1 ชั่วโมงที่แล้ว • หนังสือ

Blockdit Originals คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ 1 ตอน "สองคำถามการเลือกตั้ง"

ผู้อ่านหลายคนเขียนมาถามเรื่องรัฐธรรมนูญหลายข้อ ขอเลือกบางข้อที่อาจจะมีประโยชน์
(คำถามที่ 1)
‘Introvertman’ / ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม : “รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร มีความจำเป็นแค่ไหนในการแก้ไขหรือเปลี่ยนฉบับใหม่”
วินทร์ เลียววาริณ : ผมจะไม่ออกความเห็นเรื่องข้อดีข้อเสีย เพราะมันขึ้นกับว่ามองด้วยเลนส์แบบไหน บางคนว่าฉบับปัจจุบันดีอยู่แล้ว บางคนว่ามันเลวร้ายมาก ต่างก็มีเหตุผลรองรับ คุณต้องชั่งน้ำหนักเอง
ผมจะพูดเรื่องมีความจำเป็นแค่ไหนในการแก้ไขหรือเปลี่ยนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
คนไม่น้อยทั้งประชาชนและนักการเมืองบอกว่า ถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประเทศไทยจะไม่เจริญ จะกลายเป็นรัฐล้มเหลว
อาจจะจริง อาจจะไม่จริง เพราะตัวอย่างในประวัติศาสตร์โลกบอกว่า รัฐล้มเหลวเกิดจากคน ไม่ใช่ตัวหนังสือ และคนนั่นเองที่บิดเบือนตัวหนังสือ
1
ในอดีตเรามีรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 ที่ยกว่าเป็นฉบับที่ดีที่สุด เพราะมีส่วนร่วมของประชาชนสูงมาก ขยายสิทธิเสรีภาพ เพิ่มสิทธิเสรีภาพของประชาชนและส่วนร่วมทางการเมือง สร้างองค์กรอิสระ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบอำนาจรัฐ และส่งเสริมการเกิดรัฐบาลพรรคเดียว เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเมือง
แต่ก็ยังมีนักการเมืองที่มีความสามารถพิเศษ หาช่องทางไปใช้ในทางไม่ดีได้ รัฐบาลที่เข้มแข็งกลับสามารถทำการทุจริตและครอบงำองค์กรอิสระ
ดังนั้นเราควรระวังอย่าไปยึดมั่นถือมั่นกับความอยากเปลี่ยนรัฐธรรมนูญจนกลายเป็น preconceived idea (ความคิดปรุงแต่งล่วงหน้า) และทำให้ไม่มองภาพกว้าง เพราะท้ายที่สุดแล้ว มันขึ้นอยู่กับจริยธรรมของคนใช้รัฐธรรมนูญอย่างมาก
1
เมืองไทยมีรัฐธรรมนูญมาแล้วกว่า 20 ฉบับ แต่ดูเหมือนใครก็ตามที่ขึ้นมาเป็นใหญ่ เป็นต้องรื้อ อ้างเหตุผลเดิมๆ
ความจริงการฉีกรัฐธรรมนูญเป็นภาคบังคับของทุกรัฐประหาร เหมือนก่อนเปลี่ยนหลอดไฟ ก็ต้องตัดไฟหลักก่อน แต่หลังจากคณะรัฐประหารหมดอำนาจ ก็มักกลับสู่โหมดการแก้หรือร่างรัฐธรรมนูญใหม่อีกรอบ เป็นอย่างนี้เสมอมา
การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็อยู่ในกรณีนี้ เหตุผลที่ผมได้ยินบ่อยที่สุดคือ ที่มาของมันไม่ชอบธรรม เนื่องจากร่างโดยผู้ก่อรัฐประหาร แม้จะผ่านประชามติก็จริง ก็ยังไม่สง่างาม และไม่สะท้อนเจตจำนงของประชาชน
สำหรับคนไม่น้อย เหตุผลข้อนี้ข้อเดียวก็พอแล้ว ทั้งที่บางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอะไรในรัฐธรรมนูญฉบับนี้
1
เหตุผลอื่นๆ ก็คือฉบับปัจจุบันลบสิทธิที่เคยมีในรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ ที่ผ่านมา สิทธิในการเข้าชื่อยื่นถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. สว. กกต. ปปช. ประธานศาลฎีกาประธานศาลรัฐธรรมนูญ การสืบทอดอำนาจ เป็นต้น
ถ้างั้นทำไมไม่แก้รายมาตรา คำตอบของฝ่ายที่เสนอให้แก้คือ เพราะมันทำไม่ได้ในเชิงเทคนิค หรือออกแบบมาให้แก้ได้ยาก
ก็กลับมาสู่คำถาม มีความจำเป็นแค่ไหนในการแก้ไขหรือเปลี่ยนฉบับใหม่?
