28 ม.ค. เวลา 04:44 • ข่าว

เปิดไทม์ไลน์สอบวินัย "หมอสุภัทร" ปมแบ่งซื้อ ATK ด้าน 3 กก.ยันไร้ใบสั่งการเมือง

สธ.จ่อลงนามคำสั่ง ยื่น ก.พ.ใน 15 วัน พร้อมยอมรับหากมีมติสวน
เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต และนายเกตุแก้ว แก้วใส ผอ.สำนักมาตรฐานวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวกรณี อกพ.สธ.มีมติปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะและโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา จากการจัดซื้อ ATK
นพ.สมฤกษ์กล่าวว่า กรณีข่าวของ นพ.สุภัทร มีผลกระทบต่อ สธ. จึงจำเป็นต้องแถลงในส่วนที่ สธ.ดำเนินการและสามารถแถลงได้ เนื่องจากนำเนื้อหาสาระที่ประชุม อกพ.สธ.มาเปิดเผยอย่างเป็นทางการไม่ได้ แต่ในส่วนของการตั้งประเด็นและข้อสรุปของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงที่เสนอปลัด สธ.ในสมัยนั้นและเป็นข้อมูลนำเข้าของ อกพ.สธ.สามารถเปิดเผยได้ คือ คำสั่งแต่งตั้งเขียนว่า
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
กรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในเรื่องที่ นายสุภัทร ขณะดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ รพ.จะนะ ได้ดำเนินการจัดซื้อและสั่งอนุมัติให้จัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ รายการเวชภัณฑ์ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในแต่ละครั้งมีวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท จำนวน 5 ครั้ง เป็นการแบ่งซื้อเวชภัณฑ์ชุดตรวจ ATK อันเป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบกระทรวงคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
เป็นการปฏิบัติราชการเพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้สำหรับบริษัทผู้ขายหรือผู้อื่น และทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ได้ดำเนินการสั่งซื้อไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานรัฐ เมื่อได้จัดซื้อเวชภัณฑ์ชุดตรวจ ATK ไปแล้ว ทำให้ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
ผลของการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงสรุปว่า ผิดวินัยอย่างร้ายแรง เสนอลงโทษปลดออกจากราชการ
นายเกตุแก้ว กล่าวว่า การดำเนินการสอบสวนวินัยร้ายแรงดังกล่าว ยืนยันว่าเป็นกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมาย ตามขั้นตอนของระเบียบราชการกำหนดทุกประการ อีกทั้งระยะเวลาเป็นไปตามกฎหมาย มีการขออนุญาตและอนุมัติขยายเวลาตามปกติ เป็นไปตามครรลองปกติกฎหมายทุกประการ ส่วนไทม์ไลน์การดำเนินการคือ
นายเกตุแก้ว แก้วใส ผอ.สำนักมาตรฐานวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
วันที่ 13-17 ก.พ. 2566 สธ.โดยกลุ่มตรวจสอบภายใน เข้าตรวจสอบเรื่องต่างๆ ที่ รพ.จะนะ เป็นการตรวจสอบทั่วๆไป และรายงานผลต่อปลัด สธ.เวลานั้น
วันที่ 7 มี.ค. 2566 สธ.แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนเกี่ยวกับประเด็นการจัดซื้อ ATK
วันที่ 8 พ.ค. 2566 สธ.แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง
วันที่ 21 ก.ค. 2566 ประธานกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงได้รับทราบคำสั่งและมีกระบวนการดำเนินการตามกฎ ก.พ.ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 โดยเริ่มรับทราบคำสั่ง ณ ประชุม และแจ้งผู้ถูกกล่าวหามารับทราบคำสั่ง ผู้ถูกกล่าวหามารับทราบคำสั่งและปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมทั้งมีการยื่นชี้แจงเป็นหนังสือจำนวนหลายแผ่น ซึ่งเป็นการชี้แจงในภายหลังที่มาพบคณะกรรมการสอบฯ ในครั้งแรกแล้ว
วันที่ 23 ก.ย. 2568 คณะกรรมการสอบสวนฯ เสนอรายงานการสอบสวนและความเห็นต่อปลัด สธ.
วันที่ 30 ก.ย. 2568 ปลัด สธ.พิจารณาแล้วเห็นชอบตามคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และให้นำเสนอต่ออกพ.สธ.เพื่อพิจารณาโทษต่อไป
วันที่ 4 ธ.ค. 2568 คณะกรรมการกลั่นกรอง ได้กลั่นกรองก่อนำเข้าที่ประชุม อกพ.สธ.
วันที่ 22 ม.ค. 2569 จึงมีการประชุม อกพ.สธ.และมีการนำเรื่องนี้เข้ามาพิจารณาเพื่อมีมติว่าจะเป็นไปในทางใด
"ทั้งหมดเป็นไทม์ไลน์ปกติ เมื่อการดำเนินการทางวินัยเข้าสู่คณะกรรมการกลั่นกรอง จะต้องเร่งนำเข้าที่ประชุม อกพ.สธ.โดยเร่งด่วน จึงเป็นไทม์ไลน์ว่าทำไมถึงมีการนำเข้าวาระเข้าพิจารณาวันที่ 22 ม.ค. 2569 ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนออกคำสั่งลงโทษทางวินัยตามมติของ อกพ.สธ. ซึ่งเป็นระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดทั้งหมด รวมถึงมีการขออนุมัติเพื่อขยายเวลามีการดำเนินการพิจารณาให้ขยายเวลาตามปกติของกฎหมาย" นายเกตุแก้วกล่าว
ถามถึงกรณี นพ.สุภัทรระบุว่าผลมติน่าจะเป็นโมฆะ เพราะต้องรอ ก.พ.ชุดใหญ่พิจารณาก่อน  นายเกตุแก้วกล่าวว่า ในส่วนของ สธ.ขณะนี้อยู่ระหว่างที่ทำคำสั่งต่อไป ส่วน ก.พ.เป็นส่วนหนึ่งที่อำนาจหน้าที่ของทาง ก.พ. ซึ่งตามกฎหมายไม่ต้องรอในส่วนของ ก.พ. แต่จะมีกระบวนการที่ออกคำสั่งแล้ว ต้องรายงานให้ ก.พ.ทราบภายใน 15 วัน ซึ่งในส่วนผู้แทน ก.พ.ที่อยู่ใน อกพ.สธ.จะมีอำนาจหน้าที่ของเขา ซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ อกพ.สธ.
"ตามมาตรา 104 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ให้อำนาจผู้แทน ก.พ. ที่อยู่ในอกพ.สธ. 1 ท่านที่เห็นแย้งว่ามติไม่เหมาะสม สามารถไปใช้อำนาจตามกฎหมายที่คณะกรรมการ ก.พ.ได้ หาก ก.พ.มีมติเช่นไร สธ.ก็ต้องดำเนินการตามมติของ ก.พ." นายเกตุแก้วกล่าว
ในส่วนของการออกคำสั่งตามมติ อกพ.สธ.นั้น นพ.สมฤกษ์ระบุว่า แม้ประธาน อกพ.สธ.คือ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แต่การออกคำสั่งจะเป็นในส่วนของข้าราชการประจำ ต้องรอตามขั้นตอนซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมเอกสารให้ครบถ้วน การลงนามออกคำสั่งคือรองปลัด สธ.ที่รับผิดชอบเรื่องกฎหมาย คือ นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัด สธ.
"ตามขั้นตอนหากไม่เห็นด้วย นพ.สุภัทรสามารถร้องได้ ตัวแทน ก.พ.ก็หยิบเรื่องไปที่ ก.พ.ใหญ่ และ อกพ.สธ.ก็พร้อมรับว่า ก.พ.ใหญ่มีข้อคิดเห็นกลับมาอย่างไร นอกจากนี้ นพ.สุภัทรสามารถร้องอุทธรณ์กับคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ได้ สามารถดำเนินการได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ถ้าร้องกระบวนการนี้ก็ต้องรอให้ ก.พ.ค.พิจารณาอีกที ทำให้คำสั่งนี้อาจจะยังไม่มีผล คิดว่ามีทางออก ส่วนว่าจะถูกผิดต่างๆ ให้เป็นไปตามขั้นตอน" นพ.สมฤกษ์กล่าว
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ถามว่ากังวลหรือไม่ที่จะออกคำสั่งไปในช่วงที่มีการเลือกตั้ง นพ.สมฤกษ์กล่าวว่า เมื่อมีมติแล้วตามขั้นตอนที่ต้องทำก็ต้องไปตามมติ กรณีนี้เป็นกรณีที่มีประเด็นอยู่ในช่วงที่ นพ.สุภัทรสมัครเลือกตั้ง ก็นำมาคิดส่วนหนึ่ง แต่เราเป็นหน่วยงานราชการเรามีหน้าที่ทำตามกฎหมายหรือขั้นตอนที่จะต้องทำ จะตอบว่าไม่กังวลเลยก็คงไม่ใช่ แต่คงเอามาดูเป็นปัจจัยบ้างส่วนหนึ่ง
ถามย้ำว่ามีแรงกดดันหรือคำสั่งทางการเมืองหรือไม่  นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า เราทำตามกระบวนการ เมื่อมีมติแล้วเราต้องทำขั้นตอนตามมติ ซึ่งตามไทม์ไลน์เรากำลังดูว่าฝ่ายประจำรวบรวมเอกสารเรียบร้อยเมื่อไร คิดว่าอยู่ที่หน้าที่ของเราเองที่ต้องทำหน้าที่ ส่วนปัจจัยอื่นไม่ขอตอบว่าจะอย่างไร แต่เราจะทำตามหน้าที่ กติกา และกฎหมายที่กำหนดไว้
ถามว่าที่ผ่านมาเคยมีการเอาผิดกรณีที่แบ่งซื้อแบ่งจ้างเช่นนี้หรือไม่ นายเกตุแก้วกล่าวว่า การปฏิบัติราชการแล้วทำผิดระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีกรณีมากมายที่มีการแบ่งซื้อเพื่อลดวงเงินมาอยู่ภายใต้อำนาจตัวเอง มีหลายเคสมีลงโทษแต่ไม่ได้เป็นข่าว เป็นไปตามปกติของระบบราชการ ส่วนกรณีมีคำสั่ง ว.115 คณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ ก็มีการนำมาพิจารณาด้วยแล้ว ชั่งน้ำหนัก วิเคราะห์ และมีหลักฐานทุกอย่าง
นายเกตุแก้ว แก้วใส ผอ.สำนักมาตรฐานวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
"พฤติกรรมลักษณะแบ่งซื้อแบ่งจ้างมีมากมาย เช่น จัดซื้อจัดจ้างไปสั่งซื้อของมาก่อนโดยยังไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย แล้วมาจัดซื้อทำเอกสารทีหลังแล้วมีการแบ่งซื้อ เราก็ลงดทษปลดออกไล่ออกก็มี เพราะบางคนเป็นทุจริตเลย เพราะไม่มีของให้โทษ ส่วนเคสนี้เป็นการพิจารณาในเรื่องของตามคำสั่งคือการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง ATK ซึ่งภาวะวิกฤตยังไม่มีในเรื่องนี้ เลยไม่สามารถตอบเป็นตัวอย่างเปรียบเทียบได้" นายเกตุแก้วกล่าว
นพ.สมฤกษ์กล่าวว่า ในเวลาวิกฤตโควิด ทางกรมบัญชีกลางออก ว.115 เพื่อให้รับมือสถานการณ์ได้ ก็ลดขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องทำรายงานขออนุมัติก่อน ทำให้สามารถสั่งของและนำมาใช้ก่อนได้ แต่เมื่อใช้แล้วต้องรายงานผู้บังคับบัญชาว่าตัวเองดำเนินการโดยเร็ว เมื่อรายงานเสร็จแล้วไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างคือกรอบความเข้าใจโดยรวมของ ว.115 ส่วนเรื่องราคาจัดซื้อไม่ใช่ประเด็นที่คณะกรรมการฯ เสนอ แต่อยู่ในสำนวนด้วย
ถามถึงกรรมการทั้ง 3 ท่านใน อกพ.สธ.ให้ยืนยันว่าการลงมติไม่ได้มีการออกคำสั่งมาว่าให้เอาผิด  นพ.สมฤกษ์กล่าวว่า วันนี้ที่มาทั้ง 3 คน เพื่อสร้างความมั่นใจ แต่ละท่านก็ต้องบอกยืนยันตนเองอยู่แล้ว ตัวผมเองตอบไปแล้วว่า ขั้นตอนต่างๆ เราไม่ทำก็ไม่ได้ ถ้าดูจากไทม์ไลน์หาก สธ.ไม่มีคณะกรรมการกลั่นกรองก็คงออกไปตั้งแต่มีมติของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงไปแล้วตั้งแต่ 1-2 เดือนที่แล้ว เพราะฉะนั้นไทม์ไลน์เป็นไปตามนี้ ถ้าไม่ทำยืดออกไป ก็เหมือนจะเป็นการดึงเรื่องออกไป ย้ำว่าเราดูตามหน้าที่และกฎหมายที่ต้องทำ
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย
พญ.อัมพร กล่าวว่า เข้าใจความรู้สึกของทุกท่านและประชาชน ตัวผู้ถูกกล่าวหามีคนที่ชื่นชม เห็นด้วยสนับสนุนหรือเห็นต่าง ก็ปรากฏในสื่อมากมาย แต่ตามที่เรานั่งตรงนี้ในฐานะคณะกรรมการฯ เราดูพิจารณาทำทุกอย่างบนพื้นฐานของความถูกต้อง ตามกฎตามระเบียบตามวินัยและกฎหมาย พิจารณาอย่างรอบคอบถ่องแท้ที่สุด และเดินหน้าไปตามสิ่งที่เห็นว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดสำหรับสังคม ถามว่ามีคนห่วง มีคนรัก มีคนเห็นต่างไหม มีแน่นอน แต่เราต้องยืนบนหลักการที่ถูกต้อง เป็นการทำงานด้วยความรู้สึกมั่นใจและเป็นตัวเองจริงๆ
ด้าน นพ.กิตติศักด์ กล่าวว่า อย่างแรกคือ ไม่มีใบสั่งหรือใครมาสั่ง ข้าราชการประจำมีหน้าที่ตามกฎหมาย เราถูกแต่งตั้งเป็นอนุของ อกพ.สธ. ที่ดำเนินการทำตามขั้นตอนที่ถูกตรวจสอบจากฝ่ายกฎหมายแล้วว่า การดำเนินการต่างