18 ม.ค. เวลา 08:15 • หนังสือ

ร่างของสสา

!! Sponsored Review !!
#ร่างของสสาร เป็นผลงานรวมเรื่องสั้นของ ชาคริต แก้วทันคำ นักเขียนไทยที่เราไม่เคยอ่านงานของเขามาก่อน เล่มนี้ตีพิมพ์กับ Tamnak Press ขนาดเล่มไม่หนามาก หยิบมาอ่านฆ่าเวลาระหว่างทางไปทำงานได้ นี่ยืนอ่านบน MRT ไปตอนเช้าก็ได้เกือบครึ่งเล่มอยู่นะ
แต่ละเรื่องในเล่มสะท้อนภาพการดำรงชีวิตของคนแบบทั่วๆไป ทำให้อ่านได้เรื่อยๆ ไม่หวือหวา มีสอดแทรกประเด็นดังที่เกิดในสังคมไทยบ้าง เรื่องการเมืองบ้าง บางเรื่องเล่าแบบง่ายๆ ตรงไปตรงมา บางเรื่องเล่าแบบเหนือจริงหน่อย วิธีการเรียบเรียงอาจจะอ่านยากไปหน่อยในช่วงแรก เพราะส่วนใหญ่จะเขียนแบบเป็นย่อหน้ายาวๆเป็นพรืด ไม่ได้มีเว้นให้เห็นว่าช่วงนี้บรรยาย ช่วงนี้เป็นคำพูด แต่จะเป็นลักษณะเหมือนเล่าไปเรื่อยๆมากกว่า
ตอนอ่านบทแรกก็รู้สึกว่าอะไรหว่า อ่านแล้วปวดหัวชวนจะอ้วก คือมันมีความชุลมุนวุ่นวายที่ไม่รู้ว่าจะจับประเด็นยังไง แต่อ่านจบแล้วก็มโนเอาเองว่า อ๋อ ไอ้เจ้าความสับสนนี้หรือเปล่าที่เป็นประเด็นของเรื่อง เพราะเนื้อหาของบทนั้นมันเล่าถึงคดีดาราดังที่พลัดตกเรือ นึกย้อนไปตอนนั้นแล้วก็รู้สึกว่าทิศทางการสืบสวนปั่นป่วนมากไม่ต่างกับเรื่องสั้นเรื่องนี้ เดี๋ยวกระแสก็ไหลกันไปทางนั้นทีทางนี้ที ไหนจะทฤษฎีสมคบคิดมากมายที่ผุดโผล่ขึ้นมา พาให้ความคิดจิตใจคนในสังคมว้าวุ่นกันไม่จบไม่สิ้น
ข้าเห็นต้นไม้นี้มาหลายครั้งแล้ว แต่คราวนี้ข้าเห็นมันเป็น แค่ต้นไม้ ข้าแค่เห็นต้นไม้จริง ๆ
เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่เราชอบ เล่าถึงชีวิตคนเราที่ไม่เคยเป็นอิสระจากภาพความทรงจำในอดีตของตนเลยสักวินาที แม้เราจะคิดว่าเราก้าวผ่านมันมาได้แล้วก็ตาม เราไม่เคยได้มองเห็นโลกในแบบที่มันเป็นไปจริงๆ เพราะจิตใจของเราไม่เคยสงบ มันคอยแต่จะสร้างภาพเสมือนที่ถูกปรุงแต่งด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้ว หรือความหวังที่อยากให้เกิดขึ้น และนั่นคือเหตุผลที่เรามักรู้สึกกระวนกระวายอยู่เสมอ
ดังนั้นการเรียนรู้ที่จะพบกับความสงบภายในใจ จึงมีหลักการง่ายๆซึ่งทำจริงได้ยากอยู่แค่ข้อเดียว นั่นคือการมองต้นไม้ให้เป็นเพียงแค่ต้นไม้
แต่สิ่งที่ผมไม่เคยคาดคิดก็คือ อยู่มาวันหนึ่งเธอตาย
ความตายไม่เคยสนใจว่าคุณอายุเท่าไหร่ หน้าที่การงานอะไร มีความฝันแบบไหน ความตายไม่ใช่การต่อแถวเข้าคิว ทว่าเป็นเหมือนกล่องสุ่ม โดยเฉพาะในประเทศของเราที่ก้าวขาออกไปก็ไม่รู้ว่าเย็นนี้จะได้กลับบ้านอีกไหม จะโดนเครนร่วง สะพานถล่มใส่หรือเปล่า ดังนั้นการทำดีต่อกัน ใส่ใจกันและกันให้มากในวันที่ยังมีลมหายใจ จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่กับคนที่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่เรารัก แต่ควรหมายรวมถึงคนทุกคนที่เราห่วงใย
เพราะเมื่อการจากลามาถึงในแบบที่ไม่ทันให้ตั้งตัว อย่างน้อยเราจะได้ไม่ต้องมารู้สึกสำนึกเสียดายในสิ่งที่ไม่มีโอกาสได้ทำ และใช้ชีวิตของตนต่อไปได้อย่างไม่ทุกข์ทรมานนัก
โฆษณา