3 ชั่วโมงที่แล้ว • ข่าวรอบโลก

ยอมติดคุกดีกว่าทิ้งแม่! ชายเกาหลีเหนือยอมทิ้งอิสรภาพในโซล เพื่อกลับไปสู้กับทหารชายแดนมือเปล่า

1. เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2022 คิมคังอูเสี่ยงชีวิตกระโดดลงสู่แม่น้ำยาลูที่อุณหภูมิเพียง 34 องศาเพื่อว่ายกลับเข้าสู่เกาหลีเหนือ ท่ามกลางน้ำเย็นจัดที่อาจคร่าชีวิตได้ใน 15 นาที แต่เขากลับไม่หวาดกลัว เพราะต้องการช่วยเหลือแม่ที่ติดค้างในดินแดนเผด็จการ เขาเป็นผู้ลี้ภัยเพียงคนเดียวที่พยายามว่ายน้ำย้อนกลับเข้าไปหลังจากหนีออกมาได้สำเร็จเมื่อ 3 ปีก่อนเพื่อทำตามสัญญาค่ะ
2. ปี 2016 คิมในวัย 20 ปีหนีออกจากเกาหลีเหนือเพื่อหนีความอดอยากและการประหารชีวิตในหมู่บ้าน พ่อของเขาเสียชีวิตระหว่างข้ามแม่น้ำสายนี้จนหาศพไม่พบ คิมใช้เวลา 5 เดือนเดินทางผ่านจีนและลาวจนถึงกรุงโซลพร้อมคำสัญญาว่าจะกลับมารับแม่ภายใน 3 ปี เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยความหวังว่าจะมอบอิสรภาพให้แก่แม่ผู้เป็นที่รักให้ได้ในสักวันหนึ่งค่ะ
3. คิมทุ่มเททำงานหนักในกรุงโซลทั้งงานก่อสร้างและโรงงานผลิตที่นอนวันละ 14 ชั่วโมงตลอดทั้งปีโดยไม่มีวันหยุด เขาเก็บออมเงินเพื่อเป็นค่าจ้างนายหน้าพาคนหลบหนีซึ่งสูงถึง 20000 ดอลลาร์ เพื่อนร่วมงานไม่เคยรู้เลยว่าความขยันของเขามีเป้าหมายเพื่อซื้อชีวิตของแม่ เขาเปลี่ยนค่าแรงทั้งหมดเป็นเงินสดเก็บไว้ใต้เตียงด้วยความหวังว่าสักวันแม่จะได้มาอยู่ด้วยกันอย่างปลอดภัยค่ะ
4. ในปี 2019 แผนการพาแม่หลบหนีกลับล้มเหลวเพราะแม่ของเขาตระหนกจนไม่กล้าข้ามพรมแดนตามนัด นายหน้าหนีหายไปพร้อมเงินเก็บทั้งหมดที่เขาสะสมมาตลอด 3 ปีอย่างน่าเสียดาย เหตุการณ์นี้ทำให้คิมตระหนักว่าเขาไม่อาจเชื่อใจระบบหรือคนกลางได้อีกต่อไป เขาจึงตัดสินใจฝึกฝนร่างกายและวางแผนแทรกซึมกลับเข้าไปช่วยแม่ด้วยตัวเอง แม้จะต้องเผชิญกับอันตรายถึงชีวิตก็ตามค่ะ
5. คิมเปลี่ยนห้องพักเป็นศูนย์บัญชาการโดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมทำแผนที่แนวชายแดนเกาหลีเหนือบนผนัง เขาศึกษาจุดบอดของป้อมยามและเขตทุ่นระเบิดอย่างละเอียดจากคำบอกเล่าของผู้ลี้ภัยคนอื่น พร้อมฝึกวิ่งแบกเป้ทรายหนัก 15 กิโลกรัมเพื่อเตรียมตัวแบกแม่หลบหนี และฝึกนอนนิ่งสนิทนานถึง 6 ชั่วโมงเพื่อข่มสัญชาตญาณธรรมชาติไม่ให้ถูกทหารตรวจพบระหว่างทำภารกิจเสี่ยงตายครั้งนี้ค่ะ
6. คิมสะสมอุปกรณ์เดินป่าและอาหารให้พลังงานสูงอย่างลับ ๆ ก่อนจะบินไปจีนต้นปี 2020 โดยไม่บอกลาใคร เขาเฝ้าสังเกตทหารยามที่ชายแดนนาน 48 ชั่วโมงเพื่อหาจังหวะที่เหมาะสมที่สุด ก่อนจะโกนหัวเพื่อทิ้งตัวตนเดิมแล้วก้าวลงสู่แม่น้ำยาลูที่หนาวเย็นจัด เขากลายเป็นผู้ปฏิบัติการที่มีภารกิจเพียงอย่างเดียวคือการพาแม่ข้ามพรมแดนมายังดินแดนแห่งอิสรภาพให้สำเร็จค่ะ
7. กระแสน้ำที่เย็นจัดทำให้ร่างกายของคิมเริ่มไร้ความรู้สึกและสูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อ เขาต้องใช้พลังใจมหาศาลเพื่อพาตัวเองไปยังฝั่งเหนือซึ่งเป็นจุดที่พ่อของเขาเสียชีวิต เมื่อถึงฝั่งเขาแอบซ่อนตัวในท่อระบายน้ำเพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจก่อนจะเคลื่อนที่ผ่านพุ่มไม้หนามเข้าสู่หุบเขา เขาต้องอาศัยความมืดและความเงียบเพื่อหลบเลี่ยงสายตาของทหารที่เฝ้าระวังอย่างแน่นหนาตลอดแนวชายแดนค่ะ
8. แต่ว่าคิมเผลอเหยียบกิ่งไม้แห้งจนเกิดเสียงดังทำให้ทหารยามคนหนึ่งเข้ามาตรวจสอบ เขาตัดสินใจพุ่งเข้าโจมตีทหารจนสลบลงเพื่อรักษาความลับ แม้ปืนจะลั่นขึ้นฟ้าส่งสัญญาณเตือนไปทั่วบริเวณก็ตาม คิมรีบวิ่งหนีเข้าป่าลึกก่อนที่กองกำลังชายแดนจะระดมพลตามล่าตัวเขาอย่างหนัก ตอนนี้ภารกิจของเขาเริ่มต้นขึ้นแล้วท่ามกลางการตามล่าที่บีบคั้นหัวใจในดินแดนที่มีผู้แจ้งเบาะแสอยู่ทุกหนแห่งค่ะ
9. เป็นเวลา 8 วันที่คิมต้องเคลื่อนที่เยี่ยงวิญญาณโดยเดินทางเฉพาะช่วงตี 2 ถึงตี 5 เพื่อหลบการเฝ้าระวัง เขาอาศัยนอนในโกดังร้างและกินรากไม้ประทังชีวิตท่ามกลางความหนาวเหน็บ ตลอดทางเขาพบด่านตรวจที่เพิ่มขึ้นและป้ายโฆษณาชวนเชื่อที่น่าเกรงขาม เขาต้องระวังไม่ให้ใครจับได้ว่าสำเนียงภาษาเปลี่ยนไปจากการอยู่ในโซล เพราะหากถูกทักทายเขาอาจถูกเปิดโปงตัวตนได้ภายในเวลาไม่กี่วินาทีค่ะ
10. เมื่อถึงหมู่บ้านเขาพบแม่ยังมีชีวิตอยู่ในบ้านที่ทรุดโทรมลง การพบกันครั้งนี้เต็มไปด้วยน้ำตาและความตกใจของแม่เมื่อเห็นสภาพลูกชาย ทั้งคู่สวมกอดกันท่ามกลางความมืดด้วยความรักที่ล้นอก แต่ความสุขนั้นแสนสั้นเพราะความหวาดกลัวเข้ามาแทนที่เมื่อแม่บอกว่าการกลับมาครั้งนี้อาจหมายถึงความตายของทั้งคู่ คิมจึงรีบบอกเล่าแผนการอพยพผ่านเส้นทางภูเขาที่เขาเตรียมไว้อย่างรอบคอบค่ะ
11. คิมต้องซ่อนตัวในช่องลับหลังผนังบ้านที่แคบเพียง 18 นิ้วนานถึง 21 คืน เพื่อหลบสายตาคนในหมู่บ้าน เขาต้องอดทนต่อความเจ็บปวดจากการไม่ได้ขยับตัวนานหลายชั่วโมงขณะที่มีคนเดินผ่านไปมาใกล้เพียงไม่กี่นิ้ว ในยามค่ำคืนเขาจะแอบขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อหาคลื่นโทรศัพท์ติดต่อประสานงานกับนายหน้า แต่คนนำทางต่างหวาดระแวงและปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเพราะคิดว่าเขาคือกับดักที่ทางการวางไว้ล่อซื้อค่ะ
12. สถานการณ์วิกฤตเมื่อเจ้าหน้าที่ความมั่นคงรัฐบุกตรวจค้นบ้านทุกหลังในหมู่บ้านอย่างละเอียด คิมมุดเข้าที่ซ่อนและเฝ้าดูเจ้าหน้าที่รื้อค้นบ้านผ่านรอยแตกของไม้ เมื่อเจ้าหน้าที่เคาะผนังจุดที่เขาซ่อนอยู่พอดี แม่ของเขาก็มีไหวพริบบอกว่าเป็นเพียงเสียงหนูรบกวน คำพูดนั้นช่วยรักษาชีวิตเขาไว้ได้ในวินาทีสำคัญก่อนที่เจ้าหน้าที่จะล่าถอยไปโดยไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ
13. หลังการบุกค้น คิมตัดสินใจแยกตัวออกมาเพื่อล่อความสนใจของทางการมาที่ตัวเขาเพียงคนเดียวเพื่อความปลอดภัยของแม่ เขาบอกลาแม่ในตอนตี 3 และให้คำมั่นสัญญาว่าจะต้องพาเธอไปอยู่ด้วยกันให้ได้ก่อนจะหายตัวไปในป่า ทิ้งให้แม่ยืนอยู่ลำพังท่ามกลางความเสี่ยงที่จะถูกเจ้าหน้าที่กลับมาตรวจสอบซ้ำ คิมต้องเผชิญกับทหารยามและสุนัขดมกลิ่นที่ระดมกำลังค้นหาเขาทั่วทั้งภูเขาค่ะ
14. คิมรอจังหวะที่พายุฝนทำให้ไฟฟ้าดับชั่วขณะเพื่อว่ายน้ำข้ามแม่น้ำยาลูกลับไปยังฝั่งจีน แม้ร่างกายจะอ่อนล้าจนแทบหมดสติจากการหลบซ่อนนานหลายสัปดาห์ แต่เขาก็สู้จนขึ้นฝั่งจีนได้สำเร็จ เขาพ้นขีดอันตรายแต่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกครั้งพร้อมความกังวลถึงแม่ เมื่อกลับถึงโซลเขาถูกจับกุมทันทีในข้อหาละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติจากการลักลอบเข้าเกาหลีเหนือโดยไม่ได้รับอนุญาตค่ะ
15. คิมถูกสอบสวนอย่างหนักนาน 6 สัปดาห์เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้เป็นสายลับจากเปียงยางส่งมา สุดท้ายศาลตัดสินจำคุกเขา 6 เดือนและรอลงอาญา 2 ปี ซึ่งถือเป็นโทษที่ผ่อนปรนแต่ก็สร้างความทุกข์ใจให้เขาอย่างมาก ในคุกที่สุขสบายคิมกลับไม่มีความสุขเพราะยังไม่รู้ชะตากรรมของแม่ ทุกคืนเขาเฝ้าภาวนาให้แผนการที่เขาวางไว้ในช่วงที่ซ่อนตัวในบ้านเกิดนั้นประสบผลสำเร็จผ่านทางคนรู้จักค่ะ
16. ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเมื่อเขาได้รับอนุญาตให้รับสายโทรศัพท์จากนายหน้าแจ้งว่าแม่ของเขาหนีมาถึงประเทศไทยแล้ว เสียงแม่ที่สั่นเครือจากปลายสายทำให้คิมถึงกับเข่าทรุดด้วยความตื้นตันใจ เธอหนีมาได้โดยใช้เส้นทางและผู้ติดต่อที่เขาวางรากฐานไว้ในช่วงที่แอบซ่อนตัวอยู่ในเกาหลีเหนือ ภารกิจที่ดูเหมือนจะล้มเหลวกลับสัมฤทธิ์ผลในที่สุดด้วยความพากเพียรและแผนการที่รอบคอบของลูกชายคนนี้ค่ะ
17. ในเดือนกันยายน คิมคังอูได้รับการปล่อยตัวและพบแม่มายืนรอที่หน้าประตูเรือนจำด้วยความตื้นตัน เธอสวมเสื้อโค้ทและมีผมสีเทาจากความเครียดสะสมตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งคู่โอบกอดกันท่ามกลางเสรีภาพที่โหยหามานานแสนนานโดยไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ อ้อมกอดนั้นสื่อสารถึงความรักและความสำเร็จที่แลกมาด้วยความกล้าหาญที่ยอมเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้ค่ะ
18. แม้ปัจจุบันจะอาศัยในกรุงโซลอย่างปลอดภัย แต่บาดแผลทางใจยังคงทำให้ทั้งคู่ฝันร้ายในทุกคืน คิมมักจะสะดุ้งตื่นเพราะคิดว่ายังซ่อนในช่องผนัง ส่วนแม่ยังหวาดผวากับเสียงลำโพงประกาศ แต่ทุกเช้าที่พวกเขานั่งจิบชาร่วมกันและมองดูพระอาทิตย์ขึ้น คือสิ่งที่ยืนยันว่าพวกเขาได้ก้าวพ้นจากขุมนรกมาแล้ว และจะไม่มีใครพรากความหวังหรือเสรีภาพไปจากพวกเขาได้อีกในดินแดนแห่งนี้ค่ะ
19. คิมคังอูคือตัวอย่างของความรักที่สามารถเอาชนะระบอบการปกครองที่โหดร้ายที่สุดได้ เขาเสียสละทั้งเงินทอง เวลา และอิสรภาพส่วนตัวเพื่อพาแม่หนีออกมาตามสัญญาที่ให้ไว้ตั้งแต่อายุ 20 ปี การว่ายน้ำทวนกระแสชีวิตกลับเข้าสู่เกาหลีเหนือของเขาจะยังคงเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจ เพราะเขาคือชายเพียงคนเดียวที่ยอมเสี่ยงตายกลับเข้าสู่คุกที่ไม่มีวันออกเพื่อช่วยเหลือคนที่รักที่สุดค่ะ
20. การเดินทางของคิมแสดงให้เห็นว่า ความรักและความดื้อรั้นสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดได้ แม้จะต้องติดคุกในสองประเทศและสูญเสียทุกอย่างที่หามาได้ แต่เขาก็ได้สิ่งที่มีค่าที่สุดกลับคืนมานั่นคือชีวิตของแม่ เรื่องราวนี้เตือนให้เรารู้ว่าเสรีภาพนั้นมีราคาแพงและหัวใจที่มุ่งมั่นจะไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อโชคชะตา ตราบเท่าที่เรายังคงมีความหวังและไม่ละทิ้งคนที่เรารักค่ะ
โฆษณา