24 ม.ค. เวลา 07:00 • ข่าวรอบโลก

ความรักแบบพระเจ้า คือสิ่งที่โลกใบนี้เกรงกลัว

การบันทึกนี้เป็นการบันทึกย้อนหลังจากระหว่างทางที่เดินทางไปตกปลา เมื่อวัน12 ที่ผ่านมา ด้วยที่ต้องขับรถตอนกลางคืนเพื่อไปขึ้นเรือที่ระยองจับเวลาในจีพีเอสใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ในการสนทนาครั้งนี้กับน้าบ๊อบเราคุยกันหลายเรื่องมากๆ สังเขปก่อน เกี่ยวกับความที่จะเป็นไปในโลกใบนี้และเบื้องหลังของการงานของพระเจ้าและมารซาตาน มันทำให้ได้ข้อคิดและประเด็นข้อคิดเยอะมากจากการสนทนาครั้งนี้
ทรัปม์บุกเวเนซุเอลลา น้าบ๊อบเริ่มด้วยคำถามที่ว่า “เพราะยาเสพย์ติดจริงหรอ กายคิดยังไง”
ผมตอบว่า “ก็น่าจะมีส่วนจริงๆ แต่ตามมารยาทสากลโลกไม่น่าจะมีใครเขาทำกันแบบนี้ ที่บุกไปจับผู้นำประเทศเขากัน”
น้าบ๊อบ “นั่นสิ่ สิ่งที่ควรจะทำ เขาควรไปจัดการคนในบ้านของเขามากกว่า เพราะดูสิ่ปล่อยให้คนในบ้านเขาหลายเมืองเหมือนจะเป็นเมืองซอมบี้แล้ว”
ผมให้ความเห็นในเรื่องนี้กับน้าบ๊อบว่า อาจจะมีส่วน แต่น่าจะไม่ใช่เป้าหมายทั้งหมดของทรัมป์ จากข่าวที่ผมนั่งฟังมาและก็สื่อวิเคราะห์ ที่เวเนฯ มีน้ำมันเยอะที่สุดในโลก และลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของเวเนฯที่มาซื้อน้ำมันก็คือจีน เท่าที่เห็นชัดเจนที่สุดคือหมากนี้เป็นการตัดกำลังของจีนพอสมควร และมีข่าวทางการทหารที่ว่า การโจมตีครั้งนี้ของสหรัฐฯเป็นการแสดงความเหนือชั้นทางการทหารที่มีมากกว่าจีน
เป้าหมายถัดไปของทรัมป์น่าจะเป็นกรีนแลนด์แบบที่ประกาศไว้
การที่ทรัมป์ทำอย่างนี้ นำไปสู่สภาวะใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชั่วอายุคนนี้ ซึ่งถ้าทรัปม์ใช้เหตุผลนี้กับเวเนฯหรือเป้าถัดไปอย่างกรีนแลนด์ จีนก็อาจจะใช้ตรรกะระดับเดียวกับทรัมป์ที่จะบุกยึดไต้หวัน และปูตินก็คิดว่างั้นเราทุ่มสรรพกำลังทั้งหมดยึดยูเครนแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้สิ่
(ในขณะที่บันทึกนี้ ความตึงเครียดเรื่องกรีนแลนด์ก็ดุเดือดขึ้นแล้ว กรีนแลนด์เลือกข้างแล้วที่จะให้ยุโรป “นาโต้”ปกป้องตนประกาศจะสู้หากสหรัฐฯใช้กำลังทหาร และทรัมป์ให้เหตุผลว่าหากจำเป็นต้องใช้กำลังก็ต้องใช้ เพราะมองว่าจีนและรัสเซียจะใช้กรีนแลนด์คุกคามสหรัฐฯ)
เราสรุปจากหัวข้อนี้ว่า
โลกกำลังจะเข้าสู่สภาวะ “เธอทำ ฉันก็ทำได้” (แม้จีนและรัสเซียยังไม่ได้ขยับอะไรที่กล่าวมาแบบนั้น) ซึ่งโลกก็กำลังมีแนวโน้มเข้าไปสู่อย่างนั้น
สิ่งหนึ่งที่ได้แบ่งปันกับน้าบ๊อบเพิ่มเติมคือ ทำไมสงครามมันต้องเกิดและทำไมตอนนี้มันต้องเป็นอย่างนี้ มีสองประเด็นที่ผมให้ความเห็นกับน้าบ๊อบ
หนึ่ง เรื่อง AI ที่ใครๆก็สนใจทุกวันนี้ สิ่งนี้มีเบื้องหลังหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ เราทุกคนคิดว่าข้อมูลอยู่ในอากาศอยู่ในCould แต่มันมีสิ่งที่ต้องอาศัยฮาร์ดแวร์ที่เป็นกายภาพเยอะๆและหนักมากๆ นอกจากไฟแล้ว ก็คือน้ำดื่ม
