15 ม.ค. เวลา 09:23 • การเมือง

เปิดนโยบายเศรษฐกิจ “พรรคภูมิใจไทย”

ใกล้เข้าสู่การเลือกตั้งครั้งสำคัญอีกครั้งในวันที่ 8 ก.พ. 69 โดยตอนนี้จะเห็นพรรคการเมืองประกาศนโยบายหาเสียงกันอย่างมากมาย ซึ่ง “พรรคภูมิใจไทย” ถือว่าเป็นพรรคใหญ่ที่หลายฝ่ายจับตามอง เนื่องจากเป็นแกนนำรัฐบาลชุดล่าสุดผ่านสโลแกน “พูดแล้วทำพลัส+” ไว้อย่างน่าสนใจหลายด้าน
“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” จึงได้รวบรวมเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยที่สำคัญ ไว้ ดังนี้
***กระตุ้นใช้จ่าย-ท่องเที่ยว
คนละครึ่งพลัส “เฟส 2” ซึ่งเดินหน้าทำต่อเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย และ ลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ตลอดจนสร้างรายได้ และ เสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ
กระตุ้นท่องเที่ยว ด้วยการรายได้ดี 4 ปี 6 ล้านล้านบาท เพิ่มจํานวนนักท่องเที่ยวสู่ 80 ล้านคน และ รายได้จากการท่องเที่ยวทะลุ 6 ล้านล้านบาท ภายในปี 2570 ผ่านการเพิ่มระยะเวลาการพํานัก จํานวนการใช้จ่ายต่อคน และ เพิ่มจํานวนนักท่องเที่ยวกลุ่มใช้จ่ายสูง
นอกจากนี้ แก้ปัญหาโลว์ซีซั่น ไม่ให้เกิดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยว ผ่านการจัดอีเวนท์ไม่น้อยกว่า 300 กิจกรรม และ ดึงงานกิจกรรมระดับนานาชาติ มาจัดในพื้นที่ศักยภาพ โดยตั้งเป้าหมายสร้างเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท ผ่านอีเวนท์นานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น World Football Festival , World Musical Firework , TRI World Series , World Music Festival
***ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้
ค่าไฟฟ้า ด้วยการคุมค่าไฟ หน่วยละ 3 บาท ซึ่งอยู่ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสีเขียว พลัส สู่ Net Zero 2050 ของพรรคภูมิใจไทย โดยจะทำโซล่าเซลล์ชุมชน ส่งไฟฟ้าเข้าบ้านเรือนตรงถึงประชาชน ไม่ต้องผ่านหน่วยงานต่างๆ ที่จะคิดค่าดำเนินการ และ ค่าภาษี ทำให้ค่าไฟฟ้ามีราคาแพงขึ้น
รถสาธารณะราคาถูก ผ่าน”รถเมล์ไฟฟ้า ค่าโดยสารเริ่มต้น 10 บาท สูงสุด 40 บาท ทุกเที่ยว ทุกสาย ตลอดวัน ซึ่งมีแผนที่จะดำเนินการไม่เกิน 3 ปีในการเปลี่ยนรถขนส่งสาธารณะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรถเก่าๆ หรือ รถร้อน มาเป็นรถไฟฟ้า
หลังคาโซลาร์ ฟรีหลังคาโซลาร์เซลล์ ลดค่าไฟฟ้า 450 บาท/บ้าน โดยรัฐบาลจะติดตั้งโซล่าเซลล์?ให้แก่ประชาชนที่นำบ้าน หรือ ที่พักอาศัย สถานประกอบการ เข้าร่วมโครงการ ฟรี และ รับซื้อกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จากประชาชน
รถมอไซด์ไฟฟ้า ด้วยการรับสิทธิซื้อ รถมอเตอร์ไซค์ EV ผ่อน 100-300 บาท/เดือน ซึ่งถือเป็นการซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในราคาไม่แพง เป็นการลดรายจ่ายในการเดินทางให้กับประชาชน
***เพิ่มเงินเดือน-ค่าตอบแทน
ทหารอาสา เงินเดือน 1.2 หมื่นบาท สัญญา 4 ปี
พยาบาลอาสา เงินเดือน 1.5 หมื่นบาท สัญญา 4 ปี
อสม. เพิ่มค่าตอบแทนเป็น 2,000 บาท/เดือน ทำให้ อสม.สามารถจับจ่ายใช้สอย มีเม็ดเงินไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจชุมชน มีเงินไว้สำหรับสะสมเข้ากองทุนฌาปณกิจสงเคราะห์ ซึ่งทำให้ทายาท อสม.ที่เสียชีวิตได้รับเงินจากกองทุนนี้ถึงเกือบ 500,000 บาท/ราย
***เงินทุน-ลดหนี้
เงินกู้ฉุกเฉิน วงเงิน 50,000 บาท – ผ่อน 150 บาท/วัน ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ – ไม่ต้องค้ำประกัน เพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินของชีวิตตัวเอง และ ครอบครัว หรือ ใช้เป็นทุนประกอบอาชีพ รวมไปถึงใช้เป็นเงินปิดวงจรหนี้นอกระบบของตัวเองได้
พักหนี้ พักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอก คนละไม่เกิน 1 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชน ไม่ต้องชำระหนี้ ทั้งเงินต้น และ ดอกเบี้ย จะทำให้มีกำลังซื้อมากขึ้น และ รัฐจะได้รับภาษีมูลค่าเพิ่มจากการใช้จ่ายของประชาชนที่ 7% ทุกๆ 100 บาท ที่มีการใช้จ่าย รัฐจะได้ 7 บาท หากมีเงินหมุน 3 รอบ ทุกๆ 100 บาท ที่ใช้จ่ายรัฐจะมีรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม 21 บาท เป็นรายได้ที่นำมาใช้ในโครงการพักหนี้ และ พัฒนาประเทศได้ โดยโครงการนี้จะเริ่มได้ภายใน 3 เดือน หลังจากหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะนายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เสร็จสิ้น
***มหภาค-เกษตร
แลนด์บริดจ์ “Landbridge อ่าวไทย-อันดามัน ยกระดับคมนาคมของไทย – อาเซียน ซึ่งที่ทำแล้ว คือ ถนน ระบบคมนาคม การสาธารณสุข ที่ดีขึ้น และ สร้างสะพาน เชื่อมพัทลุง-สงขลา และ สะพานข้ามเกาะลันตา จ.กระบี่ โดยจะผลักดันแลนด์บริจ์ เชื่อมอ่าวไทย อันดามัน ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจการลงทุน
***เกษตรร่ำรวย
รู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย เสียหายมีประกัน ข้าว 12,000 บาท/ตัน – น้ำยาง 62 บาท/กก. ปาล์ม 5 บาท/กก. – มันสำปะหลัง 4 บาท/กก. โดยนโยบายนี้ต้องเข้ามาสนับสนุน และ จัดทำนโยบาย เกษตรร่ำรวย ด้วย Contract Farming เพื่อให้เกษตรกรทุกราย มีสัญญาซื้อขายผลผลิต ล่วงหน้าเป็นหลักประกัน ต่อไปนี้เกษตรกรต้องรู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย เสียหายมีประกัน เพื่อการทำเกษตรมีกำไร ไม่ขาดทุน ลดปัญหานี้สิน
โฆษณา