21 ม.ค. เวลา 23:09 • หุ้น & เศรษฐกิจ

🚀 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกนรกตอกหน้ากูรู WW3 หลังทรัมป์ได้ดีลกรีนแลนด์ แถมยกเลิกกำแพงภาษี

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เรามาคุยเรื่องที่ทำเอานักลงทุนทั่วโลกหายใจไม่ทั่วท้องมาหลายวัน นั่นคือดราม่า "กรีนแลนด์" (Greenland) ที่ทำท่าจะลุกลามเป็นสงครามการค้าและภูมิรัฐศาสตร์
แต่ล่าสุดเมื่อคืนนี้ (22 มกราคม 2026) สถานการณ์พลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรง เหมือนกับว่าความกังวลที่เทขายกันไปก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังแบบเจาะลึกว่าเกิดอะไรขึ้น และทำไมตลาดถึงดีใจขนาดนี้ค่ะ
🤝 จาก "วิกฤต" สู่ "ข้อตกลง" ที่ดาวอส
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นที่เมืองดาวอส (Davos) ในงาน World Economic Forum ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เข้าพบกับ มาร์ก รัตเต (Mark Rutte) เลขาธิการ NATO ผลจากการประชุมครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ทรัมป์ประกาศผ่าน Truth Social ว่าเขาได้บรรลุ "กรอบข้อตกลง" (Framework of a deal) กับ NATO เกี่ยวกับอนาคตของเกาะกรีนแลนด์และพื้นที่อาร์กติกทั้งหมดแล้ว
สิ่งที่ทำให้ตลาดโล่งใจที่สุดคือ ทรัมป์ประกาศยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้า (Tariffs) สินค้าจาก 8 ประเทศในยุโรป ที่เดิมทีกำหนดไว้ว่าจะเริ่มในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่อัตรา 10% และจะขยับขึ้นเป็น 25% ในเดือนมิถุนายน หากดีลไม่สำเร็จ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังยืนยันชัดเจนว่าจะ "ไม่ใช้กำลังทหาร" ในการเข้าครอบครองกรีนแลนด์ ซึ่งถือเป็นการกลับลำครั้งสำคัญหลังจากที่ขู่ฟอดๆ มาตลอดสัปดาห์
📈 ตลาดหุ้นขานรับข่าวดี: ความโล่งใจที่แปรเปลี่ยนเป็นแรงซื้อ
ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกมา บรรยากาศใน Wall Street ก็เปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นความคึกคักทันที ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้นถึง 1.2% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นที่แรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยแรงซื้อกระจายไปในทุกอุตสาหกรรมหลัก ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านี่คือการ "ซื้อคืน" หลังจากที่เทขายกันไปหนักหน่วงเมื่อวันอังคาร (ที่เรียกว่า Sell America trade)
ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ หุ้นกลุ่มพลังงาน ที่เป็นพระเอกนำตลาดจนพุ่งทำจุดสูงสุดตลอดกาล (All-time highs) รวมถึง หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (Big Tech) ก็ดีดตัวกลับขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน แต่ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ หุ้นขนาดเล็ก (Small Caps) ในดัชนี Russell 2000 ที่บวกแรงถึง 2% และทำผลงานชนะดัชนีหลักได้เป็นวันที่ 13 ติดต่อกันแล้ว สะท้อนว่านักลงทุนกล้าที่จะกลับมาเสี่ยง (Risk on) อีกครั้ง
📊 ตลาดพันธบัตรและทองคำ: สัญญาณชีพจรเศรษฐกิจ
ไม่ใช่แค่หุ้นที่เขียวขจี ตลาดพันธบัตรก็ส่งสัญญาณบวกเช่นกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-year Treasury Yield) ปรับตัวลดลง 4 basis points (0.04%) ลงมาอยู่ที่ 4.25% การที่ Yield ลดลงแปลว่านักลงทุนกลับมาซื้อพันธบัตร ทำให้ราคาพันธบัตรสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อต้นทุนการเงินของบริษัทจดทะเบียน
นอกจากนี้ การประมูลพันธบัตรอายุ 20 ปี มูลค่า 13,000 ล้านดอลลาร์ ก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม สะท้อนความเชื่อมั่นที่กลับมา
ส่วน ทองคำ ที่มักจะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเวลาโลกวุ่นวาย แม้ความร้อนแรงจะลดลงบ้างจากการที่สถานการณ์คลี่คลาย แต่ราคาก็ยังบวกขึ้นมา 1.2% ยืนอยู่ที่ระดับ 4,819.43 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ก็ขยับขึ้น 0.6% มาอยู่ที่ 60.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
🧊 เจาะลึก "ดีลกรีนแลนด์": ยังมีอะไรซ่อนอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็ง?
