12 ม.ค. เวลา 03:48 • ปรัชญา
สิ่งมีชีวิต จำเป็นต้องผสมพันธุ์ เพื่อขยายหรือดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์ แต่สิ่งมีชีวิต ไม่จำเป็นต้องผสมพันธุ์ทุกตัว แค่บางตัวที่ส่งต่อยีนส์ได้ ก็ถือว่าได้ขยายพันธุ์แล้ว
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อน การจะเลือกคู่ผสมพันธุ์ เพื่อให้ดำรงอยู่ มีข้อแม้และปัจจัยมากมาย จนทำให้ร่างกาย สร้างสิ่งที่เรียกว่า ความรัก ขึ้นมา เพื่อให้มนุษย์อยู่ด้วยกัน มากกว่าแค่ผสมพันธุ์กัน เพราะการเลี้ยงมนุษย์ที่เกิดใหม่ ต้องการความช่วยเหลือจากทั้งมนุษย์แม่ และ มนุษย์พ่อ รวมถึงมนุษย์ญาติด้วย
ด้วยความยากในการเลี้ยงดู และเติบโต มนุษย์ต้องอาศัยความรัก เพื่อให้การเติบโตนั้นสำเร็จ ไม่งั้นมนุษย์คงตายตั้งแต่เล็ก ถ้าขาดความรักจากคนที่เป็นแม่
มนุษย์รู้จักความรักในรูปแบบความผูกพันตั้งแต่เกิด แต่ความรักแบบหนุ่มสาว หรือความรักทางเพศ เริ่มต้นตั้งแต่ มนุษย์สามารถผสมพันธุ์ได้ ผู้หญิงตั้งแต่มีประจำเดือน ผู้ชายตั้งแต่อวัยวะเริ่มแข็งตัวเป็น และหมดไป เมื่อหมดประจำเดือน และ ล้มไม่ลุกแล้ว
ความโหยหาความรัก มีแค่ช่วงวัยเจริญพันธุ์แค่นั้นแหละ เลยวัยแล้ว ก็ไม่ต้องการเพศตรงข้ามแล้ว ความรู้สึกนี้ ไม่ได้ดำรงอยู่ยาวนาน หลังจากได้กันแล้ว ความต้องการมักจะหมดไป แต่ความผูกพันยังอยู่ คนที่รักกันนานๆ หรือ อยู่กันนานๆ มันไม่ใช่ความรัก แบบตอนเริ่มต้น แต่เป็นความผูกพันต่างหาก ที่รั้งเอาไว้
มนุษย์ไม่ได้ต้องการคู่ เพื่อความอยู่รอดในเชิงการมีชีวิต มนุษย์ต้องการคู่เพื่อขยายพันธุ์ และส่งเสริมตัวอ่อน ให้รอดชีวิตเท่านั้น และถ้ามนุษย์ครึ่งโลกไม่ขยายพันธุ์ก็ไม่เป็นไร อีกครึ่งโลกก็ยังส่งต่อยีนส์แทนได้
แต่มนุษย์ครึ่งโลกที่เหลืออยู่ เป็นมนุษย์เผ่าพันธุ์ไหนละ ชาติอะไร ศาสนาอะไร ต่างหากที่ยังเหลืออยู่ครองโลก ไม่เกี่ยวกับเพศ
คนนับถือพุทธจะตายหมด ไม่มาเกิด ดับสูญ ก็เรื่องของพุทธ เพราะอิสลามยังอยู่ และ ขยายเผ่าพันธุ์ตนเองต่อไป และอิสลามยังคงแข่งกับคริสต์ เพื่อครองโลก
ผู้หญิงจะขึ้นคาน หรือผู้ชายจะรักเพศเดียวกัน ก็ไม่ได้ทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ไปทั้งหมด แค่คนบางคนหายไป และ มนุษย์ที่เหลือก็ได้ผลประโยชน์แทน ในการมีทรัพยากรเพิ่ม ลดการแย่งชิง แค่นั้นเอง
โฆษณา