วันนี้ เวลา 08:57 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

จากรอยเท้า "อะพอลโล 14" สู่ก้าวใหม่ "อาร์เทมิส"

มรดกแห่งที่ราบสูงฟราเมาโรและการหวนคืนดวงจันทร์ของมนุษยชาติ
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514 ยานลงจอดดวงจันทร์ "แอนทาเรส" (Antares) ในภารกิจอะพอลโล 14 ได้สัมผัสพื้นผิวเขตที่ราบสูงฟราเมาโร (Fra Mauro highlands) อย่างเป็นทางการ นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่เปิดประตูสู่การศึกษาธรณีวิทยาเชิงลึกของดวงจันทร์ และในปัจจุบัน ข้อมูลเหล่านั้นกำลังกลายเป็นรากฐานสำคัญให้แก่โครงการอาร์เทมิส (Artemis) ของนาซา ที่ตั้งเป้าจะพามนุษย์กลับไปสร้างถิ่นฐานบนบริวารเพียงหนึ่งเดียวของโลกนี้อีกครั้ง
ภาพถ่ายพาโนรามาจากอดีตที่บันทึกโดย เอ็ดการ์ มิตเชลล์ (Edgar Mitchell) นักบินอวกาศประจำภารกิจ เผยให้เห็นทัศนียภาพอันเวิ้งว้างทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจุดลงจอด หลังจากการเดินบนดวงจันทร์ครั้งที่สองเสร็จสิ้นลง
ในภาพปรากฏ "รถขนส่งอุปกรณ์แบบโมดูลาร์" ซึ่งเป็นพาหนะลากจูงสองล้อที่ช่วยนักบินอวกาศขนย้ายเครื่องมือและตัวอย่างหินที่มีค่า ใกล้ขอบฟ้ายังมี "หินเต่า" และร่องรอยของการทดสอบทางฟิสิกส์ที่โด่งดัง เช่น การขว้างอุปกรณ์แทนการพุ่งแหลน และการตีลูกกอล์ฟโดย อลัน เชพเพิร์ด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสภาพแรงโน้มถ่วงที่ต่ำกว่าโลกอย่างชัดเจน
เหตุผลที่นักวิทยาศาสตร์เลือกเขตฟราเมาโรเป็นจุดจอดในครั้งนั้น เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเศษซากจากการพุ่งชนครั้งใหญ่ที่สร้างแอ่งอิมเบรียม (Imbrium Basin) การเก็บตัวอย่างหินจากที่นี่จึงเหมือนกับการย้อนเวลากลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ยุคก่อกำเนิดของดวงจันทร์และโลก ซึ่งองค์ความรู้เหล่านี้ได้ถูกส่งต่อมายัง "โครงการอาร์เทมิส" โครงการสำรวจอวกาศยุคใหม่ที่มีความทะเยอทะยานมากกว่าเดิม
ในขณะที่อะพอลโลคือภารกิจเพื่อการพิสูจน์ศักยภาพและเน้นการสำรวจระยะสั้น อาร์เทมิสถูกออกแบบมาเพื่อ "การอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน" โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่อะพอลโล 14 เคยบุกเบิกไว้ โดยเฉพาะการทำความเข้าใจชั้นดินและหินดวงจันทร์ (Regolith) เพื่อนำมาปรับใช้ในการก่อสร้างฐานที่มั่นบนดวงจันทร์ในอนาคต
ความก้าวหน้าล่าสุดของโครงการอาร์เทมิสแสดงให้เห็นถึงการใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่ายุค 70 อย่างมหาศาล จรวดเอสแอลเอส (Space Launch System - SLS) ที่ทรงพลังกว่าจรวดแซทเทิร์น ไฟว์ (Saturn V) เดิมถึง 15% จะทำหน้าที่ส่งยานโอไรอัน (Orion) นำเหล่านักบินอวกาศรุ่นใหม่ ซึ่งจะรวมถึงนักบินอวกาศหญิงและนักบินอวกาศผิวสีคนแรก ไปยังบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีเป้าหมายในการค้นหาน้ำแข็งเพื่อเปลี่ยนเป็นทรัพยากรสำหรับการดำรงชีวิตและเชื้อเพลิง
รอยเท้าและลูกกอล์ฟที่ทิ้งไว้ ณ ที่ราบสูงฟราเมาโรเมื่อกว่า 50 ปีก่อน ไม่ได้เป็นเพียงจุดสิ้นสุดของภารกิจหนึ่ง แต่เป็นบทเรียนล้ำค่าที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ในโครงการอาร์เทมิสสามารถวางแผนการสำรวจที่มีความซับซ้อนสูงได้ การเดินทางกลับสู่ดวงจันทร์ในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การไปเพื่อปักธงแล้วกลับมา แต่เป็นการไปเพื่อ "เรียนรู้ที่จะอยู่" และใช้ดวงจันทร์เป็นฐานส่งตัวมนุษยชาติไปยังดาวอังคารในลำดับถัดไป
👨‍🚀 ข้อมูลอ้างอิง: NASA
- Apollo 14: A View from Antares
โฆษณา