21 ม.ค. เวลา 08:03 • การศึกษา
มหาวิทยาลัยพะเยา

ตักบาตรหลวงล่องกว๊านพะเยา

ประเพณีที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ จากศรัทธาและภูมิปัญญาเมืองพะเยา
ภาพขบวนเรือพายฝ่าสายหมอกยามเช้า กลางผืนน้ำกว๊านพะเยา บาตรหลวงใบใหญ่บรรทุกข้าวทิพย์ มุ่งหน้าไปถวายแด่พระเจ้าตนหลวง
หลายคนอาจคิดว่านี่คือภาพจากตำนานโบราณในสมัยอาณาจักรล้านนา แต่ความจริงแล้ว ประเพณี “ตานข้าวใหม่ใส่บาตรหลวงล่องกว๊านพะเยา” คือประเพณีที่เพิ่งถูกฟื้นคืนชีพขึ้นมาเมื่อไม่ถึง 20 ปีมานี้เอง
และทั้งหมด เริ่มต้นจากสายตาของชายคนหนึ่ง
ขบวนแห่
จุดเริ่มต้นจากความคิดของอาจารย์วิถี
เรื่องราวเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2550
เมื่อ อาจารย์วิถี พานิชพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมล้านนา เข้ามาร่วมงานกับมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา ซึ่งต่อมากลายเป็น “มหาวิทยาลัยพะเยา” ในปัจจุบัน
สิ่งที่อาจารย์วิถีมองเห็นในกว๊านพะเยา ไม่ใช่เพียงทะเลสาบน้ำจืดที่สวยงาม หรือพระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปโบราณอายุกว่าห้าร้อยปี
แต่คือ “โอกาส”
โอกาสที่จะนำประเพณี ตานข้าวใหม่ การถวายผลผลิตแรกแห่งฤดูกาลแก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์
มาผสมผสานกับบริบทของพะเยาให้เกิดเป็นประเพณีใหม่ที่มีเอกลักษณ์
เรามีกว๊าน เรามีพระเจ้าตนหลวง
แล้วเราจะไปทำเหมือนชาวบ้านเขาทำไม
เราก็เอาขบวนลงเรือไปเลยสิ
อาจารย์วิถี พานิชพันธ์
แนวคิดนี้ไม่ได้อยู่บนกระดาษนานนัก เพราะในปีเดียวกัน มันก็ถูกทำให้เป็นจริง
อาจารย์วิถี พานิชพันธ์
บาตรหลวงที่ไม่เหมือนที่ไหนในประเทศ
เดิมที “ตานข้าวใหม่” เป็นประเพณีที่พบได้ทั่วไปในภาคเหนือ ชาวบ้านจะนำข้าวใหม่มาทำเป็น ข้าวทิพย์ (ข้าวมธุปายาส) แล้วนำไปใส่บาตรพระ เพื่อแสดงความกตัญญูต่อธรรมชาติและสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ข้าวทิพย์ (ข้าวมธุปายาส)
แต่ที่พะเยา รูปแบบถูกยกระดับให้พิเศษยิ่งขึ้น
ข้าวใหม่ถูกบรรจุลงใน บาตรหลวง บาตรขนาดใหญ่ตามภาษาล้านนา จัดเป็นขบวนเรือพาย ล่องจากท่าเรือวัดติโลกอาราม ข้ามกว๊านพะเยาไปยังวัดศรีโคมคำ เพื่อถวายแด่พระเจ้าตนหลวง
ในช่วงฤดูหนาว เดือนธันวาคมถึงมกราคม หมอกยามเช้าจะปกคลุมผืนน้ำ เมื่อขบวนเรือค่อย ๆ ฝ่าสายหมอกไปอย่างสงบนิ่ง ภาพที่เกิดขึ้นแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นของจริง
ทะเลสาบน้ำจืด
ขบวนเรือพาย
บาตรหลวง
พระพุทธรูปโบราณ
และหมอกยามเช้า
ทั้งหมดรวมกันเป็นภาพที่ไม่มีที่ไหนในประเทศไทยจัดได้เหมือนพะเยา
จากแนวคิด สู่ประเพณีประจำปีของจังหวัด
การจัดงานในช่วงแรกอาจยังไม่ยิ่งใหญ่นัก แต่ด้วยความงดงามและความหมายที่ลึกซึ้ง ทำให้หลายภาคส่วนเริ่มเข้ามาร่วมสนับสนุน
ประเพณีประจำปีของจังหวัด
ทั้งจังหวัดพะเยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลเมือง สำนักงานวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเครือข่ายเรือประมงพื้นบ้านกว๊านพะเยา
หัวใจสำคัญของงาน คือ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมล้านนา (ไต) ของมหาวิทยาลัยพะเยา
