Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ต้นไม้ใหญ่
•
ติดตาม
18 ม.ค. เวลา 04:03 • ความคิดเห็น
รู้สึกไหมครับว่า “เสน่ห์ของความผิดพลาดที่สวยงาม” มันกำลังจะหายไป เดี๋ยวนี้คนเริ่มเอาคำถาม หรือข้อความโต้แย้งไปให้ AI คิดแทน ตอบแทน แล้วคัดลอกกลับมาเป็นคำตอบของตัวเองอีกที ?
คำถามนี้ถูกลบ
รู้ไหมครับ...คำถามที่ออมสินตั้งไว้มันสะกิดใจผมมากจริงๆ นานๆทีจะเห็นออมสินตั้งกระทู้ซะที ผมเลยพลาดไม่ได้เลยครับ 😄
วันนี้ผมอยากเล่าเรื่อง ด้านมืดของปัญญาประดิษฐ์ หรือ ChatGPT ที่หลายคนหลงรัก ความลับของจักรกลนักพูดที่กำลังมัดใจคนทั้งโลก
ผมรวบรวมมาทั้งหมด 12 ข้อ
ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุดนะครับ
ทุกวันนี้ไม่มีใครไม่รู้จักมันใช่ไหมครับ
เครื่องจักรที่ตอบได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่เขียนจดหมายรักไปจนถึงวางแผนธุรกิจ หลายคนยกย่องว่ามันคือสุดยอดความก้าวหน้า... แต่ผมไม่ได้จะมาชื่นชมครับ ผมจะพาทุกคนไปดูเงามืดที่ซ่อนอยู่หลังหน้าต่างแชตที่ดูเป็นมิตรนี้ครับ
บางมุมที่นักพัฒนาอาจบอกว่า มันเป็นแค่ข้อผิดพลาดเล็กๆ แต่ผมจะบอกเลยว่า...มันคือภัยพิบัติทางข้อมูล
1. ความเนียนที่น่าขนลุก
เมื่อความเท็จ ดูจริงกว่าความจริง
เคยลองถามมันเรื่องที่ไม่มีอยู่จริงไหมครับ
ความน่ากลัวของมันไม่ใช่การตอบว่าผมไม่ทราบ หรอก
3
แต่มันคือการแต่งเรื่องขึ้นมาใหม่ทั้งหมด พร้อมน้ำเสียงมั่นใจสุดๆ เหมือนมันอยู่ในเหตุการณ์จริง
มันอาจตั้งชื่อคน วันเวลา หรือเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ปลอมๆขึ้นมาได้เฉยเลย
นี่แหละครับที่เขาเรียกว่า อาการหลอนของ AI เพราะจริงๆแล้วมันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อค้นหาความจริง
แต่มันถูกสร้างมาเพื่อคาดเดาคำตอบที่ผู้ใช้จะพอใจ
และเมื่อเราหลงเชื่อมากเกินไป...
เราจะเริ่มสูญเสียบรรทัดฐานของความถูกต้อง
จนสุดท้ายโลกเราจะเต็มไปด้วยข่าวลือที่ดูน่าเชื่อถือ 100%
2. นักสร้างหลักฐานปลอม
เมื่อการอ้างอิงไม่มีอยู่จริง
มีเคสจริงครับ...
นักกฎหมายบางคนใช้ AI ช่วยร่างคำฟ้อง
แล้วเครื่องจักรนี่แหละ ดันแต่งคดีขึ้นมาเอง เพื่อให้ข้อโต้แย้งดูมีน้ำหนัก ทั้งที่คดีพวกนั้นไม่เคยเกิดขึ้นจริงเลย
1
คิดดูสิครับ ถ้าเรานำมันไปใช้ในการวิจัยหรือคดีความสำคัญๆ ชีวิตคนอาจพังได้เพียงเพราะรหัสโปรแกรมพยายามจะเอาใจเรา มันมั่นใจเกินไป...จนกลายเป็นยาพิษเคลือบน้ำตาล
3. การทำลายทักษะการตรวจสอบ
เมื่อมนุษย์ขี้เกียจจนยอมถูกหลอก
ยิ่งมันตอบเนียนเท่าไหร่
เราก็ยิ่งขี้เกียจตรวจสอบเท่านั้น
ทุกวันนี้เรายอมรับคำตอบจากหน้าจอ
โดยไม่ค้นหาความจริงจากแหล่งข้อมูลจริงเลย
สุดท้าย...เราจะเชื่อทุกอย่างที่เครื่องจักรพ่นออกมา
จนความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของเราค่อยๆ ตายไปอย่างช้าๆ
4. สุภาพบุรุษจอมปลอม
หน้ากากแห่งความใจดีที่ซ่อนอคติ
AI พูดจาสุภาพ เป็นกลาง ดูใจดี
แต่รู้ไหมครับว่าภายใต้หน้ากากนั้นมัน มีอคติ
เพราะมันเรียนรู้มาจากข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ซึ่งเต็มไปด้วยความเกลียดชัง การเหยียดเพศ เหยียดเชื้อชาติ
และที่น่ากลัวกว่าคำพูดรุนแรงคือ คำพูดสุภาพที่แอบบิดเบือน เพราะมันค่อยๆเปลี่ยนความคิดเรา โดยที่เราไม่รู้ตัวเลยครับ
5. การสื่อสารที่ไร้จิตวิญญาณ
เมื่อความเข้าใจกลายเป็นภาพลวงตา
สิ่งหนึ่งที่อยากย้ำมากๆ คือ
AI ไม่เข้าใจสิ่งที่มันพูดแม้แต่นิดเดียวครับ
มันไม่มีหัวใจ ไม่มีประสบการณ์ชีวิต
มันไม่รู้เลยว่าคำพูดของมันจะกระทบจิตใจคนฟังยังไง
แล้วลองคิดดูสิครับ...
เรากำลังมอบอำนาจในการสื่อสาร หรือแม้แต่ปรึกษาเรื่องหัวใจ ให้กับสิ่งที่ไม่มีหัวใจเลยด้วยซ้ำ
นี่แหละครับ...ความมืดของความสัมพันธ์ยุคใหม่
เรากำลังคุยกับเงาที่ไม่มีตัวตน
จนวันหนึ่ง...เราอาจลืมไปเลยว่า....
ความจริงใจ หน้าตาเป็นยังไง
6. ขโมยสติปัญญาของมนุษยชาติ
เมื่อเครื่องจักรกินหยาดเหงื่อมนุษย์
คุณเคยสงสัยไหมครับว่า
มันรู้ได้ยังไงเยอะแยะขนาดนั้น
เขาไม่ได้บอกหรอก...แต่มันคือ การปล้นข้อมูลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์
ทุกบทความที่คุณเคยเขียน
ทุกภาพที่คุณวาด
ทุกนิยายที่มีน้ำพักน้ำแรงของศิลปิน
ถูกดูดเข้าไปในระบบฝึกฝนของมันหมดครับ
โดยไม่ขออนุญาต
มันบอกว่า ไม่ใช่การคัดลอก แต่เป็นการเรียนรู้
แต่ลองคิดดูสิครับ ถ้ามีใครมาเรียนรู้จากผลงานเรา แล้วเอาไปขายต่อโดยไม่จ่ายสักบาท มันต่างจากการขโมยตรงไหน
1
7. ความตายของความคิดสร้างสรรค์
เมื่อ AI ผลิตงานได้เหมือนมนุษย์
ตลาดศิลปะและงานเขียนเริ่มล่มสลาย
เพราะคนเลือกใช้ของฟรีแทนที่จะจ้างคนจริงๆ
มันเหมือนครูสอนลูกศิษย์จนเก่ง
แล้ววันหนึ่งลูกศิษย์คนนั้นกลับมาปล้นบ้านครูตัวเอง
8. ข้อมูลที่ถูกบิดเบือน
AI ดูดข้อมูลจากทั้งดีและเลว
