน
แต่จุดยืนของชีวิตเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ในฐานะเจ้าชาย อาหารคือส่วนหนึ่งของโลกที่ถูกออกแบบมาเพื่อความสมบูรณ์พร้อม มีการเลือก มีพิธี มีรสนิยม และมีความหมายแฝงทางสถานะ อาหารในช่วงนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่หล่อเลี้ยงร่างกาย แต่เป็นภาษาที่สังคมใช้บอกว่าใครอยู่ตรงไหนในลำดับชั้นของโลก
แต่เมื่อเป้าหมายของชีวิตเปลี่ยนเป็นการเข้าใจความจริงของทุกข์ อาหารในฐานะพระพุทธเจ้าก็ถูกปลดจากบทบาทเหล่านั้นทันที เหลือเพียงสิ่งจำเป็นเพื่อประคองกาย จะเป็นอาหารชนิดใด จากมือใคร หรือจัดวางอย่างไร ล้วนไม่เกี่ยวกับคุณค่าภายในอีกต่อไป
จุดนี้เองทำให้เห็นว่า อาหารไม่ได้มีคุณค่าตายตัว แต่คุณค่าถูกวางทับด้วยบริบทของสังคมและความคาดหวัง เมื่อเรากลับมามองโลกของคนธรรมดา ความคิดนี้ก็สะท้อนผ่านเรื่องใกล้ตัวมากมาย
ผมเคยเห็นในภาพยนตร์หรือสื่อที่พูดถึงไข่ปลาคาเวียร์ว่า รสชาติอาจไม่ได้พิเศษไปกว่าไข่ปลาทู แต่กลับมีราคาสูงและถูกยกให้เป็นอาหารชั้นสูง คำถามจึงไม่ใช่ว่ามันอร่อยจริงหรือไม่ แต่คือเรากินมันเพื่อรสชาติ หรือเพื่อบทบาทที่มันช่วยบอกคนอื่นว่าเราเป็นใคร
เช่นเดียวกับวิธีการกินอาหาร ทำไมขนมปังบางชนิดต้องหักด้วยมืออย่างสุภาพ ทำไมซูชิบางบริบทใช้มือได้ แต่บางที่กลับทำให้รู้สึกไม่เหมาะ ทำไมพิซซ่าหยิบมือได้ แต่ถ้าเอามีดกับส้อมมาหั่นกลับดูผิดแปลก ทั้งที่ปลายทางคือการเอาอาหารเข้าปากเหมือนกัน ความแตกต่างเหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวกับการกินให้อิ่ม แต่เกี่ยวกับการกินให้สอดคล้องกับบทที่สังคมกำหนดไว้
เมื่อย้อนดูประวัติศาสตร์ ก็จะเห็นว่าบทเหล่านี้เปลี่ยนได้เสมอ กุ้งล็อบสเตอร์เคยเป็นอาหารชั้นต่ำ แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นของหรู คนผิวแทนในยุโรปเคยหมายถึงแรงงาน แต่วันนี้กลับสื่อถึงคนมีเวลาและทรัพยากร ปูอลาสก้าถูกยกเป็นของดี แต่หากเอาปูนาจากบ้านเราไปอยู่ในบริบทของความแปลกใหม่ มันก็สามารถถูกยกระดับเป็นของพิเศษได้เช่นกัน
ทั้งหมดนี้ทำให้กลับมาที่ภาพของเจ้าชายสิทธัตถะกับพระพุทธเจ้าอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะอาหารเปลี่ยน แต่เพราะ ความต้องการทางใจเปลี่ยน เมื่อใจยังต้องสื่อสารกับโลก อาหารย่อมแบกรับความหมายทางสังคม แต่เมื่อใจพ้นจากความจำเป็นนั้น อาหารก็กลับไปเป็นเพียงอาหาร
ดังนั้น คำถามว่าอาหารที่เลือกกินเป็นประจำบอกสถานะทางสังคมหรือไม่ อาจตอบได้ว่า มันบอกในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่มันสะท้อนชัดกว่าคือ เราอยู่ในสถานะใดของชีวิต กำลังใช้ชีวิตเพื่อเสพบทบาท หรือเพื่อเข้าใจความจริงของตัวเอง และเมื่อมองเห็นตรงนี้....
ให้คุณ Chen Eing ต่อยอดบทความให้หน่อยครับ
1
โฆษณา