ซึ่งดูแลตั้งแต่การเก็บรักษาองค์ความรู้ การประสานงานกับชุมชน ไปจนถึงการถ่ายทอดภูมิปัญญาสู่คนรุ่นใหม่
ประเพณีนี้จึงค่อย ๆ เติบโต กลายเป็นงานบุญใหญ่ประจำปีของจังหวัดพะเยา
ขบวนแห่
สองวันแห่งศรัทธาและความงาม
งานจัดขึ้น 2 วัน เต็มไปด้วยกิจกรรมทางวัฒนธรรม
วันแรก
ช่วงเย็นที่ข่วงพญางำเมือง มีพิธีเปิดงาน การประกวด “ธิดาข้าวทิพย์” พิธีเจริญพระพุทธมนต์กวนข้าวทิพย์ การประกวดข้าวต้มข้าวหลาม และกาดวัฒนธรรมจากชุมชนทั่วจังหวัด
ธิดาข้าวทิพย์
วันที่สอง คือไฮไลท์ของงาน
ขบวนเรือแห่เครื่องสักการะและข้าวทิพย์ ล่องกว๊านพะเยาระยะทางราว 2 กิโลเมตร
ก่อนขึ้นฝั่งที่วัดศรีโคมคำ แล้วแห่ทางบกต่อไปยังพระวิหารพระเจ้าตนหลวง เพื่อประกอบพิธีถวายข้าวใหม่อย่างสมบูรณ
พิธีถวายข้าวใหม่
ปี 2569 กับวาระพิเศษ 16 ปี มหาวิทยาลัยพะเยา
ในปี พ.ศ. 2569 งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–18 มกราคม พร้อมวาระพิเศษ ครบรอบ 16 ปี มหาวิทยาลัยพะเยา
นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ให้เกียรติมาร่วมงาน และอธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยาได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่า เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของมหาวิทยาลัย ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้กับภูมิปัญญาท้องถิ่น และยกระดับทุนทางวัฒนธรรมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และอธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา
มรดกที่ถูกสร้างขึ้นใหม่
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของงานนี้ คือมันไม่ใช่ประเพณีโบราณที่สืบทอดมานับพันปี
แต่มันคือ “ประเพณีที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จากภูมิปัญญาเก่า”
อาจารย์วิถีและทีมงาน หยิบแก่นแท้ของตานข้าวใหม่ มาผสมผสานกับกว๊านพะเยา
พระเจ้าตนหลวง และอัตลักษณ์ล้านนา จนกลายเป็นประเพณีใหม่ที่มีรากจากอดีต
แต่เหมาะสมกับปัจจุบัน
และด้วยคุณูปการนี้ มหาวิทยาลัยพะเยาจึงมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
แก่อาจารย์วิถี เพื่อเชิดชูเกียรติผู้วางรากฐานของประเพณีนี้
ขบวนแห่ข้าวทิพย์
เรื่องเล่าที่ยังคงดำเนินต่อไป
จากจุดเริ่มต้นในปี 2550 วันนี้ “ตานข้าวใหม่ใส่บาตรหลวงล่องกว๊านพะเยา”
กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดพะเยา
มันสะท้อนพลังศรัทธา ความสามัคคี และบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะมหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน
และที่สำคัญ มันสอนเราว่า การอนุรักษ์วัฒนธรรมไม่จำเป็นต้องทำตามอดีตทุกอย่าง
แต่คือการนำ “จิตวิญญาณของอดีต” มาสร้างสรรค์ใหม่ให้คนรุ่นปัจจุบันเข้าใจ
และภาคภูมิใจที่จะสืบทอดต่อไป
เมื่อคุณได้เห็นขบวนบาตรหลวงล่องกลางกว๊านพะเยา ฝ่าสายหมอกยามเช้า
คุณจะรู้ว่า นี่ไม่ใช่แค่ภาพที่สวยงาม แต่คือเรื่องเล่าของความรัก ความศรัทธา และความตั้งใจของผู้คน ที่อยากรักษามรดกทางวัฒนธรรม ให้คงอยู่ต่อไปอีกนาน
โฆษณา