ปี 2014 Nescafe ทำแคมเปญในโครเอเชียชื่อ “1000 Red Mugs”
ไอเดียง่ายมาก...
เอาแก้วแดงไอคอนิกของ Nescafe ไปวางไว้ทั่วเมืองซาเกร็บ บนม้านั่ง ป้ายรถเมล์ สวนสาธารณะ ที่ไหนก็ได้ที่คนเดินผ่านแล้วต้องเหลือบมอง ☕️
แต่แก้วทุกใบไม่ได้วางเฉยๆ
มันคือ คำเชิญ 👋🏻
ปลดล็อกมัน
เอากลับบ้าน
ทำให้มันเป็นของคุณ
วิธีปลดล็อกคือ
เช็กอิน Facebook เพื่อรับโค้ดมาเปิดแก้ว
พอได้แก้วแล้ว ก็เอาไปที่บูธ Activation แลกรับกาแฟ Nescafe ฟรี!
จบ
ง่าย
ไม่อธิบายเยอะ
แต่คนเล่นกันทั้งเมือง
🦜นกกระซิบ:
ถ้าจะเอาแนวคิดนี้ไปใช้กับอีเวนต์ของตัวเอง ผมจะยึดหลักแค่นี้
1) ของต้อง “คุ้มค่าพอให้คนอยากหา”
ถ้าของมันห่วย ต่อให้ซ่อนไว้ดีแค่ไหน คนก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองชนะอะไรเลย
2) ต้องมีความหายาก (Scarcity)
ลิมิเต็ดจริง ไม่ใช่ลิมิเต็ดหลอก เพราะของที่หาไม่ได้อีก จะกลายเป็น “เรื่องเล่า” ของแบรนด์
3) อย่าอธิบายทุกอย่างให้หมด
เพราะความอยากรู้ แรงกว่าคำอธิบายเสมอ
หัวใจของมันคืออะไร?
เมื่อของแจก
– มีคุณค่า
– ไม่ซ้ำ
– ไม่ถูกทำซ้ำอีก
และยังมี “ช่องว่าง” ให้คนสงสัย
ความกลัวพลาด (FOMO) กับความอยากรู้ จะทำงานแทนทีมงานทั้งหมด
ลองคิดภาพดู 🤔
ถ้าคุณเข้าร่วมอีเวนต์ แล้วได้ตั๋วแบบ Willy Wonka ที่เขียนว่า...
“มีของ 100 ชิ้นซ่อนอยู่ในงาน คุณจะสังเกตมันได้จาก X ถ้าเจอแล้ว ทำตามคำสั่งบนของนั้น”
เชื่อไหม!
คนจะเดินทั้งงานแบบ ตาไวขึ้นทันที
แต่ถ้าบอกว่า...
“เราซ่อนเสื้อยืดไว้ในงาน ใครเจอ เอาไปเลย”
มันก็อาจเวิร์กนะ!
…แต่ผมพนันว่า เวอร์ชันที่ไม่บอกหมด ชนะขาด!
Insight สำคัญของแบรนด์คืออะไร? 🧠
แบรนด์ที่ดี ไม่ควรแจกของ แต่ควร “สร้างประสบการณ์ที่ทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ค้นพบ”
เพราะคนไม่ภูมิใจในของที่ ได้มา
แต่ภูมิใจในของที่ ตัวเองหาเจอ
Credit: Event Marketing Tips
✍🏻 เกร็ดเล็กๆ ของแบรนด์ by Nok Creative Branding - Brand Strategist & Creative Director (ผู้ที่เชื่อในพลังของแบรนด์ที่ไม่ใช่แค่ขายของ แต่เปลี่ยนชีวิตคนได้)