ก็ต้องพิจารณาให้ครบด้านจริงๆ โดยออกจากกรอบคิดก่อนชั่วคราวว่า ผู้ร่างฉบับปัจจุบันเป็นพวกก่อรัฐประหาร แต่พิจารณาที่เนื้อหาของมันอย่างเดียว ถ้าไม่ดี ก็ทำใหม่ แต่ไม่ใช่ทำใหม่เพราะตั้งธงไว้ก่อนแล้ว อย่างนี้คือ preconceived idea
1
นี่คือคำถามและประเด็นที่ใช้ประกอบการคิด
1 รัฐธรรมนูญฉบับรัฐประหารเลวร้ายจริงหรือไม่ เรายึดมั่นอยู่กับการต่อต้านคำว่า ‘รัฐประหาร’ เกินไปหรือไม่ เสมือนหนึ่งเราไม่ยอมฟังอลัชชีเทศน์ธรรม เพราะมองที่บุคคลมากกว่าธรรม
1
2 การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เอื้อประโยชน์ให้ใครหรือองค์กรใด พรรคใดหรือไม่ มีนัยแอบแฝงหรือไม่
1
3 ต้องการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญเพื่อต้านคอร์รัปชั่น หรือต้องการเปลี่ยนเพื่อเปิดโอกาสให้คอร์รัปชั่น
1
4 การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ช่วยประเทศในระยะยาวหรือไม่
1
5 รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเปิดช่องให้นักการเมืองหรือผู้มีอำนาจปู้ยี่ปู้ยำเช่นที่เคยทำกับรัฐธรรมนูญ ‘ที่ดีที่สุด’ ในอดีตหรือไม่
1
6 รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีวิธีควบคุมนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจที่ใช้รัฐธรรมนูญในทางผิดหรือไม่
1
7 ต้องการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญเพื่อพัฒนาระบอบการปกครอง หรือเพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครอง
1
ตรวจสอบและตอบคำถามเหล่านี้ ขบคิดให้ถ่องแท้ว่าอะไรดีกับประเทศของเราและลูกหลานของเรา จึงค่อยตัดสินใจ แล้วไปลงคะแนนเสียง
(คำถามที่ 2)
‘Introvertman’ : “ปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ ความมั่นคงของประเทศเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ทราบว่าในการเลือกตัวแทนเพื่อเข้าไปทำงานการเมืองและบริหารบ้านเมือง ควรจะให้ความสำคัญกับนโยบายด้านใด น้ำหนักเท่าไรดี”
วินทร์ เลียววาริณ : ผมคิดว่าบางทีเราอาจตั้งโจทย์ผิดแต่แรก ที่เห็นว่านโยบายระยะสั้นนำหน้าทุกอย่าง
พูดตรงๆ ผมยังไม่เคยเห็นพรรคการเมืองใดคิดไกล 20-30 ปี จะวางรากฐานการศึกษาอย่างไร จะพาประเทศไปทางเกษตรกรรมหรืออุตสาหกรรมหรืออะไร ฯลฯ แทบทุกพรรคคิดนโยบายระยะสั้น เป็นการตลาดแบบจูงใจ เพื่อให้ได้รับเลือก
คนจำนวนมากต้องการนโยบายที่เห็นผลทันที แต่ผมชอบมองภาพกว้างมากกว่า
ผมมองการสร้างชาติในในระยะไกลๆ สัก 20-30 ปี ผมจะถามว่าเราต้องการให้คนไทยยืนอยู่ตรงไหน คุณภาพคนเป็นอย่างไร เราจะวางรากฐานประเทศในระยะยาวอย่างไร เพื่อที่ลูกหลานเราจะไม่โง่เขลา เบาปัญญา และเป็นง่อย ด้วยการศึกษาที่ไม่เพียงพอสู้กับคนชาติอื่นๆ และประชานิยมที่ทำลายคนอย่างร้ายแรง แล้วค่อยย้อนกลับมาดูว่า เราควรทำอะไร เสนอนโยบายอะไรในวันนี้
เราควรดูคนมากกว่านโยบาย เพราะคนเลว คนโกงกิน คนโกหก ทำลายชาติในระยะยาว ไม่ว่านโยบายในระยะสั้นจะดึงดูดใจแค่ไหน
1
โฆษณา