มันจึงซึมซับความเกลียดชังและอคติไปด้วย แล้วผลิตซ้ำออกมาผ่านบทความ โพสต์ หรือเนื้อหาที่เราบริโภคทุกวัน สารพิษทางปัญญาแบบนี้แหละครับ...ที่ค่อยๆ ทำลายค่านิยมของสังคมเรา
9. การผูกขาดความรู้
ในตอนนี้ ความรู้ของโลกอยู่ในมือบริษัทไม่กี่แห่ง
พวกเขาคือผู้ถือกุญแจห้องสมุดของมนุษยชาติ และเขาเป็นคนกำหนดว่าเราควรเห็นอะไร ควรคิดแบบไหน
มนุษย์ไม่ได้แลกเปลี่ยนความรู้กันตรงๆอีกต่อไป แต่ต้องผ่านเครื่องจักรนักพูดที่บริษัทเหล่านี้ควบคุม
10. แรงงานนรกหลังหน้าจอ
เบื้องหลังความฉลาดของเครื่องจักร
เวลาคุณถามมันเรื่องรุนแรงแล้วมันตอบสุภาพ
คุณคิดว่ามันมีศีลธรรมเหรอครับ
ไม่ใช่เลย...มันคือแรงงานมนุษย์ในประเทศยากจนที่นั่งอ่านขยะข้อมูลทั้งวันทั้งคืน
ภาพฆาตกรรม คลิปเหยียดหยาม ข้อความลามก... พวกเขาต้องทนดูทุกอย่าง เพื่อสอนให้ AI รู้ว่าอะไรไม่ควรพูด
และรู้ไหมครับ ค่าจ้างแค่หลักสิบบาทต่อชั่วโมง
บางคนถึงขั้นเป็นโรคเครียด โรคซึมเศร้า หรือ PTSD
นี่คือบาดแผลของมนุษย์ ที่ต้องแลกมากับความสุภาพของเครื่องจักร
11. อาวุธของอาชญากรไซเบอร์
AI ที่ช่วยเราทำงานได้ ก็ช่วยคนร้ายทำงานได้เหมือนกันครับ พวกแฮ็กเกอร์ใช้มันสร้างรหัสเจาะระบบ เขียนอีเมลหลอกลวงได้เนียนเหมือนคนจริง หรือแม้แต่ช่วยแต่งข่าวปลอมเพื่อปั่นโลกออนไลน์
เรากำลังอยู่ในยุคที่ความจริง ถูกสร้างขึ้นด้วยโค้ดครับ
และอาวุธนี้...ใครก็เข้าถึงได้แค่ปลายนิ้ว
12. จุดจบของความคิดสร้างสรรค์
เมื่อมนุษย์หยุดคิด
นี่แหละครับคือด้านมืดที่สุด
มันไม่ได้แค่หลอกเรา แต่มันขโมยวิธีคิดของเราไปอย่างช้าๆ
ทุกวันนี้เวลาเราจะเขียนหรือทำอะไร
เรานึกถึง AI ก่อน
เรากำลังฝึกให้สมองเราฝ่อทางจินตนาการครับ
AI เก่งในการผสมของเก่า
แต่มนุษย์เก่งในการสร้างของใหม่
อย่าลืมสิครับ...ความสวยงามของงานมันอยู่ที่ความผิดพลาดที่มีชีวิต
ทางรอดของมนุษย์ในยุคจักรกล
จงใช้มันเป็นเครื่องมือ แต่อย่าให้มันเป็นสมอง
อย่าเชื่อทุกอย่างบนหน้าจอ
เติมหัวใจลงไปในงานของคุณ
เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่เครื่องจักรไม่มีครับ
AI คือ นกขุนทองที่พูดเก่ง
แต่นกขุนทองไม่เคยเข้าใจความรัก หรือความเจ็บปวดของมนุษย์เลย
สุดท้าย...
ความฉลาดที่แท้จริงไม่ใช่การมีเครื่องมือที่ดีที่สุด
แต่คือการรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ให้ได้
ท่ามกลางพายุของรหัสโปรแกรมเหล่านี้
อย่าให้เงามานำทางตัวจริงครับ
เพราะความสุขที่แท้จริง ยังอยู่ที่การได้คุยกับเพื่อนมนุษย์
การลงมือทำงานด้วยมือของเราเอง
และภาคภูมิใจในความคิดที่ออกมาจากหัวใจจริงๆ
คุณคิดยังไงกับ AI เพื่อนนักพูดจอมปลอมคนนี้ครับ
สำหรับวันนี้...ผมขอลาไปก่อน
รักษาความเป็นมนุษย์ของคุณไว้ให้ดีนะครับ 🙏
สวัสดีครับ
1
2 บันทึก
9
2
2
9
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย