6 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดแผน 3 ปี เร่งฟื้นศรัทธา–ปลุกสภาพคล่อง

ผนึกทุกภาคส่วน ปลดล็อกอุปสรรคลงทุน ดันตลาดหุ้นเดินหน้าท่ามกลางความผันผวน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดแผนกลยุทธ์ระยะ 3 ปี ชู 3 กลยุทธ์หลัก จับมือทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนตลาดทุนไทย ปลดล็อกอุปสรรค ผลักดันให้เกิดการเติบโตภายใต้ภาวะตลาดชะลอตัวและปัจจัยความผันผวนรอบด้าน
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความท้าทายที่เผชิญอยู่ ทั้งความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยที่ลดลง สภาพคล่องการซื้อขายที่หดตัว การขาดจำนวนธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่เข้าจดทะเบียน การแข่งขันจากต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือก รวมถึงปัจจัยความเสี่ยงหลาย ๆ ด้านที่เพิ่มมากขึ้น อาทิ ความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจชะลอตัว ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เป็นต้น
โดยจากการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้าน ตลาดทุนไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อให้กลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ แผน 3 ปีนี้จะดำเนินการเชิงรุกในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความน่าดึงดูดของตลาด (Attractiveness) การเพิ่มสภาพคล่อง (Liquidity) การเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (Valuation) และที่สำคัญคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่น พร้อมสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ทุกภาคส่วน
สำหรับแผนกลยุทธ์กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ระยะ 3 ปี (2569-2571) ภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ดังนี้
1) รุกสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น (Exciting Markets with Confidence)
- ดึงดูด Fund Flow โดยผนึกกำลังกับพันธมิตรกระตุ้นให้ผู้ลงทุนกลับมาซื้อขายและขยายฐานผู้ลงทุนใหม่ หลังปี 2568 สภาพคล่องปรับลดลงจากหลายปัจจัยที่กดดัน โดยจะมีการเพิ่มสินค้าใหม่ Bond Connect Platform, Crypto ETF พร้อมขยาย DR และ L&I ETF เพื่อตอบโจทย์ผู้ลงทุนกลุ่มต่างๆ ที่มีความต้องการที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับการพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ให้เป็นศูนย์รวมพอร์ตลงทุนสินทรัพย์ทุกประเภท เพื่อเพิ่มความสะดวกผู้ลงทุน
นอกจากนี้ เตรียมจัดโรดโชว์ inbound และ outbound เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศควบคู่ไปกับการทบทวนกฎเกณฑ์เพื่อปลดล็อกอุปสรรคการลงทุนจากต่างประเทศ ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเน้นฮ่องกงและสิงค์โปรเป็นหลัก เนื่องจากมีนักลงทุนที่ให้ความสนใจตลาดหุ้นไทยจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม คาดจะดำเนินการได้ภายหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น เพื่อนำนโยบายต่างๆ ไปสื่อสารได้อย่างชัดเจน
- ยกระดับบริษัทจดทะเบียนด้วยคุณภาพ: ผนึกหน่วยงานกำกับฯ ทบทวนกฎเกณฑ์และกระบวนการ IPO ให้รวดเร็วขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพและดึงดูดธุรกิจที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และผลักดันให้สามารถแข่งขันกับตลาดหุ้นต่างประเทศได้ พร้อมร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ดึงดูดบริษัทกลุ่ม New Economy, บริษัทต่างชาติ รวมถึง SME และ Startup เข้าสู่ตลาดทุนไทย ขณะเดียวกัน มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม บจ. ปัจจุบัน เดินหน้าสร้าง visibility แผนงานของ บจ. ในโครงการ JUMP+ ต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านบรรษัทภิบาลของ บจ. ไทย
- รุก TFEX เสริมกลยุทธ์ลงทุน: ส่งเสริมการใช้ TFEX เสริมพอร์ตหุ้นอย่างจริงจัง สร้างกลยุทธ์การลงทุน พร้อมเพิ่มสินค้าอนุพันธ์ใหม่ๆ ขยายโอกาสการลงทุน เช่น ตราสารอนุพันธ์ระยะสั้น (Short-dated products) Crypto-based product เป็นต้น ตลอดจนเพิ่มสภาพคล่องทางการซื้อขายผ่านการทำงานของ Market Maker และ Professional Trader พร้อมร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศขยายฐานผู้ลงทุนในวงกว้าง
2) ผนึกกำลัง ขยายการเติบโต (Grow Business with Stakeholders)
