วันนี้ เวลา 03:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ทำไมงานวิ่งมาราธอน ถึงเป็นอิเวนต์ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

เมื่อสุขภาพดีใช้เงินซื้อไม่ได้ ดังนั้นคนไทยจำนวนไม่น้อย ก็อยากออกมาวิ่งเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะการเข้าร่วมอิเวนต์วิ่งมาราธอน
เมื่อวิ่งเสร็จ หลาย ๆ คนก็ได้อัปรูปลงสตอรี อวดเพซ
แสดงถึงความภาคภูมิใจ ที่สามารถทำสถิติใหม่ในการวิ่งได้
สำหรับงานวิ่ง นอกจากจะได้สุขภาพแล้ว ถ้ามองในมุมการท่องเที่ยว ก็ต้องบอกว่า ถ้างานวิ่งไปจัดที่ไหน
ก็จะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่นั้น ๆ ด้วยเช่นกัน
จากสมาคมการค้าผู้จัดงานกีฬามวลชนไทย (TMPSA) และรายงานจาก Garmin Connect มีการคาดการณ์ว่าในปี 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยจัดงานวิ่งกว่า 1,500-2,000 รายการ ทั้งงานวิ่งถนน วิ่งเทรล และงานวิ่งการกุศล
1
คิดง่าย ๆ ว่า ภายในหนึ่งปี ในทุกอาทิตย์ทั่วไทยจะมีงานวิ่งเกิดขึ้นหลายสิบงานเลยทีเดียว
1
แน่นอนว่า ทุกครั้งที่ลงทะเบียนสมัครงานวิ่ง นักวิ่งจะต้องมีค่าลงทะเบียน อย่าง ค่าเข้าร่วมงานวิ่ง ที่มีระดับราคาตั้งแต่หลักร้อยบาท ถึงระดับหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับระยะทางที่วิ่ง และระดับความมีชื่อเสียงของงาน
ตั้งแต่งานวิ่งอิเวนต์เล็ก ๆ งานระดับอำเภอหรือจังหวัดที่มีคนเข้าร่วมหลักร้อยหลักพันคน
จนไปถึงงานระดับ World Class ที่ได้รับการรับรองจากสมาคมกรีฑาโลก หรือ World Athletics อย่างงาน
- Amazing Thailand Marathon ที่กรุงเทพมหานคร
- Bangsaen21, Bangsaen42 ที่หาดบางแสน จังหวัดชลบุรี
- Songkhla Marathon วิ่งรอบริมทะเลสาบสงขลา
- Korat Marathon ที่จังหวัดนครราชสีมา
- Buriram Marathon ที่จังหวัดบุรีรัมย์
ที่มีผู้เข้าร่วมงานวิ่งจากทั่วโลกมากกว่า 10,000 คน
ถ้าลองเจาะเข้าไปเห็นได้ชัดเจนว่า การจัดงานวิ่งหนึ่ง ครั้ง อาจสร้างเงินสะพัดเม็ดเงินหมุนเวียน ภายในพื้นที่จัดงานได้อย่างมาก
โดยเฉพาะจากนักวิ่งต่างถิ่น ที่ไม่ได้จบที่ค่าลงทะเบียนวิ่งเพียงอย่างเดียว
ซึ่งยังมีค่าใช้จ่ายทางอ้อมเกิดขึ้น ทั้งค่ากิน ค่าที่พักโรงแรม รวมไปถึงการจับจ่ายในการท่องเที่ยว ท้องถิ่นนั้น ๆ ตามมา
รวม ๆ แล้วอาจจะมากกว่าค่าลงทะเบียนวิ่งอีกด้วย
1
รวมไปถึง ค่าใช้จ่ายในการผลิตเสื้อวิ่ง ผลิตเหรียญรางวัล อาหารนักวิ่ง ค่าจ้างพนักงานพาร์ตไทม์ในพื้นที่ หรือการจ้างบริษัทออร์แกไนเซอร์ในพื้นที่นั้น ๆ เพื่อมาดูแลงานวิ่ง
1
เมื่องานวิ่ง กลายเป็นท่าประจำที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัด ก็ทำให้จังหวัดเมืองรองหลายแห่ง อยากจัดอิเวนต์วิ่ง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น
- งาน RAK PA NAN 2026 จังหวัดน่าน
ซึ่งเป็นงานวิ่งที่จัดโดย ชมรมเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพ ธนาคารกสิกรไทย ซึ่งมีนักวิ่ง พนักงานพาร์ตไทม์ และอาสาสมัครมากกว่า 2,000 คน
- จังหวัดสุโขทัย ก็ได้จัดอิเวนต์งานวิ่ง อย่าง Sukhothai Marathon ที่จะจัดขึ้นในทุกปี
โดยมีกิมมิกคือเส้นทางวิ่งที่พาดผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อย่าง อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมอีกแห่งของประเทศไทย
1
นั่นจึงไม่แปลกว่า ถ้าพื้นที่จังหวัดไหนมีอิเวนต์วิ่งหรือมีเทศกาลวิ่งระดับจังหวัด โรงแรมที่อยู่รอบ ๆ ก็มักจะถูกจองจนเต็ม หรือบางที่ก็อาจจะปรับราคาขึ้น
และถ้างานวิ่งงานไหน จัดขึ้นในเมืองท่องเที่ยวหลัก ถูกปั้นให้เป็นงานใหญ่ระดับประเทศ เงินสะพัดจากการจัดงานวิ่งแค่งานเดียว อาจมีมูลค่ามากถึงหลายร้อยล้านบาท อย่าง
- Pattaya Marathon 2025 แค่งานเดียว มีนักวิ่งเข้าร่วมรวมกว่า 20,000 คน และมีผู้ติดตามอีกเป็นจำนวนมาก
ซึ่งคาดว่า สามารถสร้างเงินสะพัด ทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่ต่ำกว่า 370 ล้านบาท
- Amazing Thailand Marathon Bangkok ซึ่งเป็นงานวิ่งระดับ World Class ที่มีนักวิ่งและผู้เข้าร่วมงานกว่า 48,000 คน จาก 86 ประเทศทั่วโลก
ซึ่งงานนี้ ถูกประเมินว่าสามารถสร้างเงินสะพัดให้กับประเทศ ทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่ต่ำกว่า 1,700 ล้านบาทเลยทีเดียว
ซึ่งจุดแข็งที่ทำให้งานวิ่งในประเทศไทยโดดเด่นคือ ความยืดหยุ่นของพื้นที่และช่วงเวลา ซึ่งสามารถจัดกิจกรรมได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องรอเทศกาล
บวกกับการมีภูมิอากาศที่ไม่หนาวมาก ผสานกับความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักวิ่งได้ทุกกลุ่ม
อย่างการใช้ภูมิประเทศที่เป็นป่าเขา สำหรับจัดงานวิ่งเทรล หรือใช้เมืองท่องเที่ยวภาคใต้ที่ติดทะเล เพื่อจัดงานวิ่งที่สามารถชมทิวทัศน์ที่เป็นทะเล ก็ทำได้เช่นกัน
แถมปัจจุบัน กระแสการออกกำลังกายด้วยการวิ่งก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในหลายปีที่ผ่านมานี้
ดังนั้น จึงไม่แปลกที่หลาย ๆ จังหวัดพยายามจัดอิเวนต์งานวิ่งในพื้นที่ของตัวเอง เพื่อหารายได้ และกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วย
ซึ่งข้อมูลในปี 2567 จากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า งานวิ่งในประเทศไทยสามารถสร้างเม็ดเงินสะพัด ทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้ถึงปีละกว่า 32,000 ล้านบาท และส่งผลให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 58,000 ตำแหน่งเลยทีเดียว..
ถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่า การจัดอิเวนต์วิ่ง ถือเป็นโอกาสที่ดีของคนไทย เพื่อยกระดับประเทศสู่การเป็น Sport Tourism หรือการเน้นการท่องเที่ยวด้วยการใช้กีฬาวิ่งนำ
ทั้งนี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกหน่วยงาน ทั้งหน่วยงานรัฐบาลที่คอยสนับสนุน หน่วยงานระดับจังหวัดหรือท้องถิ่นที่เป็นเจ้าภาพ ไปจนถึงภาคเอกชนที่จะเป็นสปอนเซอร์หลักในการจัดงาน
ซึ่งการจัดงานวิ่งของแต่ละหน่วยงาน ก็อาจมีเป้าหมายที่แตกต่างกันไป อย่าง
- บริษัทเอกชน ที่จัดงานวิ่งหรือเป็นสปอนเซอร์ เพื่อสนับสนุนด้าน CSR หรือโปรโมตภาพลักษณ์ของแบรนด์
- หน่วยงานรัฐ หรือหน่วยงานท้องถิ่น ก็จัดงานวิ่งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยว
แต่ไม่ว่าเป้าหมายตั้งต้นจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญของงานวิ่งเหล่านี้คือ โอกาสสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยสามารถกระจายรายได้ ให้กับชุมชนได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เพื่อส่งเสริมประเทศไทย สู่การเป็น Sport Tourism จากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่ดี และพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมหลาย ๆ พื้นที่ทั่วประเทศ
รวมถึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาเรื่องสภาพอากาศ อย่างวิกฤติฝุ่น PM2.5 ที่จะเป็นอุปสรรคต่อสุขภาพของนักวิ่งให้ได้โดยเร็ว
1
ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อสร้าง Ecosystem ที่ดี ในการดึงดูดนักกีฬา และนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งพวกเขาก็จะไม่ได้มาเพื่อวิ่งเพียงอย่างเดียว
ถ้าประเทศไทย สามารถแก้ปัญหาเรื่องหลัก ๆ อย่างระบบขนส่งสาธารณะ และเรื่องวิกฤติสภาพอากาศได้
1
ก็ไม่แน่ว่า นอกจากประเทศไทย จะเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกแล้ว ประเทศไทย ก็สามารถเป็นเมืองแห่งการวิ่งมาราธอน ในระดับโลกได้เช่นกัน
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ปัจจุบันประเทศไทย มีอิเวนต์วิ่ง ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสมาคมกรีฑาโลก หรือ World Athletics รวมแล้วถึง 14 อิเวนต์ทั่วประเทศ ซึ่งถือว่ามากเป็นอันดับ 4 ของโลกเลยทีเดียว..
โฆษณา