จากผลวิจัยล่าสุดจาก METR พบว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์ต้องใช้เวลาทำงานนานขึ้นถึง 20% เมื่อใช้เครื่องมือ AI เข้ามาช่วย โดยเหล่านักพัฒนามีความคาดหวังว่า AI จะช่วยลดเวลาทำงานได้เฉลี่ย 24% แต่ในความจริงกลับกลายเป็นว่างานกลับเสร็จช้าลงกว่าเดิมเกือบ 1 ใน 5 โดยสาเหตุหลักเกิดจากการที่ AI ขาดบริบทของงานที่ซับซ้อน ทำให้นักพัฒนาต้องเสียเวลาจำนวนมากในการ "ล้างโค้ด" และไล่แก้บั๊กที่ AI สร้างขึ้น
ผลลัพธ์ที่ AI สร้างมาอาจดูน่าประทับใจในเบื้องต้น แต่บ่อยครั้งที่โค้ดเหล่านั้นไม่สามารถนำมาใช้งานจริงในโปรเจกต์ใหญ่ได้ทันที งานวิจัยชี้ว่า AI อาจส่งผลดีต่องานระดับเริ่มต้น แต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะสูง เครื่องมือเหล่านี้อาจกลายเป็นตัวถ่วงประสิทธิภาพ นักเศรษฐศาสตร์เริ่มออกมาเตือนว่า ตลาดอาจกำลังประเมินความสามารถในการเพิ่มผลผลิตของ AI สูงเกินความเป็นจริงในปัจจุบัน
จากการที่เร่งนำ AI มาใช้ในทุกขั้นตอนโดยไม่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรหรือพิจารณาหน้างาน อาจทำให้บริษัทเสียทั้งเวลาและพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ ในท้ายที่สุดแล้ว ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของมนุษย์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ AI ยังไม่สามารถเข้าถึงแก่นแท้ของงานที่ซับซ้อนได้ในปัจจุบัน