เท่าที่ผมทราบเอไอใช้น้ำเยอะมากในการหล่อให้ระบบมันต้องเย็น เข้าใจว่ามันต้องเปิดเครื่องที่ให้มันทำงานได้ 24 ชั่วโมง และมันไม่สามารถเอากลับมาใช้ซ้ำได้ เพราะเหมือนว่าระบบหล่อเย็นคือน้ำนั้นจะใช้หมดไปแบบระเหยไปเลย น่าจะเยอะมากๆ น่าจะมากกว่า70% ที่น้ำจะระเหยไป ซึ่งปัญหาของมนุษย์เราเองก็ยังมีปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มอยู่ โอเค นั่นอาจจะเป็นปัญหาที่มีในประเทศที่ยากจนมากๆ แต่เอาเข้าจริงเราเองก็เริ่มอยู่ในยุคที่ทรัพยากรขาดแคลนมากขึ้นด้วยซ้ำ
บริษัทเทคฯเจ็ดนางฟ้าบ้างก็มีความพยายามจะไปตั้งศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ไปใต้น้ำ บ้างก็อาจจะไปตั้งในขั้วโลกซึ่งมันเย็น เพิ่มการลงทุนมากมายมหาศาลเพื่อพัฒนาและขยายเอไออยู่ตลอด สิ่งที่น่าสังเกตคือบริษัทเหล่านี้แทบไม่พูดถึงโลกสีเขียวเลยตั้งแต่ที่ต้องมาแข่งขันเรื่องAI และสอดรับกับทรัมป์ที่ไม่สนใจเรื่องโลกร้อนด้วยซ้ำ
สิ่งที่ตลกไปมากกว่านั้น บริษัทที่สามารถป้อน ชิป ที่ใช้ในโลกทุกวันนี้ มีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่ผลิตได้ แต่บริษัทที่ผลิตได้อันดับหนึ่งของโลกคือ TSMC ซึ่งบริษัทนี้อยู่บนเกาะไต้หวัน ผมไม่เข้าใจเรื่องเซมิคอนดักเตอร์เท่าไหร่ แต่ผมเข้าใจว่าบริษัทนี้ผลิตชิ้นส่วนของชิปได้เล็กมากๆ (ยิ่งเล็กยิ่งดีเพราะเพิ่มพลังานการประมวลผล) น่าจะที่สุดในโลก ณ ขณะนี้
สิ่งที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น ผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ได้วางหมากที่ฉลาดล้ำไปยิ่งกว่านั้นอีกขึ้นหนึ่งคือ บริษัทนี้วางตัวเองเป็นผู้ผลิตที่จะนำหน้าเสมอ หมายความว่า แม้ใครก็ตามที่มารู้เทคโนโลยีที่ผลิตได้ แต่คุณก็ต้องใช้เวลาหลายปีในการสร้างโลกงานผลิตชิป พอคุณสร้างเสร็จเทคโนโลยีนั้นจะเก่าทันที เพราะบริษัท TSMC จะมีโรงงานใหม่ที่จะรองรับการผลิตชิปที่ใช้เทคโนโลยีสูงกว่าให้บริษัทต่างๆ นี่จึงเป็นจุดแข็งของ TSMC และเกาะไต้หวัน
เพราะต้องยอมรับว่าจีนนั้นตามหลังเรื่องเอไอของสหรัฐอยู่มาก และมีปัญหาเรื่องการซื้อชิปมาหลายครั้ง เรื่องชิปเป็นปัญหาระดับโลกและโดดยเฉพาะช่องแคบไต้หวัน ที่หากจีนยึดเกาะไต้หวันขึ้นมาจริง จีนจะแก้ปัญหาเรื่องการแข่งขันชิปได้ทันที
ดังนั้นเรื่องนี้ให้อะไรเรา สำหรับผม ที่มีความเชื่อในพระเจ้า พระเจ้าทรงสำแดงให้เห็นว่าโลก(ที่มารเป็นเจ้าของ) กำลังทำงานผ่านความกลัวและความไม่แน่นอนของโลกในทุกวันนี้อยู่ ทำให้เรามองไปที่ AI มองไปที่ภาพลวงที่โลกภาพพยายามอยากให้เห็น แต่มนุษย์กลับไกลจากการปลดเปลื้องตัวเองที่จะออกจากระบบโลกมากขึ้น เราดูเหมือนจะมีทางเลือกมากขึ้น แต่ทุกทางเลือกนั้นนำเราให้รับใช้ระบบที่โลกต้องการให้เป็นมากขึ้น เปลี่ยนแค่เพียงหน้ากากจากสิ่งหนึ่งไปสู่สิ่งหนึ่งเท่านั้น
นมุมของคริสเตียนนี่คือสงครามฝ่ายวิญญาณของพระเจ้าและมารซาตาน
สอง สงครามมันต้องเกิดเพราะเราบริโภคกันอย่างเดียว ผมยกตัวอย่างกับน้าบ๊อบว่า ตอนผมที่ยังเด็กๆ ยังเคยเห็นแตงโมที่เกิดขึ้นเองจากการเอาเมล็ดไปหว่านอยู่บ้าง ผมจำได้ว่าแตงโมมันจะลูกกลมๆ แต่ตอนนี้เราปลูกมันไม่ได้ด้วยซ้ำเพราะเมล็ดพันธุ์ถูกตัดต่อพันธุ์กรรม เราโดนระบบโลกต้องทำงานรับใช้ระบบนี้ แต่เดิมการผลิตนั้นเราจะขายก็ต่อเมื่อผลิตแล้วเหลือ เหลือแล้วจึงไปขาย แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่ ด้วยระบบนี้มันก็ดีนะช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนอาหาร
เพราะมันรับประกันว่าจะมีอาหารบางอย่างเสริฟเข้าสู่ระบบตลอดเวลา แต่แรงงานต้องผันตัวไปรับใช้ระบบโลกมากขึ้น
ผมแบ่งปันกับน้าบ๊อบว่า ปัญหาประชากรล้นโลกไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว มันอาจจะมีจุดหนึ่งที่ประชากรโลกจะหายไปเยอะมาก แต่ยังไงก็ยังจะเหลือเป็นหลักพันล้าน ที่มากพอจะเป็นแรงงานผลิตภาพต่อโลกนี้ได้อยู่ แต่ที่วันนี้เราเข้าใกล้ไฟสงครามมากขึ้นเพราะ เราผลิตกันมากจนคำถามคือ “ผลิตมาแล้วขายใคร?”
สงครามนี่แหละจะเข้ามาทำให้ระบบนี้เดินต่อ เพราะสงครามต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล และบริโภคหนักมากและแพงด้วย จนมันจะเกิดภาวะขาดแคลนใหญ่ ทำให้ใครบางคนที่อยู่เบื้องหลังโลก ที่เขามีโรงงาน มีกำลังการผลิต จะสามารถผลิตได้มากพอที่จะทำกำไรได้อีกครั้ง
เบื้องหลังคำถามนี้น้าบ๊อบได้ตั้งคำถามขึ้นมาก่อนว่า “เชื่อหรือไม่ว่าโลกใบนี้มีกลุ่มคนบางคนที่คุมโลกใบนนี้อยู่?” ผมเองก็ไม่สามารถตอบได้ว่ามีหรือไม่ แต่ตั้งข้อสมมติว่า ถ้าหากผมกับน้าบ๊อบเป็นกลุ่มคนนั้น ในสถานะที่ทั้งโลกมันผลิตได้มากและทรัพยากรบางอย่างกำลังขาดแคลน เป็นน้าจะทำยังไงที่จะให้ระบบที่เราสร้าง ที่ทำให้เรามั่งคั่งเดินต่อไปได้” คำตอบก็ชี้ไปที่สงครามไง เพราะหากเกิดสงคราม จะมีบางคนที่จะขายของไม่ได้จนต้องเลิกผลิต แต่จะมีบางคนที่ยังจะผลิตสินค้าและยังจะขายได้แน่ๆซึ่งนั่นก็คือคนที่คุมเกมโลกนี้ไง
สมมติเกิดสงครามและโลกผ่านพ้นวิกฤตสงครามไป แรงงานจากประชากรที่เหลือน้อยลงจากสภาวะสงครามนั้นจะมาเป็นกำลังผลิตหลักอีกครั้ง นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมโลกถึงพยายามทำร้ายและโจมตีคริสต์เตียน เพราะพระเจ้าทรงไม่ให้เรารักและหลงไปกับระบบโลกใบนี้ ทรงให้เราตั้งคำถามและต้อต้านระบบของโลกเสียด้วยซ้ำ มันเพราะกลัวว่า หากคนไปเชื่อพระเจ้ามาก ก็ปฏิเสธระบบของโลกนี้ เขาเธอพวกนั้นก็จะมีทางเลือกที่ว่า ไม่จำเป็นต้องเดินไปกับโลกใบนี้ก็ได้นิ่
หากคุณเป็นคนที่ถือครองอำนาจโลกใบนี้ จะทำยังไงล่ะในเมื่อสิ่งผลิตมันตันมันเต็มไปหมดจะระบายยังไงล่ะ? สงครามนั่นและจะคือคำตอบ แต่ถ้าทุกคนรักกันแบบที่พระเยซูสอนเราจะแบ่งปันซึ่งกันและกัน และจะใช้ความรักในการแก้ปัญหา ยอมเสียสละได้แม้ใครบางคนนั้นยังไม่น่ารัก(ยากที่สุดในการทำตามอย่างพระเยซูทำ)
ดังนั้นผมกับน้าบ๊อบได้ข้อสรุปร่วมกันในเรื่องนี้อย่างหนึ่งว่า “ความรักแบบพระเจ้า คือสิ่งที่โลกใบนี้เกรงกลัว”
โฆษณา