22 ม.ค. เวลา 12:53 • นิยาย เรื่องสั้น

ชายคนนึงที่ผม(ไม่)เคยรู้จัก

ตอนที่ 1
“มึงหยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ ไม่ต้องขึ้นมา ตอนมึงไปก็ลำบากคนอื่นเขา มึงเลือกแบบนั้นแล้ว จะมาเรียกร้องอะไรจากใครอีก มีแต่มึงทั้งนั้นที่ทำตัวมึงเอง”
เสียงป้าน้อยตะโกนด่าลั่น ทันทีที่แกได้ยินเสียงเท้าหนักๆเดินขึ้นบันไดบ้านไม้ยกสูง มาทีละขั้น…ทีละขั้น แต่ละก้าวนั้นสะเทือนบ้านไม้ จนแกรู้สึกได้
กลิ่นเหม็นไหม้คละคุ้งค่อยๆโชยอบอวลให้ในโถงชั้นสองของบ้าน
สิ้นเสียงด่าของแก เสียงเดินนั้นหยุดทันที เหลือเพียงกลิ่นเหม็นไหม้อ่อนๆ ที่ยังลอยปนอยู่ในอากาศ
“มัน…มาหรอแม่”
เสียงลุงมีตะโกนออกมาจากห้องพระ
“ไอ้นี่นะ ทำตัวเองไม่พอ ยังจะทำคนอื่นเขาเดือดร้อน”
เสียงลุงมีที่กำลังสวดมนต์อยู่ในห้องพระตะโกนออกมาสำทับ
”มึงลงไปเลย“
เสียงป้าน้อยร้องไล่ใครสักคนตรงบันได ในความมืด แม้จะมองไม่เห็นตัวก็ตาม
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในคืนที่สามหลังงานฌาปนกิจ พี่เข้ม ชายผู้เลือกที่จะเดินจากทุกคนไปโดยไม่มีวันกลับ เป็นวันเดียวกันที่ชาวบ้านช่วยกันตัดต้นมะค่า ที่มีเชือกล่ามวัวมัดไว้อย่างลวกๆ แต่กลับแน่นพอที่จะเชิญพยามัจจุราชมากระชากวิญญาณของใครสักคนที่กล้าท้าทาย
ต้นมะค่า พร้อมเชือกที่ถูกตัดนั้น ถูกเผาอยู่ข้างอุโมงค์ต้นไม้ปลายทุ่ง เพราะทั้งสองสิ่งนี้คือสิ่งที่ชายคนหนึ่งเลือกใช้เพื่อพราก ลมหายใจตัวเอง
หวังว่าจะทำให้ผู้ที่จากไปนั้น ได้จากไปอย่างสงบ
ลมหายใจและร่างนั้น…จบสิ้นแล้ว
แต่เรื่องเล่ากลับเพิ่มขึ้น ทีละเรื่องๆ สร้างความหวาดกลัวให้ผู้คน ที่พบเจอได้ไม่น้อย
เด็กน้อยจับไข้นอนซม เพราะเห็นชายรูปร่างสูงใหญ่ทะลึ่งตาใส่ ถลึงตาใส่ ตอนหัวค่ำขณะเดินผ่านบ้านป้าน้อย
คนเฒ่าคนแก่ที่นาติดกันวิ่งเตะตระก้าหมากกระจุยกระจาย เพราะโดนหลอกกันกลางวันแสกๆ
หมาอีด่าง ดูเหงาและซึมลงอย่างเห็นได้ชัด
มันไม่ยอมกินข้าวเลยมาหลายวันแล้ว มันยังร้องครางหงิงๆ บางครั้งมันก็นั่งเหม่อมองยอดไม้อยู่อย่างนั้น กระดิกหาง หูตก ราวกับ กำลังหยอกล้อและเล่นกับเจ้านายอันเป็นที่รักของมัน
”น้อยเอ้ย..น้อย“ เสียงเรียก ป้าน้อยดังมาจากหน้าบ้าน ในขณะที่แกกำลังสาละวนกับการสาวดักแด้บนกะท่อมน้อยหน้าบ้าน
”ใครน้อ“
เสียงป้าน้อยถามกลับยังเป็นไมตรี
”พ่อเองลูก พ่อเอง ขอเข้าไปหน่อยนะ“
แม้ เสียงตอบกลับจากชายวัยกลางคน อายุคราวลูก จะสร้างคำถามในหัวให้กับป้าน้อยมากมาย
แต่ด้วยไมตรีจิตร ป้าน้อย ก็เชิญชายผิวเข้มร่างอ้วนใหญ่ผิวดำเข้นนั้นเข้ามาในบ้าน พร้อมจัดน้ำท่าต้อนรับอย่างดี
“นี่พ่อเองนะ พ่อกลับมาเกิดใหม่แล้ว” ชายร่างใหญ่กล่าว
แน่หละ ใครจะไปชื่อเรื่องแบบนี้ง่ายๆ ตัวป้าน้อยเองก็เช่นกัน เพราะพ่อกับแม่แกเสียชีวิตไป
น่าจะยังไม่ถึง 10 ปีด้วยซ้ำ
การพิสูจน์มันก็ได้เริ่มขึ้นจากตรงนี้
ลุงมีกับชาวบ้านที่อยู่ในระแวกนั้น รวมถึงป้าของผมด้วย ทั้งหมดถูกเรียกมาพิสูจน์เรื่องนี้ด้วยกัน
ชายร่างใหญ่แนะนำตัวกับทุกคนว่าชื่อ เข้ม เดินทางมาจากจังหวัดนึงทางภาคใต้ ชาติที่แล้วชื่อ ชัย เมียชื่อนุ่น มีลูกสาวสองคน คนโตชื่อน้อย ลูกสาวคนเล็กชือสาย
”ทิดมี พระเหลี่ยมทองที่กูให้ กับคำหมากของหลวงลุง มึงยังเก็บไว้มั๊ย“
ชายชื่อเข้มกล่าวถามอย่างมั่นใจ
”เก็บๆ อยู่บนหิ้งพระ“ ลุงมีตอบสั่นๆ ดูตกใจไม่น้อย
ก่อนที่ชายที่ชื่อเข้ม จะเริ่มสาธยายเรื่องอื่นๆเกี่ยวกับลูกสาวตัวเองก็คือป้าน้อย ว่าเกิดวันที่เท่าไร วันอะไร ปีใหน มีปานตรงใหน
 
อะไรที่แกเคยทำไว้ ที่นา ที่ไร แบ่งสรรค์ยังไง แกพูดถูกหมด ไม่เชื่อก็คงต้องเชื่อ
ป้าผมแหละคนนึงที่เชื่อซะสนิทใจ
“อีอ้ม มึงหรอกหรอ ทำไมกูจะจำมึงไม่ได้ ขากลับจากเลี้ยงวัวที่ทุ่ง มึงเดินไม่ไหวร้องงอแง กูยังเอามึงขี่คอไล่ควายกลับเข้าคอกอยู่เลย“
หลายคำถามถูกเอาออกมาเค้นความจริงจากชายที่อ้างว่าตัวเองคือตาชัย
สิ้นสุดการสอบสวนเค้นความจริง ทุกคนดูเหมือนจะเชื่อสนิทใจ ว่าผู้ชายคนนี้คือตาชัยพ่อของป้าน้อยกลับชาติมาเกิดจริงๆ
ทันทีที่การสอบสวนจบลง ชายที่ชื่อเข้มท่าทางเปลี่ยนไปทันที จากบุคลิกของชายแก่ที่พูดกูมึงกับทุกคน ตอนนี้อยู่ในบทของชายที่ชื่อเข้ม พูดจาด้วยความอ่อนน้อมต่อทุกคน และขอออาศัยอยู่กับป้าน้อยที่นี่ เพื่อคอยช่วยเหลืองานต่างๆในบ้านและนาของป้าน้อย
ป้าน้อยก็เลี้ยงดูพี่เข้มแกโดยไม่ติดใจอะไรตามนิสัยเดิมของแกเป็นคนใจบุญ ที่มักจะช่วยเหลือผู้คนอยู่เสมอ
.
.
.
(โปรดอ่านต่อในตอนที่ 2)
โฆษณา