4 ชั่วโมงที่แล้ว • ข่าวรอบโลก

ฮุนเซ็นงานเข้า! จีนยื่นข้อเสนอสุดช็อก แลกตัวเฉินจื้อกับความปลอดภัยทั้งตระกูล?

1. นายหลีกวง เป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในเครือข่ายอำนาจของกัมพูชา โดยเขาเป็นคนเชื้อสายจีนที่ได้รับสัญชาติกัมพูชาเรียบร้อยแล้วค่ะ เขาทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานงานระหว่างแก๊งอาชญากรรม 14K กับผู้มีอิทธิพลระดับสูงในรัฐบาลกัมพูชา ซึ่งการจับกุมเขาโดยฮุนเซ็น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ต้องจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะเขาคือฟันเฟืองชิ้นสำคัญในระบบปฏิบัติการลับต่าง ๆ
1
2. ความโหดเหี้ยมของนายหลีกวง เป็นที่เลื่องลืออย่างมากในฐานะมือสังหารที่ไร้ความปรานีที่สุดคนหนึ่ง โดยเขาเคยมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์รุนแรงที่เขตเล้าก่าย ประเทศเมียนมา เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ซึ่งมีการปะทะกันอย่างหนักระหว่างกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นที่แย่งชิงอำนาจกันเพื่อควบคุมธุรกิจในพื้นที่ และเขาก็เป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังการสนับสนุนกลุ่มที่ก่อเหตุสแกมเมอร์สร้างความเดือดร้อนไปทั่วทั้งเมืองค่ะ
2
3. สถานการณ์ในเขตเล้าก่ายนั้นมีความซับซ้อนอย่างมาก เนื่องจากอำนาจส่วนกลางของกองทัพพม่าเข้าไม่ถึงพื้นที่ดังกล่าวค่ะ ทำให้จีนต้องยื่นมือเข้ามาจัดการโดยขอความร่วมมือจากกลุ่มว้าให้ช่วยส่งกำลังบำรุงและสนับสนุนอาวุธแก่กลุ่มที่ถูกยึดอำนาจไปก่อนหน้า เพื่อให้กลับไปต่อสู้และกดดันกลุ่มของตระกูลไป๋ จนกระทั่งจีนสามารถจับกุมสมาชิกตระกูลไป๋ได้ถึง 13 คน เพื่อยุติปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่นั้นค่ะ
3
4. บทลงโทษที่ตระกูลไป๋ได้รับจากทางการจีนนั้นรุนแรงและเด็ดขาดเหมือนในภาพยนตร์จีนสมัยโบราณ จากสมาชิก 13 คนที่ถูกจับกุม มีถึง 11 คนที่ถูกตัดสินประหารชีวิต ส่วนอีก 2 คนที่รอดชีวิตมาได้นั้นเป็นเพียงสมาชิกในรุ่นลูกหลานที่ยังไม่มีบทบาทสำคัญในระดับสั่งการ การกวาดล้างครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่าจีนจะไม่ยอมให้คนเชื้อสายเดียวกันสร้างอิทธิพลผิดกฎหมายในดินแดนเพื่อนบ้านค่ะ
5. แก๊งสแกมเมอร์และเครือข่าย 14K ที่ถูกกวาดล้างจากเล้าก่ายได้พากันหลบหนีไปซุกซ่อนตัวในพื้นที่อื่น ๆ อย่างเช่นเมืองสีหนุวิลล์ของกัมพูชาค่ะ พวกเขายังคงดำเนินการหลอกลวงคนจีนด้วยกันเองอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะถูกปราบปรามในประเทศจีนอย่างหนักก็ตาม ทำให้ทางการจีนจำเป็นต้องใช้วิธีการสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามของกลุ่มอิทธิพลเหล่านี้ให้ลุกขึ้นมาสู้เพื่อขุดรากถอนโคนขบวนการเหล่านี้ให้หมดสิ้นไปจากพื้นที่ที่อำนาจรัฐเข้าไม่ถึงค่ะ
6. กฎเหล็กของแก๊ง 14K เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความลับในวงการอาชญากรรมไม่รั่วไหลออกมาได้ง่าย ๆ โดยมีข้อกำหนดที่เคร่งครัดว่าหากใครเปิดเผยความลับขององค์กร ครอบครัวและคนรอบข้างทั้งหมดจะต้องถูกกำจัดจนสิ้นซาก ด้วยเหตุนี้บรรดาผู้นำตระกูลที่ถูกจับกุมจึงยอมรับโทษประหารโดยไม่ปริปากซัดทอดถึงใครเลย เพราะต้องการรักษาชีวิตของสมาชิกในครอบครัวที่เหลือเอาไว้จากการถูกล้างบางตามกฎของกลุ่มค่ะ
7. กรณีของเฉิน จื้อ มหาเศรษฐีผู้กว้างขวางในกัมพูชาที่ถูกทางการจีนควบคุมตัวไปนั้น ก็น่าสงสัยว่าเขาจะยอมเปิดเผยข้อมูลสำคัญหรือไม่ค่ะ การที่เขาจะยอมปริปากพูดความลับนั้นอาจขึ้นอยู่กับข้อตกลงที่ว่าทางการจีนจะสามารถให้ความคุ้มครองและนำตัวญาติพี่น้องของเขาไปอยู่ในที่ปลอดภัยได้หรือไม่ หากเขามั่นใจในความปลอดภัยของครอบครัว เขาก็อาจจะตัดสินใจให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อแลกกับความอยู่รอดของตนเองค่ะ
1
8. บนเครื่องบินลำที่นำตัวเฉิน จื้อ ไปยังประเทศจีนนั้น ไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียวที่เป็นบุคคลสำคัญนะคะ แต่ยังมีผู้ติดตามอีก 2 คนที่ถูกควบคุมตัวไปด้วย ซึ่งทางการจีนยังไม่เปิดเผยชื่อต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการค่ะ ทั้งสองคนนี้ทำหน้าที่เป็นเสมือนมือซ้ายและมือขวาของเฉิน จื้อ แม้จะยังไม่มีชื่อเสียงโด่งดังเท่าหัวหน้า แต่พวกเขาก็เป็นคนในระดับที่กำลังเติบโตและรู้เห็นทุกกิจกรรมการประสานงานในกัมพูชาเป็นอย่างดีค่ะ
1
9. มือซ้ายและมือขวาทั้งสองคนของเฉิน จื้อ ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทางการจีนอาจจะใช้เป็นช่องทางในการขยายผลข้อมูลค่ะ เนื่องจากพวกเขายังไม่ได้อยู่ในระดับหัวโจกที่มีชื่อติดอยู่ในบัญชีดำสำหรับการล้างบางตามกฎเหล็กของแก๊ง 14K อย่างเต็มตัว ทำให้ครอบครัวของพวกเขาอาจจะยังไม่ถูกเพ่งเล็งมากนัก ซึ่งจุดนี้เองที่อาจทำให้พวกเขายอมร่วมมือกับทางการจีนได้ง่ายกว่าคนระดับสั่งการที่แบกความเสี่ยงไว้สูงกว่าค่ะ
1
10. นายหลีกวง มีวิธีการหาเงินที่โหดเหี้ยมผ่านธุรกิจคาสิโนในเมืองสีหนุวิลล์อย่างเป็นระบบค่ะ เมื่อนักพนันชาวจีนเล่นจนหมดตัวและกู้หนี้ยืมสินจนไม่มีปัญญาชำระคืน แก๊ง 14K ภายใต้การดูแลของเขาจะจับนักพนันคนนั้นเป็นตัวประกันแล้วโทรศัพท์ไปเรียกค่าไถ่จากญาติพี่น้องที่ประเทศจีนด้วยเงินจำนวนมหาศาล หากทางครอบครัวหาเงินมาให้ไม่ได้ตามกำหนด ตัวประกันก็จะถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหดเพื่อเป็นตัวอย่างค่ะ
1
11. วิธีการสังหารตัวประกันของเครือข่ายนายหลีกวง นั้นจงใจสร้างความสะเทือนขวัญให้คนในวงการอย่างมากค่ะ โดยมีการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ขณะสังหารด้วยการยิงที่ศีรษะให้ผู้เกี่ยวข้องได้เห็น หลังจากนั้นจะนำศพไปทิ้งไว้ในย่านใจกลางเมืองเพื่อเป็นการ เชือดไก่ให้ลิงดู และเป็นการประกาศศักดาว่าใครก็ตามที่เบี้ยวหนี้หรือมีปัญหากับกลุ่มจะต้องพบกับจุดจบที่น่าสยดสยองเช่นนี้เหมือนกันทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้นค่ะ
2
12. แม้นายหลีกวง จะถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัวแล้ว แต่กลับยังไม่มีการส่งตัวเขาให้แก่ทางการจีนเหมือนกรณีของเฉิน จื้อ เรื่องนี้ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจจะเป็นเพียงละครฉากหนึ่งเพื่อตัดตอนไม่ให้มีการสืบสาวราวเรื่องไปถึงบุคคลสำคัญอื่น ๆ หรืออาจมีการจัดฉากว่าเขาเสียชีวิตในคุก หรือแม้แต่การหาตัวตายตัวแทนมารับโทษแทนเขา เพื่อปกป้องความลับระดับชาติที่เขากุมเอาไว้ไม่ให้รั่วไหลไปถึงหูของทางการจีนค่ะ
1
13. นายหลีกวง ได้รับบรรดาศักดิ์ชั้นสูงเป็น ออกญา ซึ่งแสดงถึงฐานะและอิทธิพลที่มั่นคงในสังคมกัมพูชาอย่างยิ่งค่ะ เขาเป็นบุคคลที่เติบโตมาพร้อมกับตระกูลผู้มีอำนาจและได้ทำธุรกิจร่วมกันมาอย่างยาวนาน ทำให้เขามีความสนิทสนมและได้รับความไว้วางใจอย่างสูง โดยเฉพาะกับนางบุญ รานี ภริยาของฮุนเซ็น ซึ่งความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งนี้เองที่เป็นเกราะคุ้มกันชั้นดีที่ทำให้เขาดูเหมือนจะมีความสำคัญมากกว่าบุคคลอื่น ๆ ในเครือข่ายค่ะ
2
14. บทบาทของนายหลีกวง ในพื้นที่สีหนุวิลล์นั้นมีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเป็นอย่างมากค่ะ เขาทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการดึงทุนจากต่างชาติและประสานงานด้านผลประโยชน์ต่าง ๆ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทั้งการก่อสร้างอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เมื่อแก๊ง 14K เข้ามาทำธุรกิจในพื้นที่นี้ เขาก็คือผู้ที่บริหารจัดการผลประโยชน์ทั้งหมดให้ลงตัวและกระจายรายได้เข้าสู่กระเป๋าของผู้มีอำนาจอย่างเป็นระบบค่ะ
15. รายได้มหาศาลที่เกิดจากการดำเนินงานของนายหลีกวง นั้น ถูกระบุว่ามีการส่งต่อไปยังตระกูลของผู้มีอำนาจสูงสุดในกัมพูชาอย่างต่อเนื่องค่ะ เขาสามารถจัดการให้ผลประโยชน์ไหลเวียนอย่างคล่องตัวจนทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ ต้องมี สำหรับระบบเศรษฐกิจสีเทาในพื้นที่นี้ หากขาดเขาไป ระบบการจัดสรรเงินมหาศาลที่มอบให้แก่ชนชั้นนำอาจประสบปัญหาได้ ซึ่งนี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขายังคงได้รับการปกป้องจากเครือข่ายอำนาจในประเทศค่ะ
1
16. ความแตกต่างระหว่างนายหลีกวง กับเฉิน จื้อ ที่เห็นได้ชัดคือระดับความผูกพันกับกลุ่มอำนาจในท้องถิ่นค่ะ แม้ทั้งคู่จะเป็นออกญาและเป็นกระเป๋าเงินใบใหญ่เหมือนกัน แต่หลีกวง ถูกมองว่ามีความสนิทสนมในระดับคนในครอบครัวที่เลี้ยงดูกันมา ในขณะที่เฉิน จื้อ อาจจะเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่แต่ไม่ได้มีความผูกพันลึกซึ้งถึงขั้นที่ผู้มีอำนาจจะต้องยอมเสี่ยงผิดใจกับจีนเพื่อปกป้องตัวเขาเอาไว้อย่างเต็มที่เหมือนกรณีของหลีกวง ค่ะ
17. ทักษะการสื่อสารภาษาจีนของนายหลีกวง ถือเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่ตระกูลผู้มีอำนาจในกัมพูชาค่ะ เขาใช้ความสามารถนี้ในการเป็นสะพานเชื่อมต่อและจัดหาแหล่งเงินทุนจากกลุ่มทุนจีน เพื่อนำมาเสริมสร้างความมั่งคั่งให้แก่เครือข่ายอำนาจท้องถิ่น การที่เขามีสัญชาติกัมพูชาแต่ยังคงรากเหง้าความเป็นจีนไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ทำให้เขาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวกลางได้อย่างสมบูรณ์แบบและหาใครมาทดแทนได้ยากค่ะ
1
18. อนาคตของเฉิน จื้อ ในเงื้อมมือของทางการจีนยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามที่ขึ้นอยู่กับความลับที่เขาเลือกจะเปิดเผยค่ะ หากเขายอมแลกข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายอาชญากรรมและการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล เขาอาจจะได้รับความเมตตาในการลดโทษลง แต่ความเสี่ยงที่ครอบครัวของเขาจะถูกล้างบางโดยแก๊ง 14K ก็เป็นแรงกดดันมหาศาลที่อาจทำให้เขาเลือกที่จะปิดปากเงียบและยอมรับชะตากรรมคนเดียวเพื่อความอยู่รอดของคนข้างหลังค่ะ
2
19. ในทางกลับกัน หากทางการจีนสามารถเจรจาและพิสูจน์ได้ว่าสามารถให้ความคุ้มครองสมาชิกในครอบครัวของเฉิน จื้อ ได้จริง ความลับที่ซุกซ่อนอยู่ในอาณาจักรธุรกิจของเขาก็อาจจะถูกเปิดโปงออกมาทั้งหมดค่ะ ข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะทำลายเครือข่าย 14K เท่านั้น แต่อาจสั่นคลอนไปถึงความสัมพันธ์ระดับประเทศและโครงสร้างผลประโยชน์ที่ฝังรากลึกอยู่ในกัมพูชามาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นสิ่งที่กลุ่มอำนาจในพนมเปญต่างพากันหวาดกลัวอย่างที่สุดค่ะ
20. การที่ทางการจีนเลือกให้ข่าวเรื่องการจับกุมเพียงแค่เฉิน จื้อ คนเดียวนั้น ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ในการกดดันผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่น ๆ โดยเฉพาะการเก็บงำข้อมูลของมือซ้ายและมือขวาอีก 2 คนไว้เป็นความลับ ยิ่งสร้างความระแวงให้แก่เครือข่ายที่เหลืออยู่ในกัมพูชา เพราะไม่มีใครรู้ว่าคนทั้งสองได้เปิดเผยข้อมูลอะไรไปบ้างแล้ว และข้อมูลเหล่านั้นจะถูกนำมาใช้เพื่อตลบหลังกลุ่มอิทธิพลที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ตอนไหนค่ะ
2
21. มหากาพย์การกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังอำนาจของจีนที่พร้อมจะแทรกแซงเพื่อปกป้องผลประโยชน์และพลเมืองของตนเองค่ะ ไม่ว่ากลุ่มอิทธิพลเหล่านั้นจะมีเกราะคุ้มกันหนาแน่นเพียงใด หรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลท้องถิ่นแค่ไหน แต่หากถึงจุดที่สร้างความเดือดร้อนจนเกินขีดจำกัด จีนก็พร้อมที่จะใช้วิธีการที่เด็ดขาดเพื่อตัดรากถอนโคนขบวนการเหล่านี้ให้สิ้นซากไปจากภูมิภาคนี้อย่างแน่นอนค่ะ
1
โฆษณา