24 ม.ค. เวลา 07:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

สายลงทุนหุ้นกู้ต้องรู้!! “หุ้นกู้ตลาดแรก” กับ “หุ้นกู้ตลาดรอง” แตกต่างกันยังไง

ในช่วงนี้มีหลายคนที่หันมาสนใจการลงทุนหุ้นกู้ ซึ่งการลงทุนหุ้นกู้โดยตรง มีให้เลือกลงทุน 2 ตลาด คือ “ตลาดแรก” และ “ตลาดรอง” ทั้งสองตลาดนี้มีความแตกต่างกันในหลายประเด็น
วันนี้เราเลยจะมาสรุปข้อแตกต่างให้นักลงทุนมือใหม่ได้ทำความเข้าใจ และสามารถเลือกตลาดลงทุนได้เหมาะกับสไตล์ของตัวเอง
หุ้นกู้ตลาดแรก (Primary Bond Market)
- หุ้นกู้ที่บริษัทออกหุ้นกู้เพื่อเสนอขายแก่นักลงทุนโดยตรงเป็นครั้งแรก โดยผู้ออกจะเสนอขายตามกลุ่มนักลงทุน 2 ประเภทหลัก คือ นักลงทุนทั่วไป (Public Offering: PO) และผู้ลงทุนในวงจำกัด (Private Placement: PP)
- ช่วงเวลาซื้อขาย : ซื้อขายทำได้เพียงครั้งเดียวในช่วงเวลาที่เปิดจองเท่านั้น ตามวันที่กำหนดในหนังสือชี้ชวน
- สิทธิในการจองซื้อ : มีจำนวนจำกัด บางครั้งอาจจองซื้อได้ไม่ครบตามที่เราต้องการ
- ราคาซื้อขาย : ราคาหน้าตั๋ว (Par Value)
- เงินลงทุนต่อหน่วย : หน่วยละ 1,000 บาท
- ผลตอบแทน : ดอกเบี้ยตามอัตราที่ระบุไว้ล่วงหน้า
- สภาพคล่อง : สภาพคล่องต่ำกว่า เนื่องจากมีจำกัดช่วงเวลาจองซื้อ รวมถึงไม่สามารถไถ่ถอน หรือรับเงินคืนก่อนกำหนดได้
เหมาะกับ : คนที่สนใจลงทุนระยะยาว สามารถถือครองจนครบกำหนดเพื่อรับดอกเบี้ยตามสัญญา
หุ้นกู้ตลาดรอง (Secondary Bond Market)
- หุ้นกู้ที่ผ่านการออกจำหน่ายในตลาดแรกแล้ว แล้วมีการนำมาซื้อขายกันอีกครั้งก่อนครบกำหนดอายุระหว่างนักลงทุนด้วยกันเองผ่านตัวกลางที่เป็นสถาบันการเงิน
- ช่วงเวลาซื้อขาย : ซื้อขายได้ทุกวันทำการ ไม่มีกำหนดเวลาซื้อขายเหมือนกับหุ้นกู้ตลาดแรก
- สิทธิในการจองซื้อ : ขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อ-ขายของหุ้นกู้รุ่นนั้นในช่วงเวลานั้น
- ราคาซื้อขาย : ราคาที่ตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
- เงินลงทุนต่อหน่วย : อาจมากกว่าหรือน้อยกว่าหน่วยละ 1,000 บาท
- ผลตอบแทน : ดอกเบี้ยตามอัตราที่ระบุไว้ และกำไร/ขาดทุนจากมูลค่าหน้าตั๋ว
- สภาพคล่อง : สภาพคล่องสูงกว่า สามารถซื้อขายได้ง่าย
เหมาะกับ : คนที่ต้องการสภาพคล่องสูง ซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ทุกวัน มีหุ้นกู้ให้เลือกหลากหลาย
#Cashury #ลงทุน #หุ้น #รู้เท่าธัน #หุ้นกู้ #ซื้อหุ้นกู้ #ลงทุนหุ้นกู้ #ตราสารหนี้ #หุ้นกู้ออกใหม่ #PassiveIncome #ดอกเบี้ยหุ้นกู้ #หุ้นกู้ตลาดแรก #หุ้นกู้ตลาดรอง
โฆษณา