28 ม.ค. เวลา 03:58 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

รู้จัก 'โรคหลายบุคลิก' (DID) ผ่านตัวละคร 'ชามูฮี' จากซีรีส์ดัง Can This Love Be Translated?

นาทีนี้ใครที่ดู Netflix ต้องพูดถึงซีรีส์ที่มาแรงที่สุดอย่าง Can This Love Be Translated? (ยากชะมัด รักภาษาอะไร) กันอย่างแน่นอน
เพราะนอกจากเคมีที่เข้ากันสุดๆระหว่าง “คิมซอนโฮ” (บทล่ามแปลภาษาหนุ่ม) กับ “โกยุนจอง” (บทซุปเปอร์สตาร์สาว) ที่ทำเอาคนดูต้องเขินตัวบิดแล้ว…
เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยในตัวนางเอกของเรา “ชามูฮี” เพราะเดี๋ยวเธอก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย เดี๋ยวจำได้ เดี๋ยวลืม เหมือนกับว่าเป็นคนละคนไปเลย
จนเราอดสงสัยไม่ได้ว่า ตกลงแล้วเธอเป็นอะไร? เป็นไบโพลาร์รึเปล่า? เป็นคนนิสัยเสีย? หรือจริงๆแล้วเธอป่วยเป็นอะไรกันแน่?
แต่ถ้าดูดีๆ สังเกตพฤติกรรมลึกๆ แล้ว อาการของชามูฮีเข้าข่ายสิ่งที่เรียกว่า "โรคหลายบุคลิก" หรือ DID มากที่สุด
วันนี้ Blockdit จะมาตีแผ่อาการของโรคนี้ให้กับทุกคนได้อ่านกัน อ่านจบแล้วจะดูซีรีส์เรื่องนี้สนุกขึ้นอีก 300% แน่นอน
🧠DID คืออะไร?
อาการของนางเอกชามูฮี เข้าข่ายสิ่งที่เรียกว่า Dissociative Identity Disorder (DID) หรือ โรคหลายบุคลิก
ขอย้ำตัวโตๆว่า ❌ไม่ใช่ผีเข้า ❌ไม่ใช่ไสยศาสตร์นะ ✅แต่เป็นวิทยาศาสตร์ล้วนๆ
นิยามแบบเข้าใจง่าย มันคือภาวะที่คนคนหนึ่งมี “ทีมงาน” อยู่ในหัวมากกว่า 1 คน โดยแต่ละคน (Alters) จะมีชื่อ นิสัย น้ำเสียง หรือแม้แต่ความทรงจำที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง
แล้วทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?
โรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอยากเท่ แต่มันคือ “เกราะป้องกันทางใจขั้นสูงสุด” มักเกิดจากคนที่เจอบาดแผลทางใจ (Trauma) ในวัยเด็กที่รุนแรงมาก ๆ จนจิตใจรับไม่ไหว เลยต้องสร้าง “ตัวตนอีกคน” ขึ้นมาเพื่อรับความเจ็บปวดแทนร่างหลักนั่นเอง
🔍วิเคราะห์ “ชามูฮี” สัญญาณที่บ่งบอกว่าเป็นโรค DID
กลับมาดูที่นางเอกซุเปอร์สตาร์ของเรา ซึ่งในซีรีส์เราจะเห็นความคาดเดาไม่ได้ของเธอเยอะมาก ซึ่งถ้ามองในมุมจิตวิทยา มันคืออาการสุดคลาสสิกของ DID เลย
1. การสลับร่าง (Switching)
สังเกตไหมว่าบางทีชามูฮีก็ดูเป็นสาวมั่นสุดเฟียร์ส(ตัวตนโดรามี) แต่บางทีก็กลายเป็นเด็กสาวขี้กลัว หรือบางทีก็ดูเศร้าสร้อยเหมือนคนละคนไปเลย ในทางการแพทย์เราเรียกช่วงเวลานี้ว่า Switching
จุดสังเกตให้ดูที่ "แววตา" และ "น้ำเสียง" (ซึ่งโกยุนจองเล่นละเอียดมาก) การเปลี่ยนบุคลิกอาจใช้เวลาแค่วินาทีเดียว เหมือนสับสวิตช์ไฟ
3
2. ความทรงจำที่หายไป (Amnesia)
อันนี้คือจุดพีค คนที่เป็น DID มักจะมีภาวะ Lost Time คือจำไม่ได้ว่าเมื่อกี้ทำอะไรลงไป หรือไปโผล่ที่ไหนมา
ซึ่งในซีรีส์ นางเอกอาจจะพูดอะไรกับพระเอกไป แล้วตื่นมาจำไม่ได้ว่าพูดอะไร ทำให้พระเอกที่เป็นล่ามแปลภาษา “แปลความหมายผิด” เพราะเขาแปลคำพูดของ “อีกคนหนึ่ง” ตัวตนที่ชื่อ “โดรามี” ที่ไม่ใช่นางเอก “ชามูฮี” คนเดิม
1
3. ตัวกระตุ้น (Trigger)
การสลับบุคลิกไม่ได้เกิดแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่มักมี Trigger เช่น เสียงด่าทอ, หรือความเครียดจัดๆ
4. ตัวตนที่แตกต่าง (Alters)
ในทางการแพทย์ บุคลิกที่แยกออกมาเรียกว่า Alters ซึ่ง Alters แต่ละคนจะมีหน้าที่ต่างกัน เช่น
- The Protector บุคลิกที่ก้าวร้าว แข็งกร้าว ออกมาเพื่อปกป้องร่างหลักเวลารู้สึกปลอดภัย
- The Child บุคลิกเด็ก ที่เก็บความทรงจำวัยเด็กเอาไว้
วิเคราะห์นางเอกจากการที่เป็น ซุปเปอร์สตาร์ ที่ต้องเจอกับแรงกดดันมหาศาล และแสงสีเสียงตลอดเวลา อาจเป็นตัวกระตุ้น ให้ Alters บางตัวออกมาทำงานเพื่อรับมือกับความเครียดแทนตัวตนหลักที่เปราะบางก็ได้
💡 เกร็ดความรู้ : โรค DID ไม่ใช่ Schizophrenia (จิตเภท) นะ หลายคนชอบสับสน
- โรคจิตเภท (Schizophrenia) : คือการเห็นภาพหลอน หูแว่ว (คิดว่ามีคนคุยด้วย แต่ไม่มีตัวตนจริง)
- โรคหลายบุคลิก (DID) : คือมีคนหลายคนอยู่ในร่างเดียวจริงๆ สลับกันออกมาใช้ชีวิต ไม่ใช่ภาพหลอน
ดังนั้น ถ้านางเอกเราคุยกับตัวเอง หรือเปลี่ยนไปเป็นคนละคน นั่นคือ DID ไม่ใช่คนบ้าหรือเสียสติ เธอแค่มี "ทีมงาน" อยู่ในหัวเยอะไปหน่อย
แล้วทำไมพระเอกต้องเป็น “ล่าม”
อีกหนึ่งตัวละครที่คนเขียนบทตั้งใจใส่เข้ามาในซีรีส์
เพราะว่าคนที่เป็น DID มักมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร เพราะคนในร่างตีกันเอง คนนอกก็ไม่เข้าใจ แต่ตัวพระเอกไม่ได้ทำหน้าที่แค่แปล เกาหลี ↔ อังกฤษ/ญี่ปุ่น เท่านั้น
แต่เขากำลังทำหน้าที่ “แปลสารจากจิตใต้สำนึก” ของนางเอก
พระเอกอาจเป็นคนเดียวในโลกที่สังเกตเห็นความแตกต่างของแต่ละบุคลิก และพยายามแปลความเจ็บปวดเหล่านั้นออกมาเป็นภาษาที่เข้าใจได้
1
ซึ่งตรงกับชื่อเรื่อง Can This Love Be Translated? ที่ไม่ได้หมายถึงกำแพงภาษา แต่หมายถึง "หัวใจที่แตกสลายของเธอ... ความรักจะช่วยแปลและเยียวยามันได้ไหม?" ล้ำลึกสุดยอดมากๆ
อ่านมาถึงตรงนี้ก็ขอสรุปเลยว่าอย่าเพิ่งเกลียดความเหวี่ยงของนางเอก “ชามูฮี” อยากให้มองข้ามความเหวี่ยงวีนของเธอ แล้วคุณจะเห็นเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างในและกำลังร้องขอความช่วยเหลือ
การรักษาที่ดีที่สุด นอกจากจิตบำบัดแล้ว ก็คือ "คนข้างกายที่พร้อมจะเข้าใจ" ซึ่งงานนี้ต้องมาลุ้นกันว่า ล่ามหนุ่มสุดหล่อของเรา จะแปลความรักครั้งนี้สำเร็จหรือไม่
อ่านจบแล้วคิดเหมือนกันมั้ย? หรือใครมีทฤษฎีอื่นว่านางเอกเป็นโรคอะไร ลองมาแชร์กันหน่อย แอดรออ่านทุกคอมเมนต์นะ
╔═══════════╗
💬รู้ลึกกว่า ได้มากกว่า
เพราะ Blockdit รวมคอนเทนต์น่ารู้ไว้ให้คุณแล้ว
ใช้แอปฯ Blockdit ฟรี!!
╚═══════════╝

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา