12 ม.ค. เวลา 08:05 • ความคิดเห็น
คำถามนี้ลึกมาก หลายคนมองไม่ออก แต่ถ้าคิดดีๆเราจะรู้ว่าคำถามนี้พูดในสิ่งที่เป็นสัจธรรมครับ
2
คำถามนี้ ถ้ามองผิวเผิน มันเหมือนเอาโรคร้ายมาเปรียบเทียบแบบชวนสะดุดใจ แต่ถ้ามองให้ลึก สิ่งที่ซ่อนอยู่ไม่ใช่เรื่องการแพทย์เลย
1
มันคือ สัจธรรมของชีวิต
คนที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
ต่างจากคนที่แข็งแรงตรงไหน
ในเมื่อทุกคนต่างก็มีจุดจบเหมือนกัน
นี่คือคำถามแบบ มรณานุสติ ชัดๆ
1
เพียงแต่ไม่ได้พูดด้วยภาษาธรรมะ
เลยทำให้หลายคน งง มากกว่าจะ หยุดคิด
ความต่างระหว่างคนที่รู้วันตาย กับคนที่ไม่รู้
ไม่ใช่ว่าใครจะตายหรือไม่ตาย
แต่คือ ใครรู้ตัวว่าตนกำลังจะตาย
คนที่เป็นโรคร้ายระยะสุดท้าย
เขาไม่ได้หนักกว่าคนอื่น
เขาแค่ถูกบังคับให้ เห็นความจริงเร็วกว่า
1
ส่วนคนที่ยังแข็งแรง
ก็ไม่ได้รอดพ้นอะไรเลย
แค่ยังมีภาพลวงตาว่า ยังมีเวลา
1
ชีวิตของเราทุกคนมี ขีดจำกัดเหมือนกัน
ต่างกันแค่ว่า บางคนรู้เส้นตาย บางคนไม่รู้ และคิดว่าตัวเองไม่ต้องรู้
ธรรมะที่ซ่อนอยู่ในคำถามนี้คือ
ความไม่ประมาท (อัปปมาทะ)
ไม่ใช่การมองชีวิตอย่างหดหู่
แต่เป็นการมองชีวิตอย่าง ตรงไปตรงมา
2
เพราะถ้าเรายอมรับว่า
เราไม่ได้ต่างจากคนที่รู้วันตายเลย
คำถามสำคัญจะไม่ใช่ ใครอยู่ได้นานกว่า
แต่จะกลายเป็น....
ในเวลาที่เหลือ เราจะอยู่แบบไหน
สำหรับคนที่มองว่าคำถามนี้ลึกซึ้งมาก
ไม่ใช่เพราะคุณคิดมาก
แต่เพราะคุณคิดถึง แก่น ครับ
1
และแก่นนั้น
คือความจริงที่คนส่วนใหญ่พยายามไม่มอง
จนกว่าจะสายเกินไป
เราทุกคนเกิดมาไม่ต่างจากนักโทษประหาร ต่างกันเพียงบางคนรู้วัน บางคนไม่รู้วัน แต่ไม่มีใครรอดพ้นคำพิพากษานั้นได้
คนที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายไม่ได้มีชะตากรรมพิเศษกว่าใคร เขาแค่ถูกบอกความจริงก่อน ส่วนคนที่ยังแข็งแรงก็ไม่ได้ปลอดภัยกว่า เพียงแค่ยังมีภาพลวงตาว่ายังมีเวลาไม่จำกัด ความจริงคือเราทุกคนกำลังนับถอยหลังมาตั้งแต่วันเกิด ไม่เว้นแม้แต่แพทย์ที่กำลังรักษาคนไข้ มือที่ยื้อชีวิตให้ผู้อื่นก็ยังอยู่ใต้กฎเดียวกัน ไม่มีใครยืนอยู่นอกความตาย ไม่มีใครชนะมันได้ มีเพียงมนุษย์ที่ยื้อเวลาให้กันและกันเท่านั้น
2
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าใครจะอยู่ได้นานกว่า แต่คือใครกล้ายอมรับความจริงนี้ บางคนไม่อยากรู้ไม่ใช่เพราะไม่เข้าใจ แต่เพราะกลัวว่าหากรู้แล้วจะใช้ชีวิตแบบเดิมต่อไปไม่ได้
ในทางธรรม การรู้ว่าตนเองต้องตายไม่ใช่คำสาป แต่คืออิสรภาพ เพราะเมื่อความตายไม่ใช่เรื่องลับ ชีวิตจะไม่ถูกใช้ด้วยความประมาท และในโลกที่ทุกคนถูกพิพากษาเท่ากัน สิ่งเดียวที่เราเลือกได้ ไม่ใช่จะอยู่หรือตาย แต่คือจะมีสติและใช้เวลาที่เหลืออยู่โดยไม่เบียดเบียนหรือสร้างความเจ็บปวดให้ใครเพิ่มอีก เพราะเราทุกคนก็คือ เพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
1
และคนที่เข้าถึงตรงนี้ เหมาะมากที่ควรจะมีอำนาจอย่างแท้จริง (อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวผม) เพราะเขาจะไม่วางแผนหรือเล่นแง่เล่ห์เหลี่ยม เขาจะรักประชาชนอย่างแท้จริงครับ
1
โฆษณา