22 ม.ค. เวลา 06:00 • ดนตรี เพลง

Ctrl+Alt+C (CULTURE) Rema เสียงเด็กทารกที่กลายเป็นอาวุธลับของ Afro-Rave

ในขณะที่โปรดิวเซอร์คนอื่นพยายามหาเสียงกลองที่แน่นที่สุด หรือเสียงเบสที่ตึ้บที่สุด แต่ Rema ศิลปินหนุ่มชาวไนจีเรียคนนี้ไม่ได้แค่พาเพลง "Calm Down" ไปแตะพันล้านวิว กลับมองหา "Texture" ที่สร้างความฉงนให้กับหูของคนฟัง มามิกซ์เข้ากับบีท Afrobeats ครับ
[ Signature Texture ]
"เสียงเด็กร้องไห้" (Baby Cry) นี้ไม่ได้มาแค่ครั้งเดียวแล้วหายไป แต่ถูกนำมาใช้เป็น Rhythmic Element หรือองค์ประกอบจังหวะที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างบีท ทำให้เพลงของเขามีความ "ขี้เล่น" แต่ในขณะเดียวกันก็น่าขนลุกและน่าดึงดูดอย่างประหลาด
[ Afrorave ]
เขาเรียกแนวทางของตัวเองว่า "Afrorave" ซึ่งเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมดนตรีแอฟริกันเข้ากับความล้ำสมัยแบบไซเคเดลิก และเสียง Baby Cry นี่แหละคือตัวแทนของความ "ใหม่" ที่เขาพยายามนำเสนอ
[ ทำไมต้องเป็น Synth ไม่ใช่เสียงจริง? ]
เรื่องราวที่กลายเป็นตำนานในห้องอัดของ Rema
- The Producer: "ซาวด์เด็กร้องนี่มันเจ๋งมากเลยนะ ถ้าอยากให้มันถึงกึ๋นจริงๆ เราไปบันทึกเสียงเด็กทารกจริงๆ มาลงแทร็กเลยดีไหม?"
- Rema: "ไม่เอาหรอกพี่... มันรู้สึกผิดชอบชั่วดีเกินไป (It’s too much on my conscience) ที่จะไปทำให้เด็กจริงๆ ร้องไห้เพื่อเอาเสียงมาทำเพลง"
Rema เลยเลือกที่จะใช้ Synth และเทคนิคการบิดเสียงร้องของตัวเอง (Vocal Manipulation) เพื่อสร้างเสียงเลียนแบบเด็กร้องขึ้นมาแทน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าแม้เขาจะต้องการความหลุดโลกแค่ไหน แต่เขาก็ยังมี "เส้นแบ่ง" ของความเป็นมนุษย์ที่ชัดเจนมากครับ
[ ทำไมมันถึงเวิร์ก? ]
เสียงเด็กร้องไห้ในเชิงจิตวิทยาคือเสียงที่มนุษย์ "ไม่อาจละเลยได้" เมื่อนำมาใส่ในดนตรีที่มีกรูฟหนึบๆ อย่าง Afrobeats มันเลยสร้างสภาวะที่หูของคนฟังจะถูกสะกดให้สนใจอยู่ตลอดเวลา เป็นการสร้าง Sonic Identity ที่ใครก็เลียนแบบได้ยาก
การตัดสินใจใช้ Synth แทนเสียงเด็กจริงของ Rema คือจุดที่ทำให้เขาน่าเลื่อมใสครับ เพราะมันเปลี่ยนจากการ "บันทึกเสียง" เป็นการ "สร้างงานศิลปะ" จากจินตนาการแทน และผลที่ได้คือเพลงอย่าง "Woman" หรือ "Soundgasm" ที่มีซาวด์เป็นเอกลักษณ์จนคนจำได้ทั่วโลก
#CTRLALTBEAT #Rema #Afrobeats #Afrorave #BabyCrySound #MusicInnovation #NigerianMusic #SoundDesign #StudioSecrets
โฆษณา