เกิดปรากฏการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจบนดาวฤกษ์ดวงแม่ของเรา เมื่อกล้องโทรทรรศน์อวกาศของนาซาสามารถบันทึกภาพโครงสร้างพลาสมาขนาดมหึมาที่พวยพุ่งออกจากผิวดวงอาทิตย์ก่อนจะแผ่ขยายตัวออกสู่ความว่างเปล่าของอวกาศ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นของปรากฏการณ์การปลดปล่อยมวลโคโรนาครั้งสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพอวกาศรอบตัวเรา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายปี พ.ศ. 2567 ถูกบันทึกไว้ได้อย่างละเอียดผ่านกล้อง SDO หรือกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Solar Dynamics Observatory ของนาซา ภาพที่ปรากฏแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างพลาสมาที่มีขนาดใหญ่โตมหาศาลจนสามารถบรรจุโลกของเราลงไปข้างในได้หลายใบอย่างสบายๆ การปะทุครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์การปลดปล่อยมวลโคโรนา หรือที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า CME (Coronal Mass Ejection) ซึ่งเป็นการพ่นกลุ่มก้อนอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กออกมาจากชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์
เพื่อให้เห็นภาพการทำงานของพลังงานที่ซ่อนอยู่ นักวิทยาศาสตร์ได้ประมวลผลภาพถ่ายจากอุปกรณ์ AIA (Atmospheric Imaging Assembly) ของกล้อง SDO โดยการรวมภาพในช่วงคลื่นอัลตราไวโอเลตยิ่งยวดสามช่วงความยาวคลื่นเข้าด้วยกัน ทำให้เราสามารถมองเห็นพลาสม่าที่มีอุณหภูมิแตกต่างกันได้อย่างชัดเจน ในภาพที่ปรากฏนี้ สีแดงเป็นตัวแทนของวัสดุที่มีความหนาแน่นสูงและมีอุณหภูมิต่ำกว่า ซึ่งถูกยกตัวขึ้นมาจากชั้นบรรยากาศส่วนล่างของดวงอาทิตย์ ในขณะที่สีเหลืองแสดงถึงวงโคโรนาที่มีความร้อนสูงถึงล้านองศาเซลเซียส ซึ่งพุ่งยืดตัวออกไปตามเส้นแรงแม่เหล็กที่กำลังเปิดออกสู่ห้วงอวกาศ
ความสำคัญของการเฝ้าติดตามปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงามทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่การทำงานอย่างต่อเนื่องของกล้อง SDO ยังช่วยให้นักวิจัยสามารถพยากรณ์สภาพอวกาศได้แม่นยำยิ่งขึ้น เนื่องจากกิจกรรมบนดวงอาทิตย์ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตวิถีใหม่บนโลก ไม่ว่าจะเป็นการรบกวนสัญญาณดาวเทียม ระบบนำทางจีพีเอส การสื่อสารทางวิทยุ ไปจนถึงเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้าบนพื้นโลก ซึ่งหลังจากที่การปะทุครั้งใหญ่สิ้นสุดลง สนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์จะเริ่มจัดเรียงตัวใหม่อีกครั้งเพื่อเข้าสู่สภาวะสมดุล
การทำความเข้าใจพฤติกรรมของดวงอาทิตย์จึงเปรียบเสมือนการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับหัวใจของระบบสุริยะอย่างปลอดภัย ยิ่งเราเข้าถึงข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กและการปลดปล่อยพลังงานได้มากเท่าไหร่ มนุษยชาติก็จะยิ่งมีความพร้อมในการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเทคโนโลยีอันทันสมัยในยุคปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น โดยการศึกษาวิจัยจากข้อมูลของกล้อง SDO ในครั้งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต
👨🚀 เครดิตวิดีโอ: NASA, SDO, AIA, Helioviewer