Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ออมสิน
•
ติดตาม
25 ม.ค. เวลา 01:26 • ความคิดเห็น
สังคมไทยมีกี่ชนชั้นกันแน่? แล้วอะไรเป็นตัววัดความห่างระหว่างชนชั้นครับ ?
EP. 5
โลกหลังชนชั้น
เมื่อมนุษย์เริ่มเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันโดยไม่มี เหนือ–ใต้ เมื่อกำแพงทุกชั้นพังลง มนุษย์จึงได้เห็นว่า พื้นโลกที่พวกเขายืนอยู่ มันเป็นแผ่นเดียวกันมาตลอด
1
1. เถ้าถ่านของระบบเก่า
หลังการล่มของระบบ 8 ชนชั้น โลกไม่ได้กลายเป็นสวรรค์ในชั่วข้ามคืน แต่กลับกลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่า ไม่มีผู้นำ ไม่มีผู้ตาม ไม่มีคนรวยหรือจนในความหมายเดิม
สิ่งที่หายไปก่อนคือ “ความกลัว”
เพราะเมื่อไม่มีระบบใดให้เชื่ออีกต่อไป มนุษย์เริ่มมองหน้ากันในฐานะ “คนเท่ากัน”
นี่คือจุดเริ่มต้นของอารยธรรมใหม่ ไม่ได้เกิดจากความเจริญทางเทคโนโลยี แต่เกิดจากการยอมรับความจริงของความเป็นมนุษย์
2. การฟื้นคืนของความหมาย
ในยุคชนชั้น มนุษย์ถูกวัดจากตำแหน่ง
ในยุคหลังชนชั้น มนุษย์เริ่มถูกวัดจาก “คุณค่าที่สร้าง”
ผู้คนเริ่มหันกลับมาสู่แนวคิดพื้นฐาน การอยู่รอดร่วมกันแทนการแข่งขัน
งานไม่ได้หมายถึงรายได้ แต่หมายถึงการมีส่วนในชีวิตของส่วนรวม
ความมั่งคั่งไม่ใช่การสะสม แต่คือการแบ่งปันทรัพยากรเพื่อให้วงจรชีวิตหมุนต่อ
นี่คือการเกิดใหม่ของคำว่า “สังคม” ในความหมายแท้จริง สังคมที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนลำดับ แต่ตั้งอยู่บนการร่วมมือ
3. การหายไปของคำว่า “ผู้นำ”
ในโลกหลังชนชั้น ไม่มีใครต้องการผู้นำที่อยู่เหนือ เพราะทุกคนรู้แล้วว่าอำนาจที่รวมศูนย์ย่อมกลายเป็นการกดทับ
โครงสร้างใหม่ที่เกิดขึ้นคือ “การนำแบบกระจาย” (Distributed Leadership) คือการนำจากความรู้ ความสามารถ และความไว้ใจในบริบทนั้นๆ
คนที่รู้เรื่องเกษตรนำในด้านอาหาร
คนที่รู้เรื่องเทคโนโลยีนำในด้านการเชื่อมต่อ
แต่ไม่มีใครนำตลอดเวลา เพราะทุกคนมีส่วนเท่ากันในวงจรการตัดสินใจ ผู้นำในยุคนี้จึงไม่ใช่คนสั่ง แต่คือคนรับฟัง
4. เศรษฐกิจแห่งการแบ่งปัน
เมื่อทุนเก่าถูกล่มสลาย ระบบเศรษฐกิจใหม่ไม่ได้ใช้ “เงิน” เป็นแกนกลางอีกต่อไป แต่วัดจากการมีส่วนร่วมและผลกระทบต่อส่วนรวม
การผลิตพลังงานกลายเป็นกิจกรรมร่วมของชุมชน
อาหารไม่ถูกซื้อขายในตลาด
แต่กระจายตามความจำเป็น
ความรู้กลายเป็นสมบัติส่วนรวม
ไม่ใช่สิทธิบัตร
และเทคโนโลยีไม่ได้วัดจากความเร็ว
แต่จากประโยชน์ที่สร้างให้กับชีวิตจริง
โลกหลังชนชั้นไม่ได้ล่มสลายสู่ความวุ่นวาย
แต่มันค่อยๆแปรสภาพไปเป็นเครือข่ายแห่งการอยู่รอดร่วมกัน
5. การฟื้นคืนของความเป็นมนุษย์
สิ่งที่กลับมาอีกครั้งในยุคนี้คือ “ศักดิ์ศรี” ไม่ใช่ศักดิ์ศรีที่วัดจากเงินเดือนหรือชื่อเสียง
แต่คือศักดิ์ศรีของการได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเอง
คนเริ่มมองกันผ่านสายตา ไม่ใช่ผ่านเรซูเม่
คำว่าอาชีพหายไป กลายเป็นบทบาทในสังคม
เด็กไม่ถูกสอนให้เป็นผู้นำ แต่ถูกสอนให้เข้าใจผู้อื่น และความรู้ไม่ได้ถูกแบ่งเป็นระดับ แต่ไหลเวียนเหมือนลมหายใจ
นี่คือการกลับมาของ “มนุษย์ที่เป็นมนุษย์” หลังจากที่เคยกลายเป็นฟันเฟืองของระบบมานานหลายศตวรรษ
6. ความทรงจำของชนชั้น เงาที่ยังไม่จาง
ถึงแม้ระบบชนชั้นจะพังไปแล้ว แต่เงาของมันยังอยู่ในจิตใจมนุษย์ คนยังคงมีแนวโน้มจะเปรียบเทียบ ยังแอบจัดลำดับคุณค่าของกันและกันโดยไม่รู้ตัว
แต่ครั้งนี้ ความรู้สึกผิดชอบเริ่มกลับเข้ามาในระบบใหม่ เมื่อใครเผลอยกตัวเองเหนือคนอื่น สังคมจะสะท้อนทันทีว่า
“ไม่มีใครเหนือใคร เพราะเราทุกคนต่างเคยอยู่ใต้ใครบางคนมาก่อน”
โลกหลังชนชั้นจึงไม่ใช่โลกที่สมบูรณ์แบบ
แต่เป็นโลกที่ รู้ทันตัวเอง มากกว่าเดิม
7. ศิลปะและจิตวิญญาณแห่งยุคใหม่ เมื่อการกดทับหมดไป ศิลปะก็เปลี่ยนรูป ไม่มีการประกวด ไม่มีรางวัล ไม่มีการจัดอันดับ เพราะศิลปะไม่ได้เป็นเรื่องของ “ดีที่สุด” อีกต่อไป แต่มันกลับไปเป็น “การสื่อสารระหว่างจิตใจมนุษย์”
ดนตรีถูกใช้เพื่อรวมผู้คน บทกวีถูกเขียนเพื่อรักษาความทรงจำของยุคที่เคยมีชนชั้น และความศรัทธาทางศาสนากลับมาในรูปของ การเข้าใจความทุกข์ร่วมกัน ไม่ใช่การแบ่งว่าผู้ใดสูงกว่าผู้ใด
8. การจบของชนชั้นคือการเริ่มของสติ
ระบบ 8 ชนชั้นล่มสลายไม่ใช่เพราะมนุษย์เก่งขึ้น แต่เพราะมนุษย์เริ่มรู้ตัว ว่าการแบ่งชั้นไม่ได้ช่วยให้ใครมีความสุขเลย
เมื่อมนุษย์ตระหนักว่า
การมีอำนาจโดยไม่เข้าใจ คือความกลัว
ความมั่งคั่งโดยไม่แบ่ง คือความว่างเปล่า
และความสูงโดยไม่เหลียวลง คือความโดดเดี่ยว
ระบบทั้งหมดที่ตั้งอยู่บนลำดับจะดับไปเองโดยไม่ต้องต่อสู้ โลกหลังชนชั้นจึงไม่ใช่โลกในฝัน แต่คือโลกที่มนุษย์ ตื่น แล้ว
EP. 6
https://www.blockdit.com/posts/697571f7341950b51db5fdca
บันทึก
8
8
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย