26 ม.ค. เวลา 08:06 • ท่องเที่ยว

บ้านโบราณ พิสิษฐ์กุล : รอยอดีตข้ามขอบฟ้า ของ “ฉีถึงแซน” ณ ริมกว๊านพะเยา

กลุ่มอาคารไม้โบราณ 4 หลังที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างามริมฝั่งกว๊านพะเยาด้านตะวันออก ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบของเมืองพะเยา .. ไม่ใช่เป็นเพียงแค่สิ่งปลูกสร้าง แต่คืออนุสรณ์แห่งความอุตสาหะและการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของต้นตระกูล “พิสิษฐ์กุล” ที่ตกทอดมานานกว่าร้อยปี
และเป็นอาคารที่สร้างโดยคหบดีชาวจีนที่เหลือเพียงไม่กี่หลังในจังหวัดพะเยาในปัจจุบัน
จากกวางตุ้งสู่ภูกามยาว: เส้นทางชีวิตของหลวงพิสิษฐ์กัยกร
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากชายหนุ่มนามว่า “ฉีถึ่งแซน” (หรือที่รู้จักกันในนาม หลวงพิสิษฐ์กัยกร : 2422-2483) ผู้เป็นทายาทตระกูลฉีรุ่นที่ 21 และเป็นบุตรคนที่ 7 ของ “ฉีส่องอี้” จากมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ...
ท่านได้ออกเดินทางจากบ้าน “แหนฝาหลี” ซึ่งแปลว่า รุ่งเรืองสถาพร ของตระกูลฉี ในประเทศจีน .. ข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งรกรากที่เมืองพะเยาเมื่อราวปี พ.ศ. 2445 ในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)
ด้วยวิสัยทัศน์และการทำงานอย่างทุ่มเท ท่านได้ร่วมกับเพื่อนชาวจีนสร้างตัวขึ้นจากการรับสัมปทานโรงเหล้าและฝิ่น จากรัฐบาล โดยใช้ทำเลริมแม่น้ำอิง (ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีการสร้างเขื่อนกั้นจนเป็นกว๊านพะเยาอย่างในปัจจุบัน) เป็นฐานในการทำธุรกิจ
จนกิจการขยายตัวครอบคลุมทั้งโรงสีข้าว ร้านขายปืน และโรงภาพยนตร์ รวมถึงได้เช่าที่ดินจากหลวงราชสัณฐานก่อสร้างห้องแถวให้คนจีนที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากในเมืองพะเยา ได้เช่าทำการค้าและพักอาศัย
ด้วยคุณงามความดีและการทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมือง ท่านจึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็น “หลวงพิสิษฐ์กัยกร” อันเป็นต้นกำเนิดของนามสกุล “พิสิษฐ์กุล” ในเวลาต่อมา
สถาปัตยกรรมไม้สักทอง: บ้านที่มีลมหายใจ
ท่านหลวงพิสิษฐ์ฯ ได้สร้างบ้านไม้สักทองหลังใหญ่ 4 หลัง ในบริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งแต่ละหลังซ่อนเรื่องราวและศิลปะที่งดงามมากเอาไว้ .. ปัจจุบันเปิดเพียง 1 หลัง
สำหรับบ้านหลังที่เปิดแล้ว
ตัวบ้านเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่แข็งแรง 2 ชั้น ตกแต่งด้วยซุ้มประตูหน้าต่างที่มีกลิ่นอายตะวันตก .. มีลักษณะผสมผสานศิลปะตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
หลังคา .. ทรงปั้นหยาผสมจั่ว ที่ไม่สมมาตร มุงด้วยกระเบื้องรูปว่าว ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มคนชั้นสูงและคหบดีในสมัยนั้น
Façade หน้าบ้านชั้นล่าง ยังคงมีลักษณะที่สมมาตรของซุ้มประตู .. ชั้นสองมีระเบียงกรุด้วยลูกกรง อันเป็นมุมพักผ่อนที่สวยงาม และรื่นรมย์
การประดับตกแต่งภายในด้วยไม้สักทอง โดยใช้ช่างฝีมือชั้นครูโบราณจากเมืองเชียงไฮ้ ประเทศจีน มีรายละเอียดที่ประณีต:
บันไดไม้ขัดมันวาว .. เส้นโค้งของราวบันไดที่เรียบเนียน เส้นสายอ่อนช้อย แสดงถึงฝีมือช่างไม้ที่ละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะการเข้าไม้ที่เรียบเนียน
หน้าต่างไม้ติดกระจกสี (Stained Glass) โทนชมพู-เขียวที่ทอแสงนวลตา มีบานเกร็ดไม้ที่สามารถปรับให้รับลมจากภายนอกได้
... เป็นเอกลักษณ์ของบ้านคหบดีในยุคนั้นที่มักนำเข้าวัสดุจากต่างประเทศมาประดับบ้านเพื่อแสดงฐานะและความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม
เฟอร์นิเจอร์ไม้ฝังมุกอันวิจิตร รวมถึงนาฬิกาโบราณทรงสูง.. ได้รับการจัดวาง เหมะสมกับการใช้สอย
เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้เป็นประจักษ์พยานของกาลเวลาที่ยังคงเดินต่ออย่างไม่หยุดยั้ง
ทุกชิ้นทำด้วยไม้เนื้อดีเยี่ยมสำหรับเฟอร์นิเจอร์สไตล์จีนดั้งเดิม
ลวดลายของมุกละเอียด อ่อนช้อย ราวกับมีชีวิต .. แสดงถึงฝีมือการฝังมุกที่ชำนาญอย่างดีเยี่ยมจากช่างชั้นครู รวมถึงได้รับการเอาใจใส่อย่างดีจากทายาทรุ่นต่อๆมา
บ้านหลังนี้ได้รับรางวัล “อาคารอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่นล้านนา” ประเภทที่อยู่อาศัยจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในปี พ.ศ. 2552
วิถีที่แปรเปลี่ยน:
ปัจจุบันจากบ้านทั้งหมด 4 หลัง มีหลังหนึ่งที่เปิดเป็นคาเฟ่และพื้นที่เรียนรู้ (Baan Baan Cafe) เฟ่ ที่ยังคงโครงสร้างไม้เดิมและบรรยากาศอันอบอุ่น ให้คนรุ่นหลังได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศเก่าๆ จิบกาแฟ และชื่นชม
สถาปัตยกรรมที่ยังคงความสมบูรณ์ราวกับหยุดเวลาไว้
ชั้นบน: ส่วนของเรือนด้านหน้าได้ปรับปรุงเป็น Boutique Hotel บริการห้องพัก 3 ห้อง
.. ที่ตกแต่งอย่างประณีต มอบประสบการณ์การพักผ่อนท่ามกลางไม้สักทองที่หายาก ขณะที่เรือนด้านหลังยังคงอยู่ระหว่างการปรับปรุงด้วยความทะนุถนอม
Photo Credit : Khun Jeab
สำหรับบ้านอีก 3 หลังที่เหลือภายในพื้นที่อันกว้างขวาง ยังคงความเงียบสงบใต้ร่มไม้ใหญ่ ..
แม้ปัจจุบันจะยังไม่ได้เปิดให้เข้าชม แต่ความงดงามของสถาปัตยกรรมไม้สักทองที่ยังคงความสมบูรณ์ … ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ผ่านไปมาสัมผัสได้ถึงความมั่งคั่งและความรุ่งเรืองของย่านการค้าพะเยาในอดีต
มรดกที่ยังมีชีวิต
แม้หลวงพิสิษฐ์กัยกรจะถึงแก่กรรมไปเมื่อปี พ.ศ. 2483 ในวัย 62 ปี แต่จิตวิญญาณของท่านยังคงอบอวลอยู่ในบ้านทุกหลัง
ทายาทรุ่นปัจจุบันได้พยายามดูแลรักษาบ้านเหล่านี้ไว้เพื่อบอกเล่าว่า ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของย่านการค้าที่รุ่งเรือง และเป็นที่พักพิงของชาวจีนที่อพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร
การได้มาเยือนบ้านโบราณพิสิษฐ์กุล … จึงไม่ใช่เพียงการมาถ่ายรูปสวยๆ แต่คือการย้อนกลับไปสัมผัสถึงความรัก ความมานะ และความผูกพันที่บรรพบุรุษมีต่อเมืองพะเยา เมืองเล็กๆ ที่โอบกอดผู้คนทุกเชื้อชาติไว้ด้วยความเมตตาเสมอมา
โฆษณา