24 ม.ค. เวลา 11:32 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

หุบเขามรณะกับหินเดินได้: ปริศนาแห่งเรซแทร็ก พลายา ที่วิทยาศาสตร์ต้องงง (The Sailing Stones)

#บันทึกลึกลับ_ปริศนาโลก
ท่ามกลางความร้อนระอุและแห้งแล้งของ "หุบเขามรณะ" (Death Valley) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย มีพื้นที่ราบกว้างใหญ่ที่ดูเหมือนไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่ได้ พื้นที่แห่งนี้ถูกเรียกว่า "เรซแทร็ก พลายา" (Racetrack Playa) สถานที่ที่เป็นจุดกำเนิดของหนึ่งในความลับที่แปลกประหลาดที่สุดของโลก
นั่นคือปรากฏการณ์ "หินเดินได้" (Sailing Stones) ก้อนหินขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักหลายสิบไปจนถึงหลายร้อยกิโลกรัม จู่ๆ พวกมันก็สามารถเคลื่อนที่ไปบนพื้นราบอันแห้งผากนี้ได้เอง ทิ้งร่องรอยลากยาวเป็นทางไว้เบื้องหลัง ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาดึงพวกมันให้เดินทางไปข้างหน้า
ร่องรอยการเคลื่อนที่ของหินเหล่านี้มีลักษณะหลากหลาย บางก้อนลากเป็นเส้นตรงยาวนับร้อยเมตร บางก้อนเลี้ยวโค้งอย่างสวยงาม หรือหักศอกกะทันหัน ที่น่าประหลาดที่สุดคือ หินบางก้อนที่วางอยู่ใกล้กันกลับเดินขนานกันไป แล้วจู่ๆ ก็แยกทางกันไปคนละทิศคนละทาง
ตลอดหลายทศวรรษ ไม่มีใครเคยเห็นพวกมัน "ขยับ" กับตาตัวเองจริงๆ ไม่มีกล้องตัวไหนบันทึกภาพตอนมันเคลื่อนไหวได้ในยุคแรกๆ จนเกิดข่าวลือและทฤษฎีสมคบคิดมากมาย ตั้งแต่เรื่องสนามแม่เหล็กโลกที่ผิดปกติ ฝีมือของมนุษย์ต่างดาว ไปจนถึงความเชื่อที่ว่าหินเหล่านี้มีชีวิตและแอบเดินในตอนกลางคืน
นักวิทยาศาสตร์พยายามไขปริศนานี้มานานนับปี ทฤษฎีแรกๆ คือ "ลมพายุ" ที่พัดแรงมากพอจะดันหิน แต่เมื่อคำนวณน้ำหนักหินแล้ว ลมต้องมีความเร็วมากกว่า 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดขึ้นบนพื้นที่ราบแห่งนี้โดยไม่ทำลายทุกอย่างรอบข้าง
จนกระทั่งในปี 2014 ปริศนานี้ก็ถูกคลี่คลายด้วยเทคโนโลยี นักวิจัยพบว่ามันต้องอาศัย "จังหวะที่ลงตัว" ของธรรมชาติอย่างที่สุด นั่นคือต้องมีน้ำท่วมขังบนพื้นที่ราบเพียงเล็กน้อยในฤดูหนาว และอุณหภูมิที่ลดต่ำลงจนผิวน้ำกลายเป็น "แผ่นน้ำแข็ง" บางๆ ที่หุ้มหินไว้
เมื่อมีลมพัดเพียงเบาๆ แผ่นน้ำแข็งที่ลอยอยู่นั้นจะทำหน้าที่เป็นใบเรือ พาก้อนหินหนักอึ้งให้สไลด์ไปบนพื้นโคลนลื่นๆ ด้านล่างอย่างช้าๆ และเมื่อแดดออก น้ำแข็งละลายหายไป จึงทิ้งไว้เพียงร่องรอยการเดินทางที่ดูเหมือนปาฏิหาริย์บนพื้นโคลนที่แห้งแข็ง
แม้ความลับจะถูกคลี่คลายด้วยหลักฟิสิกส์ แต่มนต์ขลังของหุบเขามรณะแห่งนี้ก็ยังไม่เคยจางหายไป เพราะการที่จะเกิดจังหวะ "น้ำแข็ง ลม และโคลน" ที่พอดีจนหินเคลื่อนที่ได้นั้น ต้องอาศัยโชคชะตาและเวลาที่แม่นยำอย่างที่สุด
แล้วคุณล่ะครับ... เชื่อในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นี้ 100% หรือไม่? หรือยังแอบคิดว่าอาจจะมี "พลังลึกลับ" บางอย่างที่ซ่อนอยู่ในหินเหล่านั้น?
คอมเมนต์แลกเปลี่ยนมุมมองของคุณกับ #บันทึกลึกลับ ได้เลยครับ
หากคุณรู้สึกว่าปริศนาหินเดินได้นี้ "ลึกลับ" และ "น่าทึ่ง" พอ... อย่าลืม กดแชร์ แบ่งปันเรื่องราวนี้ไปให้เพื่อนๆ ได้ร่วมพิสูจน์กันด้วยนะครับ ยิ่งแชร์ไปกว้างเท่าไหร่ ปริศนาของโลกก็ยิ่งถูกเปิดเผยมากขึ้นเท่านั้น!
แล้วพบกันในบันทึกฉบับที่ 8 กับคดีเขย่าขวัญที่ยังหาตัวคนร้ายไม่ได้จนถึงปัจจุบัน!
โฆษณา