25 ม.ค. เวลา 02:30 • สุขภาพ

อย่าทาอะไรบนผิวที่คุณกินไม่ได้ เคล็ดลับลดสารพิษเข้าตัว

1. สังคมปัจจุบันแบ่งคนตามการดูแลสุขภาพเป็น 4 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือผู้ป่วยที่รักษาตามอาการเพียง 5% ขณะที่คนส่วนใหญ่ถึง 95% ตกอยู่ในภาวะร่างกายไม่สมบูรณ์หรือ Sub-optimal โดยไม่รู้ตัว ส่วนกลุ่ม Longevity จะเน้นวิธีการที่พิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์ และกลุ่ม Biohacker คือกองหน้าที่ยอมทดลองทุกวิถีทางเพื่อหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการยืดอายุขัยให้มวลมนุษยชาติค่ะ
2. เคล็ดลับสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุดคือสูตร 6+3 ซึ่งเน้นกฎ 6 ข้อพื้นฐานที่ทำได้ฟรี เริ่มจากการนอนหลับที่มีคุณภาพและสม่ำเสมอเป็นหัวใจหลัก โดยต้องนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงในห้องที่มืดและเย็นสนิท ความสม่ำเสมอของเวลาเข้านอนสำคัญกว่าจำนวนชั่วโมงเสียอีก นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงแสงสีฟ้าและการดื่มน้ำก่อนนอนเพื่อลดการตื่นกลางดึก ทำให้ค่าการเต้นของหัวใจขณะพักต่ำที่สุดค่ะ
3. ด้านการรับประทานอาหารเปรียบเสมือนการป้อนข้อมูลเพื่อรีโค้ดร่างกายแบบเรียลไทม์ โดยควรหลีกเลี่ยงน้ำตาล แป้ง น้ำมันพืช และนมวัวที่ก่อให้เกิดการอักเสบซึ่งเป็นต้นเหตุของความแก่ชรา การทำ Fasting หรือการอดอาหารเป็นช่วงเวลาจะช่วยให้ร่างกายเกิดกระบวนการ Autophagy เพื่อกำจัดเซลล์เสื่อมสภาพออกไป การเลือกกินอาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับสุขภาพในระยะยาวค่ะ
4. การออกกำลังกายคือการสะสมกล้ามเนื้อซึ่งเปรียบเสมือนสกุลเงินแห่งความอ่อนเยาว์ เพราะหลังจากอายุ 30 ปี มนุษย์จะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อไป 1% ทุกปี กล้ามเนื้อไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องพละกำลัง แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการเผาผลาญน้ำตาลและไขมัน การทำ Progressive Overload โดยเพิ่มน้ำหนักที่ยกอย่างต่อเนื่องและการฝึก Cardio เพื่อเพิ่มค่า VO2 max จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาความแข็งแรงค่ะ
5. การเคลื่อนไหวและการเติมน้ำให้ร่างกายตลอดทั้งวันเป็นอีกหนึ่งกฎสำคัญที่ช่วยให้ระบบต่างๆ ทำงานได้ดี รวมถึงการค้นหาความหมายของชีวิตหรือ Purpose ที่ทำให้ตื่นมาอย่างมีพลังในทุกวัน การมีสังคมที่เกื้อกูลและมีความคิดเห็นที่สอดคล้องกันจะช่วยเติมเต็มสุขภาวะทางจิตใจ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่ออายุขัยที่ยืนยาวและความสุขที่ยั่งยืนอย่างที่เงินทองก็หาซื้อไม่ได้ค่ะ
6. นอกจากการเพิ่มสิ่งดีๆ แล้ว การลดสารพิษเข้าร่างกายก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงฝุ่น PM 2.5 สารเคมีจากน้ำหอม หรือแม้แต่เครื่องสำอางที่ทาผิวหนัง เพราะสิ่งใดที่คุณไม่สามารถกินได้ ก็ไม่ควรทาลงบนผิวหนังเช่นกัน การใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในการปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมภายนอกจะช่วยลดภาระของเซลล์และป้องกันการเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควรได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
1
7. สำหรับการรักษาเสริมหรือ +3 ที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนประกอบด้วย การเข้าซาวน่า การทำ Red Light Therapy และ Hyperbaric Oxygen ซึ่งวิธีการเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากทุกโรคได้ถึง 40% อย่างไรก็ตามการทำต้องอาศัยรายละเอียดที่ถูกต้องตามหลักวิชาการหรือ Specification ที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่ทำตามกระแส แต่ต้องทำในระดับที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จริงๆ
8. การทำซาวน่าที่ได้ผลดีที่สุดต้องอยู่ที่อุณหภูมิประมาณ 97 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20 นาทีต่อวัน และควรทำอย่างน้อย 5-7 วันต่อสัปดาห์ในช่วงเย็น ความร้อนจะช่วยสร้างภาวะ Hormetic Stress หรือความเครียดที่ดี ซึ่งจะกระตุ้นให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงขึ้น ช่วยดีท็อกซ์และดูแลไมโตคอนเดรียได้ดีเยี่ยม การทำในระดับที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุได้มหาศาลค่ะ
1
9. การใช้แสงบำบัดหรือ Red Light Therapy ต้องใช้ทั้งแสงสีแดงและแสง Near Infrared ในช่วงความยาวคลื่น 600-800 นาโนเมตร โดยทำเพียงวันละ 6 นาทีอย่างสม่ำเสมอ แสงจะเข้าไปซ่อมแซมเซลล์ในระดับลึกและช่วยปรับสมดุลของร่างกาย การทำตามข้อกำหนดที่แม่นยำเช่นนี้จะช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานจากแสงอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเสียเงินไปกับนวัตกรรมราคาแพงที่อาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ต่างกันมากนักค่ะ
10. สุดท้ายคือการใช้ออกซิเจนความดันสูงในห้อง Hyperbaric ซึ่งช่วยให้พลาสม่าลำเลียงออกซิเจนไปถึงเส้นเลือดฝอยทั่วร่างกายเพื่อชุบชีวิตเซลล์ที่กำลังจะตาย ผลลัพธ์ที่ได้คือการลดการอักเสบจนเหลือศูนย์และช่วยให้ผิวพรรณสดใสจากภายในสู่ภายนอก การทำอย่างต่อเนื่อง 60 เซสชั่นภายใน 90 วันจะช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้และฟื้นฟูระบบการทำงานของร่างกายให้กลับมามีประสิทธิภาพสูงสุดอีกครั้งค่ะ
11. ในอนาคตอันใกล้ สังคมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จาก Status Game ที่เคยเน้นเรื่องเงินทองและอำนาจ ไปสู่การแข่งขันในด้านสุขภาพหรือ Existential Game เมื่อเทคโนโลยีสามารถวัดค่าอายุชีวภาพได้แม่นยำ การมีร่างกายที่แข็งแรงและดูอ่อนเยาว์จะกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของความสำเร็จ ใครที่มีสุขภาพดีที่สุดจะได้รับการยอมรับและนั่งในตำแหน่งประธานของโต๊ะอาหาร แทนที่คนรวยหรือคนมีชื่อเสียงค่ะ
12. กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือความเคลื่อนไหว Body Positivity ในอเมริกาที่เคยรุ่งเรือง แต่กลับเงียบหายไปทันทีเมื่อมียาลดความอ้วนอย่าง GLP-1 ออกมา สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าลึกๆ แล้วมนุษย์ทุกคนต่างต้องการมีรูปร่างที่ดี แต่ที่ผ่านมาอาจหาข้ออ้างเพื่อไม่ให้รู้สึกด้อยกว่าคนอื่น เมื่อมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้ ความต้องการที่แท้จริงจึงปรากฏออกมาว่าทุกคนโหยหาการมีสุขภาพและรูปร่างที่สมบูรณ์ค่ะ
13. เมื่อปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ต้นทุนการผลิตจะลดลงจนเข้าสู่ยุคแห่งความเหลือเฟือ มนุษย์จะเริ่มตั้งคำถามถึงเป้าหมายของการมีชีวิตอยู่ การมีเงินทองจะมีความหมายน้อยลง และผู้คนจะหันมาให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตให้ยืนยาวและมีคุณภาพมากที่สุด เพื่อที่จะอยู่ดูความเปลี่ยนแปลงของโลกและทำตามเป้าหมายของชีวิตที่แท้จริงสืบต่อไปค่ะ
14. ปัจจุบันเราเริ่มเห็นกระแสการอวดผลลัพธ์สุขภาพผ่านโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการวิ่ง ค่า HRV หรือมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่การรักตัวเอง แต่เป็นการแสดงออกถึงการอยู่เหนือผู้อื่นในเกมสถานะแบบใหม่ การเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นจากล่างขึ้นบน โดยคนในสังคมจะเริ่มกดดันกันเองให้หันมาดูแลสุขภาพเพื่อการยอมรับ จนกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามค่ะ
15. ปี 2039 จะเป็นปีที่โลกเข้าสู่จุด Longevity Escape Velocity ซึ่งเป็นช่วงที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าจนสามารถเพิ่มอายุขัยได้มากกว่า 1 ปี ต่อทุกๆ 1 ปีที่ผ่านไป การมีอายุถึง 120 ปีจะกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคตอันใกล้ ดังนั้นความท้าทายในปัจจุบันคือการประคับประคองร่างกายให้รอดพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บในอีก 13 ปีข้างหน้า เพื่อที่จะทันได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นค่ะ
16. เป้าหมายทางการแพทย์ในอดีตคือการทำให้คนไม่ตาย ซึ่งช่วยขยาย Life Span หรืออายุขัยให้ยาวนานขึ้น แต่กลับแลกมาด้วยการมีสุขภาพที่ย่ำแย่ในช่วงบั้นปลาย หลายคนต้องใช้ชีวิตแบบติดเตียงอย่างทรมาน แต่ในอนาคต เทคโนโลยีจะมุ่งเน้นไปที่การขยาย Health Span เพื่อให้มนุษย์มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถใช้ร่างกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นค่ะ
17. คนไทยในปัจจุบันมีอายุขัยเฉลี่ย 75 ปี แต่กลับเริ่มมีภาวะติดเตียงตั้งแต่อายุ 65 ปี ซึ่งหมายความว่าต้องทนทุกข์ทรมานถึง 10 ปีก่อนเสียชีวิต นวัตกรรมทางสุขภาพยุคใหม่จึงมุ่งเป้าที่จะทำให้ช่วงเวลาแห่งการมีสุขภาพดีเดินตามอายุขัยให้ทัน เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสง่างามและมีความสุขจนถึงวาระสุดท้าย ไม่ใช่แค่การมีชีวิตอยู่ด้วยสายยางหรือยาพยุงอาการเท่านั้นค่ะ
18. การมีวินัยและความสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพดีเหนือระดับ ซึ่งวินัยเหล่านี้เปรียบเสมือนการส่งสัญญาณเงียบๆ ถึงความรับผิดชอบและความเสียสละต่อตนเอง การเดินเข้าไปในที่สาธารณะพร้อมรูปร่างที่สมบูรณ์แข็งแรงจะสร้างความเคารพจากผู้อื่นได้โดยไม่ต้องเอ่ยปาก เพราะทุกคนรู้ดีว่าผลลัพธ์ดังกล่าวต้องแลกมาด้วยความพยายามและการเอาชนะความสะดวกสบายในแต่ละวันอย่างต่อเนื่องค่ะ
19. ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความรวดเร็วในการเปลี่ยนแปลง การโหมทำอย่างหนักเพียงช่วงสั้นๆ แล้วเลิกราไปเหมือนกระต่ายจะพ่ายแพ้ต่อการทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่ต่อเนื่องเหมือนเต่าในระยะยาว การดูแลสุขภาพต้องเป็นการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และนิสัยอย่างถาวร ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว การทำอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลและเข้าสู่สภาวะ Optimal Body ที่พร้อมรับมือกับทุกความท้าทายในชีวิตค่ะ
20. การดูแลสุขภาพไม่ใช่แค่เรื่องของบุคคล แต่เป็นเรื่องของมวลมนุษยชาติที่ต้องก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ การนำความรู้เรื่อง Biohacking มาปรับใช้จะช่วยให้เราประหยัดทั้งเงินและเวลา โดยไม่ต้องไปเสี่ยงทดลองสิ่งที่ไม่มีประสิทธิภาพ การมีเป้าหมายที่ชัดเจนและมีวินัยในทุกย่างก้าวจะช่วยให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของโลกอนาคตที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้าค่ะ
โฆษณา