แม้ทรัมป์จะบอกว่ามี "กรอบข้อตกลง" แต่รายละเอียดจริงๆ ยังคลุมเครือมาก ทรัมป์บอกแค่ว่าเป็นดีลระยะยาวแบบ "Infinite" (ไม่มีที่สิ้นสุด) และสหรัฐฯ จะได้เข้าไป "มีส่วนร่วม" ในสิทธิการขุดเจาะแร่ธาตุ (Mineral rights) ในกรีนแลนด์ โดยจะมีทีมงานอย่าง เจ.ดี. แวนซ์ (รองประธานาธิบดี) และ มาร์โก รูบิโอ (รัฐมนตรีต่างประเทศ) เป็นคนเจรจาต่อ
1
ในฝั่งของ NATO และเดนมาร์ก แม้จะโล่งใจที่ทรัมป์ถอยเรื่องภาษีและกำลังทหาร แต่จุดยืนเรื่อง "เอกราช" ยังคงเดิม
รัฐมนตรีต่างประเทศของเดนมาร์ก ย้ำว่าการยกกรีนแลนด์ให้สหรัฐฯ ยังคงเป็น "เส้นตาย" (Red Line) ที่ยอมไม่ได้
อย่างไรก็ตาม มีรายงานวงในจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ระบุว่า อาจมีการประนีประนอมในรูปแบบที่คล้ายกับฐานทัพอังกฤษในไซปรัส คือให้สหรัฐฯ มีอำนาจอธิปไตยเหนือพื้นที่เล็กๆ บางส่วนเพื่อตั้งฐานทัพ เพื่อแลกกับความมั่นคงและการป้องกันไม่ให้จีนหรือรัสเซียเข้ามาแทรกแซงในพื้นที่อาร์กติก
🤑 ความเคลื่อนไหวบริษัทจดทะเบียน: มีทั้งรุ่งและร่วง
ท่ามกลางตลาดที่สดใส ก็มีบางบริษัทที่ต้องเผชิญกับข่าวร้ายเฉพาะตัว อย่าง Netflix ที่หุ้นร่วงลงหลังจากประกาศคาดการณ์กำไรที่น่าผิดหวัง เนื่องจากการทุ่มงบมหาศาลไปกับการผลิตคอนเทนต์และความพยายามปิดดีลซื้อ Warner Bros. Discovery มูลค่ากว่า 8.27 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งตอนนี้กำลังถูกเพ่งเล็งเรื่องการผูกขาดทางการค้าจากฝั่งยุโรป
ในขณะที่ Apple กำลังเดินหน้ายกเครื่อง Siri ครั้งใหญ่ให้กลายเป็น AI Chatbot เต็มรูปแบบเพื่อท้าชนกับ OpenAI และ Google
1
ส่วนทางด้าน United Airlines ออกมาเตือนว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลกระทบต่อการเริ่มต้นปีที่ร้อนแรงของสายการบิน และยักษ์ใหญ่อย่าง Berkshire Hathaway ของปู่ Warren Buffett ก็มีข่าวว่าอาจจะขายหุ้น Kraft Heinz ออกมาหลังจากเพิ่งประกาศแยกบริษัทได้ไม่นาน
🎯 มุมมองของนิคกี้: ตลาดดีใจได้... แต่อย่าเพิ่งวางใจ
สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้สอนให้เรารู้ว่า ตลาดหุ้นยุคนี้อ่อนไหวต่อ "พาดหัวข่าว" (Headline-sensitive) มากแค่ไหน แค่ทรัมป์พูดประโยคเดียว ตลาดก็พร้อมจะเหวี่ยงขึ้นหรือลงได้ทันทีค่ะ
1
แม้ความเสี่ยงระยะสั้นจะลดลง แต่ประเด็นเรื่องกรีนแลนด์และสงครามการค้ายังไม่จบง่ายๆ ทรัมป์ยังคงใช้วิธีการบีบคั้นและข่มขู่พันธมิตรยุโรปอยู่ ซึ่งอาจจะปะทุขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้
แต่ในระยะยาว สถิติชี้ว่าเหตุการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์มักจะกระทบตลาดแค่ช่วงสั้นๆ หากไม่ทำให้น้ำมันแพงขึ้นจนน่าเกลียด หุ้นสหรัฐฯ ก็มักจะฟื้นตัวได้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ออกมาดี (81% ของบริษัทใน S&P 500 กำไรดีกว่าคาด)
1
ดังนั้น สำหรับนักลงทุนระยะยาว ความผันผวนแบบนี้คือโอกาสในการเข้าสะสมหุ้นดีๆ ในราคาที่ย่อตัวลงมาค่ะ
ปล. อยากจะตะโกนดังๆ ใส่หน้าพวกกูรู้ WW3 ว่า “กรูบอกแล้วใช่ไหม จบเหมือนที่กรูบอกเป๊ะๆ เลย” 🤣🤣🤣
โฆษณา