22 ม.ค. เวลา 06:09 • ข่าว
ผู้ที่ติดตามรายการโหนกระแส มักจะต้องได้ยินประโยคแสนสุภาพจากทนายแก้ว..
เมื่อขึ้นชื่อว่าทำผิด ก็คือผิดครับ
และเมื่อได้กระทำความผิด
ในทางกฎหมายก็จะถือว่า
ความผิดนั้นสำเร็จแล้วครับผม
....................
วันนี้ ศรได้ย้อนเข้าตัวทนายแก้วเต็มๆ
1
ดังนั้น แม้คุณจะอ้างว่าเมาไวน์ แถมยังอ้างว่าตนเองหลงคิดว่าเด็กสาววัย 19 มีใจให้ เพียงประโยคนี้ มันก็ย่อมแสดงให้เห็นว่า "คุณได้ลงมือกระทำต่อเด็กสาวจริง ทั้งที่คุณก็มีครอบครัวอยู่แล้ว" แถมเด็กสาว มีผู้ปกครองเปิดกิจการร้านตัดสูท ไม่ใช่เด็กเอ็นฯ ที่ต้องการหารายได้เสริม หรือได้รับเงินว่าจ้าง ให้มาทำลายชื่อเสียงทนายแก้วแต่อย่างใด เพราะไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะต้องไปทำลายชื่อเสียงของทนายแก้ว
ใครที่คิดแบบนั้นกับเด็กสาว
นับเป็นความคิดที่ตื้นเขินและชั่วร้ายที่สุด!
แต่ความผิดเกี่ยวกับเพศ แม้จะยังมิได้สอดใส่ ก็เข้าข่ายกระทำอนาจาร กอดจูบลูบคลำ หรือจกล้วง ซึ่งตามกม.เป็นความผิดที่สามารถยอมความได้ ผู้ปกครองเด็กสาวจึงต้องเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินจากทนายแก้ว จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ไม่ถือว่าผู้ปกครองของเด็กสาวเกิดความโลภ หรือละโมบ แต่อย่างใด
ตามข่าวบอกว่าผู้ปกครองเด็กสาวเรียก 10 ลบ.
แต่ทนายแก้วต่อรองลดลงเหลือ 2.5 ลบ.
เพื่อให้จบเรื่อง โดยทนายแก้วอ้างว่า
ไม่ได้เป็นการยอมรับผิด เพียงแต่อยากให้จบเรื่อง
แม้จะเป็นวลีเด็ดของบรรดาทนายความ
ก็ฟังไม่ขึ้นแต่อย่างใด
....................
ลองนึกถึง หัวอกคนเป็นพ่อแม่ จะต้องทำอย่างไรให้มันสาสมใจ กับการสูญเสียการยอมรับนับถือในตัวทนายแก้วลงอย่างสิ้นเชิง เมื่อได้ฟังลูกสาวเล่าว่า ทนายแก้วได้กระทำอะไร อย่างใด กับร่างกายหรือของสงวนส่วนตน พ่อคนหนึ่ง ต้องมานั่งฟังลูกสาวบรรยายภาพที่น่าขยะแขยง จึงไม่ใช่เรื่องเล่าที่พ่อทุกคนจะทนฟังได้!
ดังนั้น การเรียกร้องค่าเสียหาย 10 ล้าน สำหรับบุตรสาววัยขบเผาะ ของนักธุรกิจ จึงไม่ใช่เรื่องที่เกินกว่าเหตุ หรือมากเกินไป แม้จะมีกระแสข่าวว่า ร้านตัดสูทของคุณพ่อ กำลังจะขยายสาขา จึงต้องการเงิน แต่นี่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะไปกลบความผิดของทนายแก้วได้ ให้สังเกตว่าข่าวนี้หรือคอมเมนท์ลักษณะนี้ ฝ่ายที่ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ คือทนายแก้ว!
ใครที่คิดแบบนั้นกับผู้ปกครองเด็กสาว
นับเป็นความคิดที่ตื้นเขินและชั่วร้ายที่สุด
...................
ลองนึกดูว่า หากคุณเป็นพ่อเด็ก
คุณจะรู้สึกอย่างไร และแม้แต่เด็กสาวเอง
ที่ได้อ่านคอมเมนท์ลักษณะนี้
น้องจะรู้สึกอย่างไร?
บทเรียนสำหรับคนทั่วไปที่เสพข่าว คือคุณควรต้องมีความรู้ให้รอบ และหาความรู้ให้มาก นั่นก็คือ ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วย มรรยาท "ห้ามมิให้ทนายความโฆษณาตัวเอง" ดังนั้นเรื่องที่ภาคประชาชนควรทราบก็คือ
บรรดาทนายความที่อยู่ในสื่อ ในแสง
และภาพข่าวตลอดเวลา
กระทำผิดข้อบังคับสภาทนายความ
...................
จึงไม่สามารถว่าความได้
แต่สภาฯมิได้ห้ามการให้ความรู้ทางกฎหมาย
........................
ดังนั้น แค่เพียงการให้ความรู้ทางกฎหมาย
ก็ไม่ได้ทำให้คุณยิ่งใหญ่อยู่เหนือผู้อื่น
บุคลิกและคำพูด สามารถสร้างภาพลวงตาผู้คน
ได้ตลอด ผู้เสพข่าวจึงต้องเสพด้วยสติ
รู้จักคิดวิเคราะห์ แยะแยะ และใช้เหตุใช้ผลให้มาก
ขอบคุณคำถามค่ะ
โฆษณา