23 ม.ค. เวลา 12:08 • ความคิดเห็น
เราขอตอบในฐานะผู้ได้รับประสบการณ์สวมหมวก 2 ใบ คือก่อนหน้าปี'61 เราสวมหมวกในฐานะลูกจ้างมาตรา 33 มาเป็นระยะเวลายาวนาน นานเกิน 15 ปี ซึ่งต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนตามกฎหมาย 5% ของค่าจ้าง เพดานค่าจ้างสูงสุดอั้นที่ 15,000 เราจึงส่งต้องเดือนละ 750 เมื่อคำนวณต่อปีก็ตกปีละ 9,000 บาท
ในแต่ละปี สาวโสดอย่างเรา
ถ้าเกี่ยวกับฟัน สิทธิให้งบ 900 บาท
เป็นผู้ป่วยนอก (หมอสั่งไปนอนบ้าน) จะกี่ครั้งก็ได้
เป็นผู้ป่วยใน (หมอสั่งนอนรพ.) จะกี่ครั้งก็ได้
ถ้าอุบัติเหตุจนพิการ ก็รักษาได้ไปยาวๆ
จนกว่าจะสิ้นสุดการรักษาตามหมอสั่ง
......................
เราก็แค่รออายุ 55 เราก็จะสามารถ
ขอบำนาญรายเดือนได้ทุกเดือน
จนกว่าเราจะเสียชีวิต สำหรับเราคุ้มที่สุดค่ะ
หากคุณไปซื้อเบี้ยประกันเอกชน
เพื่อให้ได้สิทธิแค่เจ็บป่วย!
ที่เทียบเท่่าประกันสังคม
คุณต้องจ่ายถึงปีละ 15,000 อย่างต่ำค่ะ!
แถมจำกัดจำนวนครั้ง!!
Chen Eing@ฺBlockdit
ตั้งแต่ปี'61 เป็นต้นมา เราสวมหมวกในฐานะนายจ้างกิจการ ที่ต้องนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม 5% ของค่าจ้างลูกจ้างทั้งหมดของกิจการ แถมยังต้องส่งให้ทันภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ถ้าส่งไม่ทัน หรือลืม โดนเบี้ยปรับเข้าไปอีก แถมเรายังต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนเงินทดแทนทุกปี หากจ่ายช้ามีโทษปรับอีก สำหรับกองทดแทนนี้ เราต้องจ่ายฝ่ายเดียว 100% ด้วยนะ ต้นทุนเราทั้งนั้น!
มาปีนี้'69 เพดานค่าจ้างสูงสุดเขยิบขึ้นไปอั้นที่ 17,500 ยังคิดที่อัตรา 5% ก็เท่ากับว่า ลูกจ้างที่มีช่วงของค่าจ้าง ตั้งแต่ 15,001 - 17,500 ก็จะต้องส่งเงินเพิ่มขึ้นแต่ไม่เกิน 875 บาท สมมติคิดที่คนได้รับค่าจ้างสูงสุดที่ 17,500 เขาก็จะต้องส่งเงินเพิ่มจากเดิมอีกเดือนละ 125 บาท (875 - 750) หรือเพิ่มขึ้นต่อปี 1,500 บาท เป็น 10,500 บาทเองนะคะ นั่นหมายความว่า กลุ่มเงินเดือนตำกว่า 15,001 บาทต่อเดือน จะไม่ได้ถูกกระทบอะไรเลยค่ะ!
สำหรับลูกจ้าง
สิทธิเดิมทุกประการอยู่ครบไม่ลดค่ะ
แต่สิ่งที่จะได้เพิ่มขึ้นมันมาจาก
การเขยิบเพดานค่าจ้างขึ้นไปอั้นที่ 17,500
มันจะมีผลไปเพิ่มเงินทดแทนให้เขา
ยามเจ็บป่วย/ต้องหยุดงาน เงินชดเชยกรณีว่างงานเพิ่ม
เงินบำนาญก็ได้เพิ่มขึ้นอีก
.........................
เราในฐานะสวมหมวกนายจ้าง
ต้องแบก Cost เพิ่มขึ้นอีกนะคะ
ภาครัฐเองก็ต้องจัดงบประมาณมาเพิ่มอีก
เพราะในกอง มันจะต้องสมทบกัน 3 ขา
รัฐ นายจ้าง ลุกจ้าง
โฆษณา