- สร้าง SET Climate Ecosystem: ร่วมกับพันธมิตรขยายการใช้งาน SETCarbon ในกลุ่ม บจ. รวมถึง Supply chain ของ บจ. ธนาคาร และลูกค้าธนาคารโดยมีแผนพัฒนาฟังก์ชันให้ครบวงจรตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ ตั้งเป้า บจ. ใช้งานระบบเพิ่มขึ้นอีก 100 บริษัท พร้อมมุ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาฐานข้อมูลคาร์บอนกลางของประเทศด้วยมาตรฐานข้อมูลเดียวกันสำหรับทุกภาคส่วนรวมทั้งสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการซื้อขายคาร์บอนเครดิต และเตรียมพร้อมทุกภาคส่วนให้รองรับ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- ต่อยอดธุรกิจ Market Data & Access: นำ AI มาพัฒนาข้อมูลให้ตอบโจทย์การใช้งานทั้งภายในและให้บริการภายนอกองค์กร พัฒนานโยบายสำหรับการให้บริการเชิงพาณิชย์ให้เทียบเคียงสากล
3) เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน ขับเคลื่อนพัฒนาคน (Great Process and People)
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับการบริการ: พัฒนาระบบ Clearing ใหม่เพื่อเตรียมการที่จะเริ่มให้บริการในปี 2570 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของระบบ และยกระดับ TSD e-Service เช่น QR Code Sealer, e-Proxy, e-Document, Investor Portal
- วางรากฐานพัฒนาคน: ขับเคลื่อนบุคลากรเพื่อสอดรับกับทิศทางองค์กรและธุรกิจ พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี สร้างสรรค์นวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ นำการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม และตระหนักถึงความยั่งยืน
ในส่วนของการเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้นไทย นายอัสสเดช กล่าวว่า หากพิจารณาตามแผนที่วางไว้ สภาพคล่องของตลาดเกิดจากการซื้อขายเป็นหลัก โดยนักลงทุนจะเข้าซื้อเมื่อสินทรัพย์มีความน่าสนใจ และขายออกเมื่อราคาปรับขึ้นจนมองว่าให้ผลตอบแทนเพียงพอแล้ว ดังนั้น แนวคิด “Jump Plus” จึงมุ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้าในตลาดทุน ขณะที่โครงการ Bond Connect เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถนำพันธบัตรรัฐบาลไปใช้ลงทุนต่อได้ ช่วยดึงเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดมากขึ้น และผลักดันให้บริษัทประกันเข้ามามีบทบาทในการลงทุนเพิ่มขึ้น
ในส่วนของบริษัทจดทะเบียน จำเป็นต้องสื่อสารกับนักลงทุนอย่างเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะการสะท้อนศักยภาพและโอกาสการเติบโตให้แก่นักลงทุนต่างชาติ ขณะเดียวกัน การพัฒนาแอปพลิเคชันให้เหลือเพียงแพลตฟอร์มเดียวก็เป็นอีกกลไกสำคัญในการเสริมสภาพคล่อง เนื่องจากช่วยให้นักลงทุนสามารถมองเห็นพอร์ตการลงทุนได้ครบถ้วนในที่เดียว เพิ่มความสะดวกและความคล่องตัวในการซื้อขาย
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างศึกษาการนำผู้สร้างสภาพคล่องมาใช้ (Market Maker) โดยในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศมักมี Market Maker เข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับหุ้นขนาดเล็ก ซึ่งแนวทางดังกล่าวอาจต้องอาศัยการลงทุนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างไรก็ตาม การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าถึงได้ยังเป็นปัจจัยสำคัญ โดยอาจนำเทคโนโลยีมาช่วยสื่อสารข้อมูลของบริษัทขนาดเล็กให้เข้าถึงนักลงทุนได้มากขึ้น คล้ายกับแนวทางที่ใช้ในประเทศญี่ปุ่น
ขณะที่ในด้านการปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่างๆ ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปว่าจะมีการปรับเปลี่ยนในประเด็นใดบ้าง แต่การดำเนินการทุกขั้นตอนจะพิจารณาจากภาพรวมของตลาดเป็นสำคัญ เพื่อให้กฎเกณฑ์ใหม่สามารถสร้างสมดุลที่เหมาะสมให้กับตลาดหุ้นไทย โดยต้องอาศัยการวิเคราะห์จากข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้าน ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน
สุดท้ายนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งหวังว่าการดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ทั้ง 3 ด้าน จะช่วยให้ตลาดทุนไทยกลับมามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่จะเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าสู่ตลาดทุน และสร้างโอกาสการลงทุนที่ยั่งยืนอย่างทั่วถึงสำหรับทุกคน
โฆษณา