Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หุ้นวันละตัว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 15:48 • หุ้น & เศรษฐกิจ
TSM
🇺🇸
กระทิง ที่ราคา 342.40
ราคาปิด 16 ม.ค. 2026
หลังจากที่ในช่วง 2 เดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมา ราคาหุ้นดูจะไม่ขยับไปไหนเลย
ล่าสุด TSM ในพอร์ตผม +320% แล้วครับ หรือก็คือ นี่คือหุ้น 4 เด้งของผมครับ และพร้อมกันกับ ASML ที่เพิ่งเริ่มซื้อเมื่อเดือน 7 ปีที่แล้ว ตอนคนไม่ค่อยสนใจกัน ก็บวกมาแล้ว +72% ครับ
ผมคิดว่าตัวเองค่อนข้างโชคดีมาก ตอนที่ซื้อ ASML ผมจำได้ว่า P/FCF อยู่ที่ประมาณ 20 กว่าเท่า หรือ 26 เท่านี่แหละ
ตอนนั้นผมสงสัยมากว่า ทำไมตลาดถึงให้มูลค่าสุดยอดบริษัทแบบนี้ แค่นี้เอง
จำได้ว่า ตอนผมซื้อ TSM ตามปู่ Buffett
P/E ก็ประมาณ 9 - 10 เท่าเนี่ยแหละ
บทเรียนเรื่องนี้สะท้อนความจริงในตลาดหุ้น ที่บรรดาผู้มีประสบการณ์อย่างโชกโชน พร่ำสอนกันมาเสมอเลยครับ
"ตลาดมักจะให้รางวัลกับคนที่มีความอดทน มากที่สุด"
จริง ๆ มันก็ตรงกับความเชื่อในแบบ Quality Investing ครับ
ขอสรุปมาเป็นข้อสั้น ๆ แบบนี้ครับ
- เราไม่จำเป็นต้องเพียรพยายาม ซื้อหุ้นตลอดเวลาก็ได้ครับ
- ปี ๆ นึง เราขยับตัวแค่ไม่กี่ครั้งเอาก็ได้ครับ
- ถ้าโอกาสที่ดียังมาไม่ถึง เราก็เก็บเงินสดเอาไว้ก่อนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อของที่มันดูแพงเกินไป
ในช่วงนี้ เราก็ศึกษา หรือใช้ชีวิตในแบบที่เราอยากจะใช้ของเราไป
- แต่เมื่อโอกาสที่ดีมาก ๆ โผล่มาให้เห็น ตอนนั้นเราจะต้องเดิมพันให้หนัก เพราะมันไม่ได้เข้ามาบ่อย ๆ ครับ
- ผมนำหลักการของ Quality Investing มาจับกับเรื่องนี้ดู ก็พบว่า ในระยะยาว มันยังเป็นแนวทางที่ให้ผลตอบแทนได้สูงแบบน่าประทับใจ
อาจจะไม่สูงเวอร์แบบ ปีละ 100% - 200% แบบที่เราเห็นกันในกลุ่มคนที่ลงทุนหุ้นไม่มีรายได้ หรือ Cashflow ยังไม่เข้าครับ ซึ่งหุ้นกลุ่มนี้ ผมว่ามันผันผวนหนักกว่า ผิดทีก็จะโดนลงโทษแรงกว่า
แต่หลักการนี้ มันค่อนข้างมีความมั่นคงสูงมาก และในระยะยาว เท่าที่ผมตรวจสอบดู มันก็ให้ผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาด ไปเยอะมาก
- จุดที่แตกต่างจากนักลงทุนรุ่นใหญ่สาย Quality ก็คือ พวกนี้เค้าจำเป็นต้อง Rebalance เพื่อลดความเสี่ยงในการถือหุ้นตัวใดตัวนึง มากเกินไป
ข้อดีคือลดความเสี่ยง แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกัน เพราะมันไปลดพลังในการทบต้นของเราแทน
เราเลยจะได้เห็นว่า เมื่อเวลาผ่านไป นักลงทุนสายนี้ ผลตอบแทนจะเริ่มลู่ลงมาต่ำกว่า 20% ต่อปี และบางรายก็ทำได้ดีกว่าดัชนี S&P500 แค่นิดเดียว
ปัญหานี้คือ เราขายหุ้นผู้ชนะเร็วเกินไป และหุ้นตัวใหม่ที่เราซื้อเข้ามา ดันไม่สามารถทำได้ดีเท่ากับหุ้นที่เราขายไปครับ
แต่คนที่เก่งมาก ๆ ก็มีเหมือนกันครับ คือหมุนแล้ว ก็ยังรักษาอัตราผลตอบแทนได้สูงอยู่ คือมีทั้งแบบเก่งจริง และแบบเฮ็งครับ 555
- หุ้นเทพ มีอยู่จริง หลายครั้งดูออกง่าย แต่ที่เหลือก็คือ จังหวะในการเข้าซื้อครับ
เราไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นตอนไหน ไม่มีใครฉลาดพอจะคาดการณ์มันได้หรอกครับ แต่ในบางครั้งบางคราว มันจะมีโอกาสที่ดีมาก ๆ โผล่มาให้เราเห็น และเราต้องกล้าหวดมันแบบจัดหนักจัดเต็ม
แต่ปัญหาที่คนส่วนใหญ่มักจะเจอเหมือนกันก็คือ พอเราเห็นว่ามันถูกมาก เราก็เชื่อกันไปแล้วว่า ของดีไม่ควรถูกขนาดนี้ ที่มันถูก มันคงมีปัญหาแน่ ๆ
อย่ากระนั้นเลย เราไม่ไปยุ่งกับมัน จึงเป็นการดีที่สุด
และแล้ว คนกลุ่มนี้ ก็จะปล่อยผ่านโอกาสอันดี ให้หลุดลอยไป
บทเรียนจากการลงทุนหุ้น TSM ที่ผมพอจะนึกออก ก็มีประมาณนี้ครับ
1 บันทึก
2
1
1
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย