25 ม.ค. เวลา 07:16 • ปรัชญา
*ไม่สมเหตุสมผล*
ตามหลักตรรกวิทยา (Logic) เราสามารถแบ่งความไม่สมเหตุสมผลออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้
1. ความไม่สมเหตุสมผลเชิงรูปแบบ (Formal Fallacies)
เป็นการผิดพลาดที่ โครงสร้าง ของการอ้างเหตุผลแบบ นิรนัย (Deductive)
"ถ้าฝนตก ถนนจะเปียก ตอนนี้ถนนเปียก ดังนั้นฝนตก" (จริงๆ อาจจะมีคนฉีดน้ำล้างถนนก็ได้)
2. ความไม่สมเหตุสมผลเชิงเนื้อหา (Informal Fallacies)
เป็นการผิดพลาดที่ เนื้อหา หรือการใช้ภาษา มักพบในการอ้างเหตุผลแบบ อุปนัย (Inductive) เช่น:
* การด่วนสรุป (Hasty Generalization): ใช้ข้อมูลเพียงน้อยนิดมาสรุปเป็นภาพรวม
3. การใช้เหตุผลลวงทางจิตวิทยา (Psychological Fallacies / Emotional Appeals)
คือการใช้สิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุผลมาทำให้ผู้ฟังคล้อยตาม (มักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Informal Fallacies) เช่น:
* การโจมตีตัวบุคคล (Ad Hominem): เถียงที่ตัวคนแทนที่จะเถียงที่เหตุผล (เช่น "เขาเรียนไม่จบ จะไปเชื่ออะไรได้")
* การอ้างความรู้สึกหรือบุคคล (Appeal to Emotion/Authority): ใช้ความสงสาร ความโกรธ หรือชื่อเสียงของคนดังมาบีบให้ยอมรับข้อสรุป
สรุป
"ตรรกะวิบัติ" คือ "ไม่สมเหตุสมผล"
คำ "ตรรกะวิบัติ" มีน้ำหนักของอารมณ์ที่รุนแรง (Strong Connotation) และอาจสร้างกำแพงในการสนทนาได้ หากต้องการเน้นความถูกต้องและการสื่อสารที่สร้างสรรค์ ควรพิจารณาดังนี้:
* ใช้คำว่า "ไม่สมเหตุสมผล" (Invalid/Illogical): เป็นคำที่กลางที่สุด (Neutral) บอกถึงข้อบกพร่องของกระบวนการคิดโดยไม่ตัดสินตัวบุคคล
* ใช้คำว่า "ข้อบกพร่องในการอ้างเหตุผล": ให้ความรู้สึกที่เป็นวิชาการและดูเป็นการชี้แนะเพื่อแก้ไขร่วมกัน
โฆษณา