Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Net Zero Techup
•
ติดตาม
1 ชั่วโมงที่แล้ว • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
📢 𝐓𝐡𝐚𝐢𝐥𝐚𝐧𝐝 𝐂𝐚𝐫𝐛𝐨𝐧 𝐌𝐚𝐫𝐤𝐞𝐭: 𝐅𝐫𝐨𝐦 “𝐎𝐟𝐟𝐬𝐞𝐭” 𝐭𝐨 “𝐀𝐬𝐬𝐞𝐭”
ตลาดคาร์บอนเครดิตไทย กำลังเปลี่ยนจาก Carbon Offset เป็น Carbin Asset อ้างอิงข้อมูลจาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ในช่วงปี 2020–2025 ตลาดคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจของไทย (T-VER) สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน จากตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย “ปริมาณและการกักตุน” ไปสู่ตลาดที่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพและการใช้งานจริง”
📗 บทเรียนจากรอบตลาด
● ปี 2022 ตลาดเคยพุ่งสู่จุดสูงสุด ด้วยปริมาณซื้อขายกว่า 1.18 MtCO₂eq จากกระแส Net Zero หลังการประชุม COP26
● ช่วงปี 2023–2024 ตลาดเข้าสู่ระยะ Market Correction ปริมาณการซื้อขายลดลงมาอยู่ที่ราว 0.6–0.8 MtCO₂eq ต่อปี
● ขณะเดียวกัน ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากระดับเพียงไม่กี่สิบบาท เพิ่มสูงขึ้นเป็น 80–125 บาท/tCO₂eq
🌳 คุณภาพกลายเป็นตัวแปรหลักของราคา
● โครงการพรีเมียม โดยเฉพาะ ภาคป่าไม้ (Nature-based Solutions) มีราคาเฉลี่ยสูงถึง 279 บาท/tCO₂eq
● ในบางธุรกรรม ราคาเคยทะยานถึง 3,000 บาท/tCO₂eq สะท้อนว่าผู้ซื้อไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงปริมาณการชดเชย แต่ให้คุณค่ากับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และ Co-benefits ของโครงการ
💸 โครงสร้างอุปสงค์-อุปทานที่ไม่สมดุล
● ฝั่งอุปทาน: โครงการพลังงานหมุนเวียน (ชีวมวลและพลังงานแสงอาทิตย์) ยังคงเป็นฐานหลักของตลาด จากต้นทุนการพัฒนาที่คุ้มค่า
● ฝั่งอุปสงค์: ความต้องการกลับเทไปสู่ Carbon Removal และการกักเก็บคาร์บอนจากธรรมชาติ เช่น ป่าไม้และเกษตรกรรมยืนต้น ซึ่งมีซัพพลายจำกัดและใช้ระยะเวลานานในการพัฒนา ส่งผลให้ราคาเครดิตภาคป่าไม้สูงกว่าเครดิตพลังงานถึง 3–5 เท่า
📊 ภาพรวมตลาดปีงบประมาณ 2025
● ปริมาณการซื้อขายสะสม: 595,486 tCO₂eq
● มูลค่ารวม: 86.6 ล้านบาท
● ราคาเฉลี่ยทั้งตลาด: 145 บาท/tCO₂eq (เพิ่มขึ้นจากปี 2024)
● ผู้ซื้อหลักเป็น End-users ที่ใช้เครดิตเพื่อเป้าหมาย ESG และ Net Zero ไม่ใช่การเก็งกำไร
● ภาคป่าไม้ยังคงเป็นกลุ่มพรีเมียมสูงสุด โดยโครงการ P-REDD+ ครองสัดส่วนมูลค่าตลาดสูงสุด
● ภาคพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะ ชีวมวล (Biomass) เป็นกลุ่มที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด
🚀 ทิศทางอนาคต: 📈 Quality over Quantity
ตลาดคาร์บอนเครดิตไทยมีแนวโน้มเติบโตเชิงคุณภาพมากกว่าเชิงปริมาณในระยะสั้น โดยมี 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
1️⃣ การยกระดับสู่ Premium T-VER ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล (เช่น CORSIA และ Article 6 ของความตกลงปารีส)
2️⃣ ราคาที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนการลดก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้น อาจแตะระดับ 300–500 บาท/tCO₂eq ภายใน 3 ปีข้างหน้า
3️⃣ การเข้ามาของสถาบันการเงินและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่อิงกับคาร์บอนเครดิต เช่น Carbon Credit-Linked Loan
🇹🇭 ดังนั้น จะเห็นได้ว่าตลาดคาร์บอนเครดิตไทยกำลังก้าวพ้นจากช่วง “ทดลองและเรียนรู้” เข้าสู่ระยะของการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีกลไกราคา ความน่าเชื่อถือและมาตรฐานการรับรอง เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero ปี 2050
📌 แหล่งข้อมูล: องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (#TGO)
🔗
https://carbonmarket.tgo.or.th
#NetZeroTechup #CarbonCredit #CarbonMarket #ThailandCarbonMarket #TVER #PremiumTVER #ESG #NetZero #ClimateTransition
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย