Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Book Gossip: เล่มนี้ต้องขยาย
•
ติดตาม
22 ม.ค. เวลา 10:31 • หนังสือ
ใครฆ่าผู้กล้า
เล่มแรกของเซ็ต #ใครฆ่าผู้กล้า จาก Phoenix Next เล่าเรื่องราวของโลกในยุคที่จอมมารถือกำเนิดขึ้น มันต้องการจะทำลายมนุษยชาติและปกครองโลกทั้งใบ มีเพียง "ผู้กล้า" เท่านั้นที่จะปราบจอมมาร และนำความสงบสุขกลับคืนมาได้ "อาเรส" เป็นเด็กชายสามัญชนที่ได้รับคำพยากรณ์ว่าคือผู้กล้าของยุคนี้ เขาจึงต้องเดินทางมายังเมืองหลวงเพื่อเข้าเรียนใน "วิทยาลัยฟารุม" สถาบันฝึกฝนผู้กล้าของอาณาจักร
ที่นั่นอาเรสได้พบกับ "ลีออน" จอมดาบผู้มีพรสวรรค์, "มาเรีย" สตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้ใกล้ชิดพระเจ้า, และ "โซรอน" นักเวทอัจฉริยะ หลังจบการศึกษา พวกเขาทั้งสึ่คนเดินทางไปยังทุ่งร้าง และช่วยกันโค่นล้มจอมมารได้สำเร็จ รางวัลของการปราบจอมมารคือการได้แต่งงานกับองค์หญิงและขึ้นเป็นพระราชาองค์ต่อไป แต่อาเรสกลับเสียชีวิตระหว่างเดินทางกลับสู่อาณาจักร ซึ่งทำให้การตายของเขาดูน่าสงสัย ความจริงของเรื่องนี้คืออะไร? แท้จริงแล้วใครกันแน่คือคนที่สังหารผู้กล้า?
เป็นหนังสือที่สนุกมากก เนื้อหาหนักหน่อยแต่บรรยากาศในการเล่าเรื่องสบายๆ ทำให้อ่านเพลินแบบเผลอแป๊ปเดียวก็จบแล้ว เซ็ตนี้น่าจะแปลไทยออกมา 3 เล่มแล้ว ไม่แน่ใจว่าจบหรือยัง แต่เอาจริงอ่านแล้วก็มีความรู้สึกว่ามันจบในตัวโดยสมบูรณ์แล้วนะ สงสัยอยู่ว่าจะเอาอะไรมาเล่าต่อ แต่เดี๋ยวลองอ่านเล่มสองแล้วจะมาเล่าละกันว่าเป็นยังไง ส่วนเล่มสามยังไม่มี แต่ซื้อแน่ๆแหละ 🤣 ติดอยู่ที่คำสะกดผิดเยอะ พิมพ์ขาด พิมพ์เกินบ้าง คือเยอะจนรู้สึกเสียอรรถรสอยู่เหมือนกัน อยากให้ปรับปรุงตรงนี้หน่อย
ด้วยความที่โทนของเรื่องคือการรวบรวมข้อมูลสำหรับจัดทำพงศาวดาร เพื่อเชิดชูวีรกรรมของผู้กล้าอาเรส ดังนั้นวิธีในการเล่าเรื่องในปัจจุบันจึงใช้การเล่าผ่านบทสัมภาษณ์ที่จัดทำโดย "เจ้าหญิงอเล็กเซีย" และจะตัดสลับกับเหตุการณ์จริงในอดีตเป็นระยะ ทำให้เราได้ค่อยๆปะติดปะต่อเรื่องราวไปพร้อมๆกับเจ้าหญิง ผ่านเบาะแสเล็กๆที่ซ่อนอยู่ในคำบอกเล่าของตัวละครแต่ละตัว
หนังสือเล่มนี้มีประเด็นที่ประทับใจเรามาก อ่านแล้วน้ำตาไหลหลายรอบ แต่ถ้าจะให้เขียนถึงโดยไม่สปอยล์ก็คงยาก เอาเป็นว่าขอเขียนหน่อยละกันนะ 55555 เพราะฉะนั้นใครอยากอ่านเอง (ซึ่งแนะนำอย่างยิ่ง เพราะมันดีมากจริงๆ) สามารถกดจิ้มซื้อที่นี่ 👉🏻
https://s.shopee.co.th/10wlPjyPwE
แล้วข้ามไปย่อหน้าสุดท้ายได้เลย
เพราะเป็นผู้กล้าเลยต้องปราบจอมมารได้เป็นธรรมดาเหรอ รู้บ้างหรือเปล่าว่าหมอนั่นต้องทำอะไร เสียสละแค่ไหนเพื่อสิ่งนั้น
จอมปราชญ์โซรอน
ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้กล้าในคำทำนาย ใครๆต่างก็คาดหวังว่าเขาจะต้องเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ เพราะชะตาได้ลิขิตเอาไว้แล้วว่าคนคนนี้จะโค่นล้มจอมมารได้ แต่เมื่ออาเรสปรากฏตัวขึ้นมา แค่ฐานะครอบครัวที่เป็นเพียงสามัญชนก็ทำเอาคนส่วนใหญ่เบ้ปากแล้ว ไหนจะความธรรมดาทั้งหน้าตาและฝีมือ เทียบชั้นไม่ได้กับเพื่อนร่วมรุ่นอีก 3 คนที่เป็นอัจฉริยะในศาสตร์ของตัวเอง ไม่มีใครสักคนที่เชื่อว่าคนอย่างเขาจะเป็นผู้กล้าได้
แต่ไม่ว่าเพื่อนในชั้นจะล้อเลียนอย่างไร เหล่าขุนนางจะดูถูกดูแคลนเขามากแค่ไหน อาเรสก็ยังคงพยายามฝึกฝนตัวเอง เขารู้ว่าวิชาดาบตัวเองอ่อนหัด จึงคอยสังเกตท่าทางของลีออนแล้วออกไปหวดดาบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขารู้ว่าบาดแผลเล็กๆสามารถสร้างจุดอ่อนที่ใหญ่หลวงระหว่างการต่อสู้ได้ จึงขอให้มาเรียสอนเวทรักษาให้ แม้ใครต่อใครจะเชื่อว่าความสามารถนี้จะถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิดเท่านั้น เขารู้ว่าเวทมนตร์จะเสริมพลังการโจมตีของตนได้ จึงมุ่งมั่นฝึกฝนกับโซรอนนานหลายปีเพียงเพื่อจะร่ายเวทพื้นฐานให้ได้
จริงอยู่ว่าพวกเราแต่ละคนล้วนมีความสามารถ แต่ถ้าไม่มีหมอนั่นก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไม่ได้
ใครๆก็บอกว่าเขามันบ้าที่หลงคิดว่าตัวเองคือผู้กล้า สู้ให้ 1 ใน 3 อัจฉริยะของยุคเป็นผู้กล้าแทนยังดูมีความหวังมากกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่คนอื่นไม่รู้คือคนพวกนั้นเคยได้เป็นผู้กล้ามาแล้ว ในโลกที่พวกเขาไม่สามารถจดจำได้ อัจฉริยะทั้งสามเคยถูกลิขิตให้ต่อสู้กับจอมมาร และจบลงด้วยความล้มเหลว แม้กระทั่งในตอนที่พวกเขาร่วมมือกัน พวกเขาก็ยังพ่ายแพ้ ไม่ใช่เพราะพลังของจอมมารแข็งแกร่งเกินไป แต่เป็นเพราะทิฐิของพวกเขาแต่ละคนต่างหากที่แข็งแกร่งเกินไป
แต่อาเรสมีสิ่งหนึ่งที่ทั้ง 3 คนนั้นไม่มี นั่นคือความยืดหยุ่น เขารู้ดีว่าตนเองไม่สามารถเอาชนะจอมมารได้โดยลำพัง เขาเรียนรู้ที่จะยอมรับขีดความสามารถของตน และไม่ลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นที่เก่งกว่า เพราะอาเรสรู้ว่าการทำงานเป็นทีมจะพาพวกเขาไปสู่เป้าหมาย นอกจากนี้เขายังรู้จักปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ เขาไม่ยึดติดในศักดิ์ศรี สิ่งเดียวที่เขามุ่งมั่นคือการปราบจอมมารเท่านั้น ต่อให้ใครจะบอกว่าวิธีการของเขาขี้ขลาด แต่ถ้ามันทำให้เขาปกป้องผู้คนไว้ได้ เขาก็จะทำ
ไม่ใช่ว่าทำได้หรือไม่ได้ แต่ต้องทำต่างหาก
และหากมองให้ดี เราจะพบว่าในขณะที่ผู้คนเอาแต่พ่นคำพูดทับถมว่าคนอย่างอาเรสคงไม่มีวันโค่นจอมมารได้ พวกเขาก็กำลังนั่งดูจอมมารรุกคืบเข้ามาโดยไม่ทำอะไรเลยไม่ใช่หรือ ทั้งที่ในบรรดาคนที่พูดแบบนั้น อาจจะมีหลายคนที่มีพรสวรรค์มากกว่าเขา เก่งกาจมากกว่าเขา แต่กลับไม่มีใครสักคนที่คิดจะลุกขึ้นมาต่อกรกับจอมมารเลย ด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่าตัวเองไม่ใช่คนที่นักพยากรณ์บอกว่าเป็นผู้กล้า พวกเขาเลยคิดว่าตนทำอะไรไม่ได้
แต่แค่คำพูดจากปากของนักพยากรณ์เท่านั้นหรือที่กำหนดว่าคนคนนี้คือคนที่จะสังหารจอมมาร แค่คำพูดไม่กี่คำสามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตของใครได้จริงๆน่ะหรือ ไม่หรอก ไม่ใช่ การย้อนเวลาของนักพยากรณ์นับร้อยครั้งพิสูจน์เรื่องนี้ได้ดี ผู้กล้ามากมายต่างล้มเหลว ทั้งที่พวกเขาต่างก็ถูกนักพยากรณ์เลือกมาเหมือนกัน แต่ไม่ใช่กับอาเรส นั่นเพราะเขาไม่ได้สนใจว่าตนจะอยากทำหรือไม่ หรือสามารถทำได้หรือเปล่า
อาเรสรู้ดีว่าเขามีแต่จะต้องทำมันเท่านั้น และต้องทำให้สำเร็จด้วย ต่อให้จะโดนซัดจนล้มลงกี่ครั้ง เขาก็ตั้งมั่นว่าตนต้องลุกขึ้นมาใหม่ให้ได้ เพราะชะตากรรมนี้มันหนักหนาเกินกว่าที่จะผลักไปให้ใครคนอื่นอีก ดังนั้นแล้วคำพยากรณ์จึงไม่ใช่สิ่งที่กำหนดคุณสมบัติของการเป็นผู้กล้า เพราะคนที่ถูกเลือกว่าเป็นผู้กล้าไม่จำเป็นต้องปราบจอมมารได้ แต่คนที่ปราบจอมมารได้ต่างหากคือคนที่เป็นผู้กล้าอย่างแท้จริง
คนที่ฆ่าผู้กล้าคนนั้นคือพวกเราเอง เพราะผู้กล้าต่อสู้เพื่อคนอ่อนแออย่างพวกเรายังไงล่ะ
ในอีกมุมหนึ่งเล็กๆ แม้นักเขียนจะพยายามถ่ายทอดว่าอาเรสเป็นวีรบุรุษตัวจริงที่เอาชนะลิขิตฟ้าด้วยมานะตน เรื่องราวนี้ก็ยังสอดแทรกความสำคัญของคนตัวเล็กๆคนอื่นเอาไว้ด้วย อย่าง "วินส์" ชายผู้ได้รับขนานนามว่า "ผู้กล้าชายแดน" เขาเป็นคนที่คอยปราบสัตว์อสูรที่เข้ามารุกรานหมู่บ้าน แม้จะไม่ใช่ผู้กล้าที่โค่นจอมมาร แต่เขาคือคนที่ทำให้ชาวบ้านหลายคนยังมีลมหายใจต่อไปได้
มันอาจจะดูเป็นเรื่องไม่สำคัญเท่าไหร่ กำจัดลูกกระจ๊อกไม่ได้สร้างผลกระทบเท่ากับกำจัดตัวบอสอยู่แล้ว แต่เพราะมีกลุ่มคนพวกนี้นี่แหละ คนที่ยืนหยัดปกป้องคนอื่นด้วยการพยายามทำในสิ่งที่ตนทำได้ มนุษยชาติเลยยังอยู่รอดต่อไปได้ เพราะมันจะมีประโยชน์อะไรหากผู้กล้ากอบกู้โลกได้ แต่ชีวิตของชาวบ้านส่วนใหญ่ดับสูญไปหมดแล้ว
หนังสือเล่มนี้จึงไม่ใช่เรื่องราวของคนที่มีความสามารถวิเศษเลิศเลอ แต่เป็นเรื่องราวของคนธรรมดาคนหนึ่งที่ตระหนักถึงหน้าที่รับผิดชอบของตน และมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายนั้นให้ได้ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความยากลำบากมากเพียงใด
เป็นเรื่องราวที่ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อยกย่องคนที่มีพรสวรรค์ แต่สรรเสริญคนที่มีความพยายาม เป็นเรื่องราวที่แสดงให้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้ถูกกำหนดโดยชาติกำเนิด แต่เกิดขึ้นด้วยความมุมานะ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และเป็นเรื่องราวที่บอกว่าชะตาชีวิตของคนหาใช่บทละครที่พระเจ้าลิขิต แต่คือการขีดเขียนผ่านการลองผิดลองถูกของเราเอง
นี่คือเรื่องราวของคนธรรมดาที่ต่อสู้ด้วยวิธีที่ไม่ได้พิเศษอะไร แต่กลับสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกใบนี้ได้
ใช่แล้ว หนังสือเล่มนี้คือเรื่องราวของพวกเราทุกคน 😉
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย