Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
66.6 Radio
•
ติดตาม
22 ม.ค. เวลา 13:18 • นิยาย เรื่องสั้น
ชายคนนึงที่ผม(ไม่เคย)รู้จัก
ตอนที่2
ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับกับพี่เข้มบ่อยๆ เพราะบ้านเราติดกัน แม้อายุจะห่างกันมากแต่แกจะใช้คำแทนตัวเองว่าพี่กับผมเสมอ บทสนทนามักจะเป็นเรื่องกฏแห่งกรรม การเห็นนรกและสวรรค์
อีกสิ่งนึงที่แกมักทำอยู่บ่อยๆ คือการท่องบทสวดมนต์ให้ป้าผมฟัง ป้าผมอ่านหนังสือไม่ออก เลยใช้วิธีการฟังแล้วจำเอา พอมีพี่เข้มผมก็สบายขึ้นเยอะ ไม่ต้องนั่งอ่านบทสวดมนต์ให้ป้าฟังทุกวัน บทใหน ที่ว่าเป็นมหากุศลพี่เข้มจำได้ ตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีผิดสักตัว ใครไม่เชื่อหยิบหนังสือสวดมนต์มาเปิดอ่านตามแกได้เลย
ช่วงหลังผมต้องย้ายจากบ้านป้ามาอยู่กับแม่เพื่อเรียนหนังสือ ก็ยังมีโอกาสกลับไปไปเยี่ยมป้าผมปีละครั้งถึงสองครั้ง เรามักจะนั่งพูดคุยสนทนาธรรมกันอยู่เสมอ บาปบุญคุณโทษ การปล่อยวาง และไม่ยึดติด มักจะเป็นหัวข้อหลักๆในวงสนทนา
แกเคยดูดวงให้ผม ประมาณว่า “ชะตาชีวิตมันอาภัพนะ มีชีวิตก็เหมือนไม่ใช่ชีวิตของตัวเอง ขาดหลักไร้ที่พึ่ง ”
คำนึงที่เตือนใจผมและทำให้ผมมีคำถามกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อยคือ
“ ต่อให้มันจะยากแค่ไหน ต่อให้จะไม่มีใครรักเราเลย ก็ขอให้รักตัวเองมากๆนะ อย่าคิดแค่ง่ายๆ การจบชีวิตตัวเองนั้นมันเป็นบาปหนัก ถ้าน้องตัดสินใจทำมันลงไป จะต้องชดใช้กรรมด้วยกันทำแบบนั้นซ้ำๆไม่มีวันได้ผุดได้เกิด อดทนให้ถึงเวลา อายุ19ปีนั่นแหละ น้องจะมีชีวิตเป็นของตัวเอง”
แกเล่าให้ฟังว่าตัวแกนั้น มีเงินที่ได้มาจากการทำสวนปลามอยู่หลักล้าน แต่มีคนยืมของแกไปเป็นญาติๆกัน หลายครั้งผมมักจะเห็นแกคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าที่คลายเครียด เป็นชั่วโมง และมักจะพูดวนวนถึงเงินก้อนนั้นอยู่บ่อยครั้ง
”เดี๋ยวเค้าก็จะโอนให้คืนแล้ว“ แกพูดประโยคนี้ซ้ำๆอยู่หลายครั้ง ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงหรือคำปลอบใจตัวเอง
แกบอกว่าความตั้งใจของแกคือจะเอาเงินส่วนนี้มาให้ป้าน้อยลูกสาวเอาไว้ใช้ แบ่งอีกส่วนหนึ่งบริจาคให้วัด ไว้เป็นที่พึ่งสุดท้ายก่อนตาย
