นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของชีวิตของคนดังที่พังทลายจากความกระหายมูลค่าข่าวซุบซิบในอุตสาหกรรม แต่มันคือเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ Pop Culture สมัยใหม่ เรื่องราวเส้นทางของ Super Star ที่เปลี่ยนจากพรมแดงสู่กรงขังทองคำ และบทบาทของสื่อที่ทำหน้าที่เป็น “เพชฌฆาต” อย่างซื่อสัตย์ต่อเรตติ้งและร่วมสร้างค่านิยมทางวัฒนธรรมที่โหดร้ายและเหยียดเพศหญิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศหรือสุขภาพจิต กับมหากาพย์กว่า 2 ทศวรรษ
เรามาสร้างบทสนทนาในสิ่งนี้กัน
— — — — — — — — — — — — — — — —
บทที่ 1: การล่าความบริสุทธิ์
ในฐานะของผู้รักความสงบ แม้ว่าเราอยากจะเชื่อว่าสังคมของเราได้ก้าวพ้นอคติทางเพศที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรมของเราไปนานแล้ว แต่ในความเป็นจริงมันกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง และหนึ่งในเรื่องราว Pop Culture ที่เป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าอคติเหล่านี้คือเรื่องจริงก็คือ เรื่องราวของบริทนีย์
แน่นอนว่าหลายคนรู้จักเธอในฐานะของศิลปินหญิงระดับโลกที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย เธอถึงกับได้รับฉายาว่าเป็น “Princess of Pop” เธอมีผลงานที่กลายเป็นงานอมตะมากมาย และเธอก็เป็นไอคอนแห่งยุค แต่นั่นเป็นแค่ด้านดี ๆ ส่วนหนึ่งของความสำเร็จเพียงเท่านั้น
บริทนีย์เป็นชื่อรู้จักครั้งแรกในฐานะดาราเด็กจากช่องดิสนีย์ รายการ Mickey Mouse Club ตอนเธอมีอายุแค่ 11 ขวบ ซึ่งความจริงก่อนหน้านั้นเธอเคยร่วมออดิชั่นเพื่อแสดงในรายการนี้ตั้งแต่อายุ 8 ขวบแล้ว แต่โดนปฏิเสธเพราะยังเด็กเกินไป จนกระทั่งเธอได้ร่วมประกวดร้องเพลงในรายการ Star Search ตอน 10 ขวบ และกลับมาออดิชั่นในรายการนี้จนผ่าน เวลาผ่านไปเมื่อรายการปิดตัวลง บริทนีย์ก็ยังคงมุ่นมั่นทำตามความฝันต่อ จนเธอได้เซ็นสัญญากับค่าย Jive Records ในปี 1997 ในวัยเพียง 15 ปี หลังจากนั้นชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปตลอดกาล
ในปี 1998 “Baby One More Time” คือผลงานเพลงอัลบั้มแรกของบริทนีย์ที่ถูกปล่อยออกมา หลังจากนั้นเธอก็ดังเป็นพลุแตกจนกลายเป็นศิลปินวัยรุ่นที่มียอดขายมากที่สุดในตอนนั้น และซิงเกิลชื่อเดียวกันกับอัลบั้มก็ยังคงเป็นหนึ่งในซิงเกิลที่ขายดีที่สุดตลอดกาลจนถึงทุกวันนี้
ในขณะที่ชีวิตของบริทนีย์กำลังแตกสลาย สื่อแท็บลอยด์กลับพาดหัวข่าวประโคมซ้ำราวกับงานรื่นเริง คำพาดหัวอย่าง "Britney: The Meltdown", "She's Crazy", หรือคำถามที่ทิ่มแทงหัวใจคนเป็นแม่อย่าง "Who's Taking Care of the Babies?" กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่สนุกปากไปทั่วโลก เห็นชัดว่าสื่อจงใจใช้ผลลัพธ์จากการคุกคามของพวกเขาเอง มาเป็นอาวุธในการตราหน้าว่าเธอเป็นบุคคลอันตรายและไม่สมควรได้รับสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก
แรงเหวี่ยงของสังคมเปลี่ยนไปอย่างถาวรเมื่อสารคดี “Framing Britney Spears” ของ The New York Times ออกฉายในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 สารคดีชุดนี้ไม่ได้แค่เล่าเรื่องชีวิตบริทนีย์ แต่มันคือการเอาคืนสื่อทั้งระบบด้วยการนำฟุตเทจเก่า ๆ มาฉายซ้ำให้เห็นว่า พิธีกรชื่อดังและปาปารัสซี่เคยทำตัวอำมหิตกับเธอไว้ขนาดไหน
นี่คือส่วนหนึ่งจากสเตทเมนท์ของ Madonna ที่เคยกล่าวไว้ขณะรับรางวัล Billboard Woman of the Year ในปี 2016 ซึ่งมันสามารถสะท้อนค่านิยมบิดเบี้ยวที่แฝงอยู่ในอุตสาหกรรมบันเทิง ในประเทศอเมริกา รวมถึงในสังคมทั่วไปทั่วโลก