Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
จากด้านเงียบของดวงจันทร์
•
ติดตาม
16 ม.ค. เวลา 11:32 • ความคิดเห็น
"การรีดภาษีอย่างเดียวไม่ได้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่อาจทำให้ปัญหาแย่ลงได้" หากทำไม่ถูกที่และไม่ถูกเวลา
หากพิจารณาตามหลักเศรษฐศาสตร์และการบริหารรัฐกิจในปี 2026
แบ่งผลกระทบออกเป็น 2 ด้านตามกลไกที่รัฐบาลมักใช้เหตุผลในการเก็บภาษีเพิ่ม ดังนี้:
1. เมื่อภาษีกลายเป็น "ยาพิษ" (Negative Impact)
หากรัฐบาลรีดภาษีในช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลัง "หนืด" และประชาชนมีหนี้สูง (ปี 2569) จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "การดึงเงินออกจากกระเป๋าในยามยาก":
• การบริโภคลดฮวบ: เมื่อคนถูกเก็บภาษีเพิ่ม รายได้ที่เหลือไปใช้จ่าย (Disposable Income) จะลดลง ทำให้คนหยุดซื้อของ ร้านค้าขายไม่ได้ SME ทยอยปิดตัวลง เป็นวัฏจักรที่ทำให้ GDP ถดถอย
• การลงทุนหดตัว: หากรีดภาษีนิติบุคคลหรือภาษีสินทรัพย์ (เช่น ที่ดิน/คริปโต) นักลงทุนจะรู้สึกว่า "ไม่คุ้มเสี่ยง" และจะย้ายฐานการลงทุนไปประเทศอื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่า (Capital Flight)
• การผลักภาระภาษี: ธุรกิจมักจะบวกภาษีที่เพิ่มขึ้นเข้าไปในราคาสินค้า ทำให้ของแพงขึ้น (Inflation) กระทบค่าครองชีพประชาชนโดยตรง
2. เมื่อภาษีเป็น "ทางรอด" (Positive Impact - ในทางทฤษฎี)
รัฐบาลมักอ้างว่าการเก็บภาษีเพิ่มจำเป็นต้องทำเพื่อ:
• ลดความเหลื่อมล้ำ: การเก็บภาษีความมั่งคั่ง (Wealth Tax) หรือภาษีมรดกจากกลุ่มคนรวย 1% ของประเทศ เพื่อเอาเงินมาสร้างสวัสดิการให้คนจน (Redistribution)
• การคลังที่ยั่งยืน: ถ้ารัฐบาลถังแตก (หนี้สาธารณะชนเพดาน) การเก็บภาษีคือวิธีเดียวที่จะมีเงินมาจ่ายเงินเดือนข้าราชการและบำนาญผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ในสังคมไทยปัจจุบัน
• การลงทุนภาครัฐ: รัฐอาจอ้างว่าต้องรีดภาษีเพื่อนำเงินไปสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ (เช่น รถไฟความเร็วสูง หรือระบบ AI ของชาติ) เพื่อดึงดูดการลงทุนในอนาคต
บทวิเคราะห์: ไทยปี 2569 รีดภาษีแล้วได้อะไร?
ในสถานการณ์ของไทยตอนนี้ (2026) นักเศรษฐศาสตร์กังวลว่าเรากำลังเจอภาวะ "Crowding Out Effect" คือรัฐบาลดึงทรัพยากรเงินทุนจากภาคเอกชนไปไว้ในมือรัฐ แต่รัฐกลับใช้เงินไม่เป็น (Inefficiency) เช่น นำไปใช้กับงบประมาณประจำหรือโครงการที่ไม่สร้างรายได้
ผลลัพธ์ที่น่าจะเกิดขึ้น:
1. เศรษฐกิจใต้ดินโตขึ้น: คนจะหาวิธีเลี่ยงภาษีมากขึ้น (เช่น ใช้คริปโต หรือเงินสด)
2. สมองไหล (Brain Drain): คนเก่งๆ และสตาร์ทอัพจะย้ายไปจดทะเบียนบริษัทในสิงคโปร์หรือประเทศอื่นที่เอื้อกว่า
3. ชนชั้นกลางล่มสลาย: เพราะเป็นกลุ่มที่ฐานข้อมูลรัฐเข้าถึงง่ายที่สุดและเลี่ยงภาษีได้ยากที่สุด
เศรษฐกิจ
blockdit
ข่าว
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย