26 ม.ค. เวลา 14:00 • ปรัชญา
วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม

ให้ทุกท่านทุกคนพากันรู้พากันเข้าใจในเรื่องเหตุในเรื่องปัจจัย เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปมันถึงมี

เราต้องเข้าใจอย่างนี้ เพราะทุกอย่างนั้นมันเนื่องมาจากเหตุจากปัจจัย มันจะไม่เป็นไปอย่างอื่น เอาปัจจุบันนี้เอามาใช้เอามาปฏิบัติ เพราะอดีตก็มารวมกันอยู่ที่ปัจจุบัน อนาคตที่จะไปข้างหน้าก็ไปจากปัจจุบัน
เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เพื่อทำหน้าที่ให้ดี ๆ ที่ประกอบด้วยปัญญา เพราะทุกอย่างนั้นมันคือกรรม เราต้องรู้เข้าใจ แล้วมันก็จะเป็นกฎแห่งกรรม จะได้รับผลของกรรม
เราต้องพากันรู้พากันเข้าใจ เราอาศัยพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เป็นคำสอนที่เป็นบริสุทธิคุณ มีแต่คุณมีแต่ประโยชน์ เอามาใช้เอามาปฏิบัติ
เรามายกเลิกตัวยกเลิกตน มาหยุดมายกเลิกการทำตามสัญชาตญาณที่มีความยึดมั่นถือมั่น ว่าธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ ที่เรามายึดมั่นเป็นตัวเราของเรา เป็นตัวกูของกู เป็นตัวสูของสู เราต้องรู้เข้าใจ เพราะความยึดมั่นถือมั่นอย่างนี้มีแต่ความทุกข์ได้เกิดขึ้น ความดับทุกข์ได้ตั้งอยู่ความทุกข์ได้ดับไป นอกจากความทุกข์นั้นไม่มีเลย
เราต้องรู้ต้องเข้าใจ อริยมรรคที่เกิดจากกายวาจากิริยามารยาทอาชีพเราต้องมีปัญญาสัมมาทิฏฐิ เอาความรู้ที่เป็นปัญญาสัมมาทิฏฐิ ผู้มีปัญญามาก ๆ ถึงต้องมีความสงบมาก ๆ เพื่อจะได้หยุดสัญชาตญาณที่เป็นนิติบุคคลตัวตน รถดี ๆ เครื่องบินดี ๆ เรือดี ๆ ก็ต้องมีเบรกอย่างนี้
พระพุทธเจ้านั้นคือผู้รู้ทุกข์ รู้เหตุเกิดทุกข์ รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ พุทธะนั้นไม่ใช่นิติบุคคลตัวตนนะ พุทธะนั้นได้แก่ความรู้ความเข้าใจในเรื่องทุกข์ เรื่องเหตุเกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เป็นผู้มีความสุขในการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจนี้เป็นสัมมาสัมพุทธะ เป็นใจที่อบรมบ่มอินทรีย์ ใช้เวลายาวนานหลายล้านชาติหลายล้านปีหลายอสงไขย
พวกเราต้องมารู้มาเข้าใจเรื่องพุทธะนะ เพื่อเราจะได้เอาหลักการ เอามาใช้เอามาประพฤติเอามาปฏิบัติ พุทธะนั้นคือความไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตายไม่พลัดพรากที่เป็นความดีที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นปัญญาที่ประกอบด้วยความดี ที่เป็นความพอดี ไม่มากเกินไปไม่น้อยเกินไป ไม่ได้เพิ่มไม่ได้ตัด เป็นความสงบและปัญญา เป็นปัญญาและเป็นความสงบ เป็นความว่างจากสิ่งที่มีอยู่ ไม่ใช่ว่างจากสิ่งที่ไม่มี
เป็นการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ เป็นการให้ทานเสียสละ ไม่หวังผลอะไรตอบแทน
เป็นการรักษาศีลเพื่อเสียสละ ไม่หวังผลอะไรตอบแทน
เป็นการทำสมาธิเพื่อเสียสละ ไม่หวังผลอะไรตอบแทน
เป็นการเจริญปัญญาที่เสียสละ ไม่หวังอะไรตอบแทน
เพราะความถูกต้องนั้นมันมีอยู่ในตัวอยู่แล้ว ไม่มีความอยากและความไม่อยากนำ เป็นความรู้ความเข้าใจ เป็นหน้าที่เพื่อหน้าที่ ยกเลิกความปรุงแต่ด้วยความรู้ความเข้าใจ ไม่มีการเปรียบเทียบ เป็นความสุขในความสุข เป็นสมาธิในสมาธิ เป็นปัญญาในปัญญา นี้เป็นพุทธะ พุทธะนั้นถึงเป็นพระรัตนตรัย เป็นความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติที่เป็นหน้าที่เพื่อหน้าที่ เราต้องรู้เราต้องเข้าใจ เพื่อจะได้เอาพระรัตนตรัย เอาธัมมจักรนำชีวิต
ที่ท่านอัญญาโกณทัญญะได้กล่าวว่า จักขุเกิดขึ้นแล้วแก่เรา ญาณเกิดขึ้นแล้วแก่เรา แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา ด้วยความรู้ความเข้าใจในเรื่องเหตุเรื่องปัจจัย ที่จะได้เอาพุทธะนำชีวิต เพื่อขบวนการของขบวนการ เพื่อให้ปฏิปทาได้ติดต่อต่อเนื่อง รู้เข้าใจ ยกเลิกธาตุยกเลิกขันธ์ยกเลิกอายตนะ ไม่ไปตามผัสสะ ไม่ไปตามสิ่งแวดล้อม สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นให้มันจบลงที่ปัจจุบัน มีปิติมีความสุขมีเอกัคคตาในการประพฤติการปฏิบัติ เป็นแสงสว่างทางปัญญา
มนุษย์เรามีตาอยู่ ๒ อย่างนะ อันหนึ่งตาของร่างกาย อันหนึ่งตาของจิตใจ ตาเค้ามีไว้ทำไม มีไว้สำหรับป้องกันอันตราย เราต้องมีตาทั้งส่วนร่างกาย มีทั้งตาของใจนะ เราต้องรู้เรื่องภายนอก รู้เรื่องภายใน เราจะได้มีทั้งตาส่วนร่างกายมีทั้งตาส่วนจิตใจ
ด้วยเหตุผลนี้แหละ เราถึงต้องเอาธาตุทั้ง ๔ ขันธ์ทั้ง ๕ อายตนะ ๑๒ นี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ให้เกิดคุณเกิดประโยชน์ เพื่อเป็นอุปกรณ์ในการประพฤติการปฏิบัติ เพื่อให้ตาภายนอกกับตาภายในก้าวไปพร้อม ๆ กัน เสมอกัน เพื่อเป็นความดีความปลอดภัยที่ประกอบด้วยปัญญา ปัญญาประกอบด้วยความดี เพื่อเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบปฏิบัติตรงปฏิบัติเพื่อออกจากทุกข์ ปฏิบัติเพื่อความสมควรเข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ ไม่มากเกินไม่น้อยเกินที่จะเป็นความพอดีความพอเพียง ระหว่างวัตถุที่อาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อทางวัตถุจะได้ก้าวหน้า
อาศัยจิตใจพัฒนาปัญญา เพื่อให้ตาปัญญาที่เป็นตาใจให้เกิดปัญญา สิ่งที่เป็นคุณอยู่แล้วจะได้เกิดคุณจะไม่ได้มีโทษ จะไม่ได้เข้าถึงความพอเพียงเพียงพอ
เราทุกคนที่เป็นมนุษย์ก็ต้องใช้หลักการเดียวกันนี้หมด เพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์ พัฒนาใจไปพร้อม ๆ กัน ใช้หลักการอันเดียวกันนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านให้เราเข้าใจนะ การประพฤติการปฏิบัตินั้นไม่มีใครประพฤติปฏิบัติแทนกันได้ อันนี้มันเรื่องส่วนตัวเรื่องเฉพาะตน
ให้ทุกคนรู้ว่างานนี้ไม่มีใครช่วยเราได้นะ เราต้องช่วยเหลือตนเอง งานนี้เป็นงานสำคัญนะ มันเป็นการชิงแชมป์ของชีวิตนะ ชิงแชมป์โลกกับธรรมนะ เราต้องฟิตเต็มที่นะ ทั้งกายทั้งวาจาทั้งกิริยามารยาทต้องฟิตเต็มที่ ด้วยเหตุผลนี้เราถึงมีความสุขในการทำหน้าที่ ทำหน้าที่ให้มีความสุข ความสุขนี้หมายถึงความไม่มีทุกข์นะ เราต้องมีความเชื่อมั่นตั้งมั่นไม่หวั่นไหวไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน ไม่สะทกสะท้านไม่สะเทือนนะ มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม พร้อมที่จะประพฤติพร้อมที่จะปฏิบัติพร้อมที่จะเผชิญด้วยความรู้คู่กับการประพฤติการปฏิบัติ
เราทุกคนต้องมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ คำว่าสมบูรณ์นี้คือถึงพร้อมด้วยความตั้งใจตั้งอยู่ในความไม่ประมาทนะ เป็นผู้มีสติมีสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ไม่สะทกสะท้านสะเทือนไม่หวั่นไม่ไหว ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เอาปัญญากับการประพฤติการปฏิบัติในปัจจุบันนี้แหละ เข้าถึงความอิ่มความเต็มๆ ๆ ๆในปัจจุบัน
ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ ที่เป็นปฏิปทาที่เป็นความสุขติดต่อต่อเนื่องนั่นแหละจะมีพลัง การฟิตร่างกายการฟิตจิตใจที่ยั่งยืนต้องอาศัยการติดต่อต่อเนื่องด้วยหลักการอุดมการณ์อุดมธรรม ไม่สะทกสะท้านต่อความร้อนความหนาวความสุขความทุกข์ความเกิดแก่เจ็บตายพลัดพราก ด้วยความรู้ความเข้าใจ
เราทุกคนต้องขอบใจปัญหาที่ให้เราได้จัดการกับปัญหา ถ้าไม่มีปัญหามันก็จะไม่มีปัญญา ถ้าไม่มีปัญญามันก็จะไม่มีความสงบ ถ้าไม่มีความสงบมันก็ไม่ได้เสียสละถึงจะเป็นสติเป็นสัมปชัญญะของเราทุก ๆ คน เราต้องรู้เข้าใจก้าวไปด้วยสติด้วยสัมปชัญญะ สติสัมปชัญญะนั้นจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ มันจะประดิษฐ์ทาน ประดิษฐ์ศีล จะประดิษฐ์สมาธิด้วยสติด้วยสัมปชัญญะ ด้วยพลังทางกายวาจากิริยามารยาทอาชีพมารวมลงที่ใจประดิษฐ์ ใจที่รู้เข้าใจ ใจที่ไม่สะทกสะท้านใจที่ไม่หวั่นไหวด้วยความรู้ความเข้าใจ
โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
เมตตาให้ไว้ในเช้าวันจันทร์ที่ ๒๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
โฆษณา