13 ม.ค. เวลา 00:45 • ข่าว

📖 ถอดรหัส PDPA คัมภีร์กฎหมายฉบับจัดเต็ม ตอนที่ 2: "เรื่องส่วนตัว" ที่ PDPA ไม่ยุ่ง! 🚫📱

ในซีรีส์ ถอดรหัส PDPA คัมภีร์กฎหมายฉบับจัดเต็ม ตอนที่ 1 เราได้คุยกันถึงมาตรา 3 ว่า PDPA เป็นกฎหมายกลางและกฎหมายเฉพาะ และเราจะเลือกใช้หมวกใบไหนในสถานการณ์ใด ท่านสามารถไปอ่านย้อนหลังได้ที่นี่เลยครับ 👉
ในวันนี้ เราจะมาขยี้ประเด็นที่มีความเข้าใจผิดมากที่สุดนั่นคือ "กฎหมาย PDPA ไม่บังคับใช้กับอะไรบ้าง?" โดยเราจะเริ่มกันที่ มาตรา 4 (1) ซึ่งเป็นข้อยกเว้นด่านแรกที่บัญญัติไว้ว่า “พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่ (1) การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น” 📑
1. PDPA ไม่ใช้กับเรื่องส่วนตัว 👤
ในท่อนแรกของมาตรา 4 (1) กำหนดข้อยกเว้นสำหรับการกระทำ “เพื่อประโยชน์ส่วนตน” PP เข้าใจดีครับว่าหลายคนอาจไม่ชอบคำนี้ เพราะมันฟังดูเหมือน PDPA กำลังปัดความรับผิดชอบ ทั้งที่ข้อมูลของเรากำลังถูกคนที่เราไม่ชอบหน้าเอาไปละเมิดอยู่แท้ ๆ 😤
แต่ลองวางอคติลงแล้วมองภาพกว้างครับ เจตนารมณ์ของ PDPA คือการควบคุม "องค์กรหรือหน่วยงาน" ที่มีอำนาจเหนือข้อมูลของพวกเรา หากนาย A ทะเลาะกับนาย B แล้วเอารูปไปโพสต์ด่ากัน สิ่งที่ PP อยากให้เข้าใจใหม่คือ “กรณีแบบนี้ต้องฟ้องหมิ่นประมาทนะ” ⚖️ ย้อนอ่านความต่างได้ที่:
มาตรา 4 (1) จึงเป็นเส้นแบ่งไม่ให้ PDPA ถูกใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งกันในระดับบุคคล จำไว้ว่า... โพสต์รูปด่ากัน 🤬, เซลฟี่ติดคนอื่น 🤳 หรือคนอื่นถ่ายติดเรา อย่ามาใช้ PDPA ให้เสียเวลา วิ่งไปกฎหมายอื่นได้เลยครับ
2. PDPA กับ กิจกรรมในครอบครัว 🏠
ท่อนต่อมาคือ “เพื่อกิจกรรมในครอบครัว” คำนี้หมายถึงการที่สมาชิกในครอบครัวปฏิสัมพันธ์กันเอง เช่น พ่อถ่ายรูปลูกเมียลงเฟซบุ๊กส่วนตัว หรือการตั้งกลุ่มไลน์ครอบครัวเพื่อส่งรูปภาพหากัน กฎหมายมองว่าสถาบันครอบครัวควรมีความเป็นอิสระในการสื่อสารตราบใดที่ยังอยู่ในวงจำกัด 👨‍👩‍👧‍👦
หากคนในครอบครัวทะเลาะกันเรื่องเอารูปไปโพสต์ PDPA จะไม่เข้าไปยุ่ง เพราะถือว่าเป็นเรื่องภายในที่ควรจัดการกันเองตามความสัมพันธ์หรือกฎหมายแพ่งทั่วไป กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดระเบียบความสัมพันธ์ในบ้านครับ ⛔
3. กรณีตัวอย่างมาตรา 4 (1) ที่มีคำตัดสินแล้ว 🔨
3.1 ทะเลาะกันในครอบครัวแต่จะใช้ PDPA สั่งลบรูป 📸 มีการร้องเรียนขอให้ลบภาพถ่ายตนเองและครอบครัวในสื่อสังคมออนไลน์ เพราะอดีตคนในครอบครัวนำไปโพสต์จนทำให้เสียชื่อเสียง
คณะกรรมการฯ วินิจฉัยว่า ไม่เข้าข่าย PDPA ตามมาตรา 4 (1) เพราะเป็นกิจกรรมในครอบครัว พูดง่ายๆ คือไปเคลียร์กันเองในบ้านครับ หากเสียหายต้องไปว่ากันด้วยเรื่องหมิ่นประมาท 👉 อ้างอิง: คำสั่งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ที่ 16/2566
3.2 ติดกล้องวงจรปิด (CCTV) ในบ้าน 📹 เจ้าของบ้านติดกล้องเพื่อรักษาความปลอดภัยและพื้นที่ใกล้เคียง โดยไม่ได้นำภาพไปเผยแพร่ในทางที่ผิดกฎหมาย กรณีนี้ถือเป็น "เพื่อประโยชน์ส่วนตน" ไม่ผิด PDPA ครับ แต่มีข้อควรระวังคือ อย่าหันมุมกล้องส่องเข้าไปในบ้านคนอื่นมากเกินไปนะ เดี๋ยวจะกลายเป็นละเมิดสิทธิอย่างอื่นแทน! 👉 อ้างอิง: คำสั่งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ที่ 2/2567
3.3 แอบถ่ายวิดีโอคู่กรณีที่มีภาพเด็กติดมาด้วย 📱 นาย A ใช้มือถือถ่ายวิดีโอเจ้าหน้าที่เทศกิจขณะปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบการบุกรุกลำรางสาธารณะ (ซึ่งเป็นข้อพิพาทกันอยู่) โดยมีภาพเด็กนักเรียนติดมาในเฟรมด้วย คณะกรรมการฯ เห็นว่านาย A ทำเพื่อ "ประโยชน์ส่วนตน" ในการรวบรวมหลักฐานและไม่ได้นำไปเปิดเผย จึงได้รับยกเว้นตาม 4(1) ครับ 👉 อ้างอิง: คำสั่งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ที่ 10/2567
3.4 ศึกแม่ค้าออนไลน์กับนักกดสติกเกอร์หน้าบึ้ง 😡 เรื่องนี้พีคมาก สรุปคือมีการแคปข้อความสอบถามพร้อมรูปโปรไฟล์ครอบครัวไปโพสต์ประจานว่าคู่กรณีเป็นมิจฉาชีพ คณะกรรมการฯ วินิจฉัยว่า การกระทำนี้เป็นการใช้ข้อมูล "เพื่อประโยชน์ส่วนตน" ตามมาตรา 4 (1) จึงไม่อยู่ภายใต้ PDPA แต่เป็นเรื่องพิพาทส่วนตัวที่ต้องไปเรียกร้องตามกฎหมายอื่น (หมิ่นประมาท) กันเอาเองครับ 👉 อ้างอิง: คำสั่งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ที่ 19/2567
สรุป ✨
มาตรา 4 (1) คือ "เส้นแบ่งเขต" ที่ป้องกันไม่ให้เรานำกฎหมายระดับองค์กรอย่าง PDPA มาใช้พร่ำเพรื่อในความสัมพันธ์ระดับบุคคลครับ หากเป็นการกระทำเพื่อตัวเอง เพื่อครอบครัว หรือเพื่อปกป้องสิทธิของตนเองในฐานะบุคคลธรรมดา กฎหมาย PDPA จะ "ถอยออกมา" เพื่อให้กฎหมายอื่นที่เหมาะสมกว่าทำหน้าที่แทน 🛡️
#pdpa #ถอดรหัสกฎหมาย #ppเล่าเรื่องกฎหมาย
โฆษณา