Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
PPTV Wealth
•
ติดตาม
12 ม.ค. เวลา 05:45 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ 31.32 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น” จากปิดสัปดาห์ก่อน
ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ 31.32 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อน ที่ 31.46 บาท/ดอลลาร์ และอาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ในกรอบSideways
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.32 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 31.46 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวน ไร้ทิศทางที่ชัดเจน ก่อนที่จะทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเข้าใกล้โซนแนวรับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย (แกว่งตัวในกรอบ 31.21-31.48 บาทต่อดอลลาร์)
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย
แม้จะเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ หลังรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาผสมผสาน
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคออกมาดีกว่าคาด และบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ก็ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงความจำเป็นที่เฟดต้องเร่งรีบเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง ทว่า เงินบาทยังคงได้แรงหนุนเพิ่มเติม ตามการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ของราคาทองคำ (XAUUSD)
โดยเฉพาะในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชียรับข่าวความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรงขึ้น จากความกังวลว่า ทางการสหรัฐฯ รวมถึงพันธมิตรอย่างอิสราเอล อาจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังเหตุการประท้วงและจราจลในกรุงเตหะรานของอิหร่าน ทวีความรุนแรงมากขึ้น จนมีรายงานข่าวผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้เงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น สอดคล้องกับการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ทว่าเงินบาทยังคงได้แรงหนุนบ้างตามการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ
สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ พร้อมติดตามประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด และการตัดสินคดีมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA โดยศาลสูงสุดของสหรัฐฯ
สำหรับแนวโน้มเงินบาท เรายังคงประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) อาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ในกรอบ Sideways เพราะแม้ว่าเงินดอลลาร์จะทยอยแข็งค่าขึ้นและยังมีโมเมนตัมการปรับตัวขึ้นอยู่ แต่เงินบาทก็ยังพอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ โดยเฉพาะในจังหวะที่ตลาดมีความกังวลต่อประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ว่าจะสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลา สหรัฐฯ กับพันธมิตร NATO ในประเด็น Greenland และล่าสุด สหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังการประท้วงในกรุงเตหะราน ของอิหร่านมีความรุนแรงมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดควรระวัง ว่า เงินบาทเสี่ยงเคลื่อนไหว Two-way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง บนความผันผวนที่สูงขึ้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มเสถียรภาพการคลังของสหรัฐฯ ซึ่งต้องรอลุ้นและติดตามการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA ของศาลสูงสุดสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
ในเชิงเทคนิคัลนั้น เรามองว่า หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังไม่ได้กลับสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ทำให้เราประเมินว่า เงินบาทอาจแกว่งตัวไร้ทิศทางไปก่อนในระยะสั้น (ประเมินด้วย Time Frame Daily)
แต่ในแนวโน้มระยะกลางนั้น (ประเมินด้วย Time Frame Weekly) เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 31.80 บาทต่อดอลลาร์ และเราจะปรับมุมมองต่อแนวโน้มเงินบาทใหม่ หากสามารถอ่อนค่าทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ หรือโซน 32.30 บาทต่อดอลลาร์
ในส่วนของเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า โมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์มีกำลังมากขึ้น ทว่าต้องจับตาการตัดสินคดีมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งอาจสร้างความกังวลต่อประเด็นเสถียรภาพการคลังของสหรัฐฯ กดดันเงินดอลลาร์ และควรจับตาการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 31.00-31.65 บาท/ดอลลาร์
ส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วงโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.15-31.30 บาท/ดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ในเดือนธันวาคม ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่ผู้เล่นในตลาดจะใช้ประกอบการประเมิน อัตราเงินเฟ้อ PCE ที่เฟดติดตามใกล้ชิด นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนพฤศจิกายน ด้วยเช่นกัน โดยข้อมูลดังกล่าว รวมถึงถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด
อาจส่งผลกระทบต่อการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ที่ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดต่างเชื่อว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้ราว 2 ครั้ง ในปีนี้ และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม การพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA โดยศาลสูงสุด (Supreme Court) ซึ่งอาจมีคำตัดสินได้ในวันที่ 14 มกราคม นี้ ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ โดยหากศาลสูงสุดตัดสิน ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA
พร้อมระบุว่า ทางการสหรัฐฯ ต้องคืนเงินภาษีนำเข้าที่เรียกเก็บในช่วงปีที่ผ่านมา ก็อาจทำให้เกิดความกังวลต่อแนวโน้มฐานะการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ (Fiscal Concerns) สร้างแรงกดดันต่อทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ระยะยาว ขณะที่ ทองคำอาจเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับอานิสงส์จากประเด็นดังกล่าว อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา ท่าทีของทางการสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หลังรับรู้คำตัดสินของศาลสูงสุด เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังสามารถใช้กฎหมายอื่นๆ ในการขึ้นภาษีนำเข้ากับประเทศต่างๆ ได้
ฝั่งยุโรป – บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของทั้ง ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่าน ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ BOE และ ECB
โดยล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างประเมินว่า BOE มีโอกาสราว 86% ที่จะเดินหน้าลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ในปีนี้ ส่วน ECB อาจคงดอกเบี้ยตลอดทั้งปี (มีโอกาสเพียง 18% ที่จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง) นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งจะเป็นประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อยุโรปได้อย่างมีนัยสำคัญในปีนี้
ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานยอดการส่งออก-นำเข้า (Exports & Imports) ในเดือนธันวาคม ในส่วนนโยบายการเงินนั้น บรรดาผู้เล่นในตลาดและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ต่างประเมินว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK)
อาจเลือกที่จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.50% หลังเศรษฐกิจเกาหลีใต้ได้รับอานิสงส์จากธีมการลงทุนใน AI พอสมควร ทว่าทาง BOK ก็อาจยังมีความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ หลังค่าเงินวอนเกาหลีใต้ (KRW) ยังคงเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า อีกทั้ง ทาง BOK ก็อาจยังคงจับตาภาวะฟองสบู่ของตลาดอสังหาฯ เกาหลีใต้อย่างใกล้ชิดอยู่
ฝั่งไทย – แม้จะไม่มีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ทว่า ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA โดยศาลสูงสุดของสหรัฐฯ เนื่องจากประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ กับ สินค้าส่งออกของไทย และค่าเงินบาท ผ่านผลกระทบต่อเงินดอลลาร์ และราคาทองคำ เป็นต้น
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 31.47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (9 ม.ค.) หลังการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ เติบโตช้ากว่าที่คาด ซึ่งบ่งชี้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมช่วงปลายเดือนนี้
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 1,668.39 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 3,358 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
USD/THB 31.20-31.50 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 31.20/ขาย 31.50
EUR/THB 36.30– 36.80 แนะนำ ซื้อ 36.40/ขาย 36.90
JPY/THB 0.1980 - 0.2030 แนะนำ ซื้อ 0.1980/ ขาย 0.2030
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ :
https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/265812
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์
https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
Facebook PPTVHD36 :
https://www.facebook.com/PPTVHD36
YouTube :
www.youtube.com/@PPTVHD36
ค่าเงินบาท
เงินบาทอ่อน
เงินบาท
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย