Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เมืองไทยไดอารี่ by Supawan
•
ติดตาม
26 ม.ค. เวลา 21:08 • ท่องเที่ยว
วัดศรีโคมคำ : ศรัทธาแห่งทุ่งเอี้ยง และ งค์พระเจ้าคนหลวง จังหวัดพะเยา
ท่ามกลางระลอกคลื่นที่ซัดกระทบฝั่งกว๊านพะเยาอย่างสม่ำเสมอ เป็นที่ประดิษฐานของ "วัดศรีโคมคำ" หรือที่ชาวพะเยาเรียกขานด้วยความผูกพันว่า "วัดทุ่งเอี้ยง" พระอารามหลวงชั้นตรีที่ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายของนักแสวงบุญ แต่คือจารึกทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมล้านนาที่ยังมีลมหายใจ
ตำนานหนองเอี้ยงและพุทธทำนาย
ย้อนไปในกาลบรรพกาล ตำนานเล่าว่าเมื่อครั้งพระพุทธองค์เสด็จมายังดอยจอมทองริมสระหนองเอี้ยง ทรงมีพุทธทำนายถึงความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในดินแดนแห่งนี้
และทรงทรมานพญานาคในหนองน้ำให้เกิดสัมมาทิฐิ จนพญานาคผู้เลื่อมใสได้ปวารณาตัวนำทองคำจากนาคพิภพมามอบให้สองตายายผู้เลี้ยงห่าน เพื่อเนรมิตสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่เท่าพระพุทธเจ้ากกุสันธะลงบนผืนดินแห่งนี้
จึงเป็นที่มาของการก่อสร้าง “พระเจ้าตนหลวง” พระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัยที่ใหญ่ที่สุดในแผ่นดินล้านนา เริ่มสร้างขึ้นในรัชสมัยพญายอดเชียงราย (พ.ศ. 2034) และเสร็จสมบูรณ์ในสมัยพระเมืองตู้ (พ.ศ. 2067)
ความอัศจรรย์ใจอย่างหนึ่งคือการก่อสร้างที่เริ่มจากการขึ้นโครงองค์พระพุทธรูปก่อน แล้วจึงสร้างพระวิหารครอบในภายหลัง แตกต่างจากขนบการสร้างวัดทั่วไป
รอยจารึกแห่งนักบุญล้านนา: วิหารหลวงสมัยครูบาศรีวิชัย
กาลเวลาผันผ่าน เมืองพะเยาเคยถูกทิ้งร้างจากภัยสงครามจนองค์พระเจ้าตนหลวงทรุดโทรมลงนานเกือบ 6 ทศวรรษ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2465 พระยาประเทศอุดรทิศ เจ้าเมืองพะเยาคนสุดท้าย พร้อมด้วยพลังศรัทธาจากชาวเมือง ได้อาราธนา ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา มาเป็นประธานในการบูรณะ
เพียงระยะเวลาเพียงหนึ่งปี วิหารหลวงหลังใหม่ก็ตระหง่านอย่างสง่างาม หากใครสังเกตที่หน้าบันจะพบงานศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ คือลายพันธุ์พฤกษาที่แทรกด้วยรูปสัตว์และเทวดา โดยเฉพาะรูป “เสือเหลียวหลัง” สองตัวที่ขนาบองค์ครุฑ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ปีเกิด (ปีขาล) ของครูบาเจ้าศรีวิชัยที่ท่านฝากไว้เป็นอนุสรณ์แห่งศรัทธา
พระเจ้าตองทรงเครื่อง: อลังการพุทธศิลป์แห่งพะเยา รอยยิ้มที่กลับคืนมาหลังกาลเวลาลับหาย
ท่ามกลางความสงบสงัดหน้าองค์พระเจ้าตนหลวง ณ วัดศรีโคมคำ ... ปรากฏรูปปฏิมาหนึ่งที่งดงามโดดเด่นสะดุดตาด้วยเครื่องประดับอันวิจิตร นั่นคือ “พระเจ้าตองทรงเครื่อง” พระพุทธรูปสำริดทรงเครื่องน้อย ปางมารวิชัย ศิลปะสกุลช่างพะเยาอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งถือเป็น “หนึ่งเดียวในแผ่นดิน” ที่เพิ่งกลับคืนสู่เหย้าหลังจากสาบสูญไปนานกว่า 65 ปี
รังสรรค์จากศรัทธา หลอมรวมอารยธรรม
“พระเจ้าตองทรงเครื่อง” มิได้เป็นเพียงงานหล่อสำริดทั่วไป หากแต่คือ “สมุดบันทึกทางศิลปะ” ที่รวบรวมลมหายใจของยุคสมัยพุทธศตวรรษที่ 22 เข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าอัศจรรย์
• พุทธลักษณะอันละเมียดละไม: เค้าพระพักตร์และพระวรกายสะท้อนอิทธิพลศิลปะสุโขทัยที่ถูกกล่อมเกลาด้วยฝีมือช่างพะเยาจนดูนุ่มนวล นิ้วพระหัตถ์ที่เรียงเกือบเท่ากันและขมวดพระเกศาบ่งบอกถึงสายสัมพันธ์แห่งพุทธศิลป์จากกรุงศรีอยุธยา ขณะที่พระกรรณยอดแหลมบายศรีอันอ่อนช้อยนั้นคือลายเซ็นต์อันโดดเด่นของศิลปะล้านนาในยุคเฟื่องฟู
สังวาลร้อยเรียง: ปริศนาแห่งเจ้านายสตรี?
จุดเด่นที่สุดที่ทำให้พระพุทธรูปองค์นี้ดูแปลกตาและงดงามกว่าองค์ใด คือ "สังวาลประดับ" ที่ถูกออกแบบมาอย่างทันสมัยในยุคนั้น เส้นสังวาล 4 แถวเรียงรายด้วยลายไข่ปลาและดอกไม้สี่กลีบ คล้องพระศอและรั้งใต้พระอุระอย่างประณีต จนดูคล้ายกับเครื่องประดับของสตรีสูงศักดิ์
สิ่งที่น่าสนใจคือ พระองค์ไม่ได้สวมมงกุฎยอดกรวยแหลมตามคติ "พระเจ้าจักรพรรดิ" หรือ "พระศรีอาริยเมตไตรย" อย่างที่เคยคุ้นตา แต่กลับครองจีวรแบบพระภิกษุที่มีรายละเอียดประดับตามชายผ้าอย่างวิจิตร การเลือก "ทรงเครื่องน้อย" เช่นนี้ อาจเป็นการแสดงความคารวะต่อพระพุทธเจ้าสมณโคดมด้วยการถวายเครื่องประดับอันล้ำค่าที่สุด หรืออาจเป็นนัยที่บ่งบอกว่าปฏิมาองค์นี้รังสรรค์ขึ้นจากศรัทธาอันแรงกล้าของ “เจ้านายสตรี” ในอดีตก็เป็นได้
สัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองและสิริมงคล
พระเจ้าตองทรงเครื่องประทับนั่งบนฐานบัวหงายยอดก้านลวดเกสร และฐานเขียงปัทม์ 6 เหลี่ยมที่มีการเจาะรู “ช่องกุญแจ” เป็นลายก้อนเมฆ อันเป็นอิทธิพลศิลปะจากจีนที่แทรกซึมเข้ามาอย่างลงตัว ขาตั่ง 3 ขาที่แยกเท้าแขนออกมา ยิ่งส่งเสริมให้องค์พระดูสูงค่าและมั่นคง
การได้กลับมาประดิษฐานหน้าพระเจ้าตนหลวงในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการได้สิ่งของที่สูญหายกลับคืนมา แต่เป็นการกลับมาของ “พระงามเมืองพะเยา” ที่ตอกย้ำถึงความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมของเมืองพะเยา เมืองที่ไม่เคยขาดสายสัมพันธ์แห่งศรัทธา และยังคงรักษาความงามอันเป็นเอกลักษณ์นี้ไว้ให้โลกได้ชื่นชมอย่างน่าภาคภูมิใจ
สุนทรียภาพแห่งพะเยา: จากอุโบสถกลางน้ำสู่แสงอัสดง
วัดศรีโคมคำในวันนี้ ยังเต็มไปด้วยจุดเชื่อมโยงระหว่างศิลปะและวิถีชีวิต:
• อุโบสถกลางน้ำ: อาคารล้านนาประยุกต์ที่ทอดตัวลงสู่กว๊านพะเยา ภายในซ่อนขุมทรัพย์ทางปัญญาด้วยภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังจากฝีมือของ อังคาร กัลยาณพงศ์ ศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ
• หอวัฒนธรรมนิทัศน์: พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมลมหายใจของชาวพะเยา ทั้งวรรณกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างประณีต
• จุดชมพระอาทิตย์ตก: ด้านหลังวัดคือพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง เมื่อแสงสีทองสุดท้ายของวันอาบไล้ทิวเขาผีปันน้ำและผิวน้ำกว๊านพะเยา เป็นภาพที่สะกดทุกสายตาให้หยุดนิ่ง
เทศกาลแปดเป็ง: พลังแห่งศรัทธาที่ไม่เคยจางหาย
ทุกเดือนพฤษภาคม ในช่วงสัปดาห์วันวิสาขบูชา ชาวเมืองพะเยาจะมารวมตัวกันใน “เทศกาลแปดเป็ง” เพื่อเฉลิมฉลองการสร้างพระเจ้าตนหลวงที่แล้วเสร็จในวันเพ็ญเดือนแปดล้านนา งานมหรสพและการออกร้านที่ครึกครื้นในยามค่ำคืน ผสานกับเสียงสวดมนต์ในยามกลางวัน คือเครื่องยืนยันว่าไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปเพียงใด พระเจ้าตนหลวงและวัดศรีโคมคำจะยังคงเป็นเสาหลักแห่งวิถีชีวิตของชาวพะเยาตลอดไป
Ref : Wikipedia
https://www.facebook.com/100013641335044/posts/2291974067933949/
?
https://readthecloud.co/wat-si-khom-kham/
บันทึก
5
1
4
5
1
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย