3 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

รู้งี้... คำต้องห้าม ที่มีราคาแพงที่สุดของนักลงทุน

มีใครเคยมีความรู้สึกแบบนี้กันบ้างไหม? นั่งจ้องกราฟที่หน้าจอ อ่านบทวิเคราะห์กองทุนจากหลายแหล่ง
แต่สุดท้ายก็ “ไม่ได้ซื้อ” และพอมารู้ตัวอีกที ราคาก็วิ่งไปไกลจนไม่กล้าซื้อแล้ว
“รู้งี้…”
“รู้งี้… ซื้อตอนนั้นก็ดี”
“รู้งี้… เริ่มลงทุนตั้งแต่วันนั้น ป่านนี้พอร์ตน่าจะโตไปไกลแล้ว”
อาการแบบนี้ ในทางจิตวิทยาการลงทุนเขาเรียกว่า “Analysis Paralysis” หรือสภาวะ “อัมพาตจากการวิเคราะห์ข้อมูลมากเกินไป”
วันนี้ WealthX จะพาคุณไปดูกันว่าทำไมเราถึงติดกับดักนี้กัน และจะหาทางแก้ไขมันได้อย่างไรบ้าง
ในปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นยุคที่เราสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างง่ายดาย มีข้อมูลข่าวสารมาเสิร์ฟเราทุกวินาที
ทำให้ปัญหาของนักลงทุนในยุคนี้ไม่ใช่ “เรื่องการไม่มีความรู้” แต่กลายเป็น “รู้เยอะเกินไปจนไม่กล้าตัดสินใจ”
Analysis Paralysis คือภาวะที่เราเสพข้อมูลมากเกินความจำเป็น พยายามหาเหตุผลมารองรับทุกความเสี่ยง จนเกิดความกลัวว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะไม่สมบูรณ์แบบ
กลัวว่าซื้อแล้วจะลงต่อ, กลัวว่าขายแล้วจะวิ่งไปต่อ, กลัวเลือกกองทุนผิดธีม
ความกลัวเหล่านี้ทำให้สมองสั่งการให้ Wait and see แต่รู้ไหมว่าการรอคอยนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย และมันก็มีราคาแพงด้วย
ราคาของการรอคอย (The Cost of waiting)
สมมติว่าคุณต้องการเก็บเงินเพื่อเกษียณโดยลงทุนเดือนละ 10,000 บาท (ผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี)
🕒นาย A: เริ่มลงทุนทันทีวันนี้ (ลงทุนต่อเนื่อง 30 ปี) ปลายทางเขาจะมีเงินประมาณ 15,000,000 บาท
🕒นาย B: ติดนิสัย Analysis Paralysis ขอดูสถานการณ์ไปก่อน รอไปรอมา เริ่มช้าไป 5 ปี (เหลือเวลาลงทุนเพียง 25 ปี) ปลายทางเขาจะมีเงินประมาณ 9,500,000 บาท
จะเห็นว่าเวลาที่หายไปแค่ 5 ปี ทำใหเงินผลตอบแทนหายไปถึง 5.5 ล้านบาทเลย
ทั้งที่เงินต้นที่นาย B ประหยัดไปได้จากการไม่ลงทุน 5 ปีคือแค่ 600,000 บาทเท่านั้น
นี่คือความจริงของการพยายามาจับจังหวะตลาด เพื่อประหยัดต้นทุนไม่กี่เปอร์เซ็นต์ เทียบไม่ได้เลยกับพลังของเวลาที่หายไป
คำถามคือ แล้วเราจะเปลี่ยนคำว่า “รู้งี้” ให้เป็น “ลงมือทำ” ได้อย่างไร ?
ทางออกนั้นไม่ใช่การเลิกอ่านข่าว หรือค้นหาข้อมูล แต่คือการหา “ตัวช่วย” มาตัดสิ่งรบกวนทิ้งไป
1. ใช้เทคโนโลยีมาคอยคัดกรองข้อมูล เพราะสาเหตุหลักของการวิเคราะห์ข้อมูลมากเกินไป คือ ตัวเลือกเยอะเกินไป
หากใครลงทุนในกองทุนรวมจะรู้ดีว่าในตลาดมีกองทุนให้เลือกหลายร้อยหลายพันกอง
การจะมานั่งวิเคราะห์เจาะทีละกองอาจเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
นี่คือจุดที่ WealthX เข้ามาตอบโจทย์ แทนที่คุณจะต้องเสียเวลาคัดกรองเอง แต่
WealthX เราออกแบบระบบมาให้ทำหน้าที่ช่วยสแกนและคัดเลือกกองทุนระดับท็อปที่เหมาะกับสไตล์ของคุณมาให้แล้ว
หน้าที่จริงของคุณเหลือเพียงแค่ “เลือกสิ่งที่ชอบ” จากตัวเลือกที่ “ใช่” ที่เราคัดมาให้ ลดเวลาวิเคราะห์จากเป็นเดือน เหลือแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง
2. เลิกหาจุดต่ำสุด แต่ใช้ระบบ DCA เพราะไม่มีใครรู้อนาคตได้ 100% แม้แต่นักลงทุนชื่อดังระดับโลก คุณต้องเลิกคิดว่าวันนี้สามารถซื้อได้รึยัง?
แต่เปลี่ยนเป็นตั้งระบบซื้ออัตโนมัติผ่านแอป WealthX ทุกเดือน วิธีนี้จะช่วยตัดอารมณ์ความลังเลทิ้งไป และทำให้คุณได้ต้นทุนเฉลี่ยที่ดีในระยะยาวโดยไม่ต้องเฝ้าจอ
3.ใช้กฎ 70% ของ Jeff Bezos เจ้าพ่อ Amazon ที่เคยบอกไว้ในจดหมายถึงผู้ถือหุ้น Amazon ปี 2016 ว่า “ถ้าคุณรอให้มีข้อมูลครบ 100% คุณก็ช้าไปแล้ว”
การตัดสินใจลงทุน แค่คุณมีข้อมูลแค่ 70% มั่นใจในธีม มั่นใจในเครื่องมือที่ใช้ ก็เพียงพอที่จะส่งคำสั่งซื้อแล้ว
ดังนั้นการลงทุนที่ดี ไม่ใช่การลงทุนที่ไร้ความเสี่ยง และไม่ใช่การรอจังหวะที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่คือการลงทุนที่เรา “ลงมือทำ” และให้เวลาเป็นตัวทำหน้าที่ของมัน
อย่าปล่อยให้คำว่า “เดี๋ยวก่อน” ขโมยเงินในอนาคตของคุณไป หยิบมือถือขึ้นมา เปิดแอป WealthX แล้วเริ่มสร้างพอร์ตแรกของคุณดู
เมื่อเวลาผ่านไปคุณจะอาจจะมองย้อนกลับมาแล้วขอบคุณตัวเองที่กล้าเริ่มต้นในวันนี้
ลองให้แอป WealthX ช่วยสกรีนกองทุนเด็ดที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณ
ดาวน์โหลดฟรี แล้วเริ่มสร้างแผนเกษียณของคุณวันนี้
📩 สอบถามเพิ่มเติม: LINE ID @wealthx
WealthX – Wealth for the People
📲 ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง App Store และ Play Store
โฆษณา