เหตการณ์คงดำเนินไปเช่นนั้นผมกลับมาเรียนหนังสือจนปิดเทอม ก็กลับไปเยี่ยมป้าอย่างที่เคยทำทุกปี
“พี่เข้มมันตายแล้ว เดือนก่อนนี่เอง”
สับสนเล็กน้อยระยะเวลาไม่ถึงปีจากที่เราคุยกัน คนเราบทจะจากกันจากกันง่ายง่ายแบบนี้เลย
ไม่มีใครรู้ถึงเหตุผลที่แท้จริง ว่าเขาตัดสินใจทำแบบนั้นไปเพราะอะไร
เห็นบอกว่า ”ต้นมะค่าโน้มลงมาจนเท้าแตะพื้นเลยนะ ตัวมันหนัก กว่าคนจะไปเจอก็วันที่สองแล้ว หมาอีด่างนี่วิ่งรอบแถวนั้นจนใบไม้โล่งเป็นทาง ตอนนี้มันก็ป่วยตายตามเจ้าของมันไปแล้ว“ ป้าผมเล่าเรื่องออกรสออกชาติ
”อีแต้วนีซี่ซวยสุด“ แกเล่าต่อ “มันวิ่งไปดูตอนเค้าเอาพี่เข้มมึงลงมาจากต้นไม้ ใครห้ามก็ไม่ฟัง มันบอกว่ากลัวทำไมแค่ตาเข้ม” แกเว้นสักพัก ก่อนจะหยิบใบพลูแต้มปูนขาวเข้าไปเคี้ยวหยวบๆ “กลับมาตรงรั้วบ้านย้ายน้อยนี่เองมันกรี๊ด จนสลบป่วยไปหลายวันเลยดีไม่หัวโกร๋น มันบอกว่าเห็นไอ้เข้มยืนตาเหลือกลิ้นจุกปากเลย“
“คนโดนกันเยอะ”
แกบรรยายต่อไป
“ยายน้อยมันยังไม่เว้น ขนาดให้ข้าวให้น้ำเลี้ยงดูมันเหมือนลูก เผายังไม่ถึงสามวันดี มันเดินขึ้นบ้านยายนางกลิ่นไหม้คลุ้งบ้านเลย ก้าวขึ้นบันไดทีสั่นไปถึงหลังคา คงเป็นเพราะผีมันตัวอ้วนด้วยละมั้ง” คิดแล้วขนลุก “ยายน้อยด่าลั่นกลางดึกนะวันนั้นมันถึงทุเลาลง”
แกหยุดพักนึง
แล้วพูดต่อไปปนตลกอีกว่า “ แต่แม่สงสัยนะ ถ้าเป็นตาชัยกลับชาติมาเกิด แล้วผีที่มาหลอกคนเป็นผีตาชัยหรือผีผีเข้มมึงว่ะ แต่แม่ว่าน่าจะเป็นพี่เข้มแหละเพราะเดินขึ้นบ้านยายน้อยวันนั้น หลังคายังสั่นเลย ฮึๆๆ“ แกพูดจบตามด้วยเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอของแก
นั่นคงเป็นคำถามที่ป้าของผมสงสัย ส่วนผมไม่ได้ไปใส่ใจหรอก
สิ่งที่มันยังวนในหัวผม ไม่ใช่คำถามที่ว่าดวงวิญญาณเป็นใคร
แต่เป็นคำสอนที่พี่เข้มพูดวนซ้ำๆอยู่ในหัว ให้ผมรักตัวเอง เห็นคุณค่าของชีวิต บาปบุญคุณโทษ ไม่ยึดติดและรู้จักปล่อยวาง มันวนมาถามผมซ้ำๆแบบนั้นว่า สิ่งที่เขาพูดออกมาทั้งหมดนั้น เค้าต้องการจะบอกผมหรือ กำลังพูกับตัวเขาเอง คนที่ผมขอบคุณที่คอยชี้แนะแนวทางชีวิตเหมือนเราสนิทสนมกัน แท้จริงแล้วผมอาจขะไม่เคยรู้จักเขาเลย…ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา.
เรื่องลี้ลับ
เรื่องเล่า
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย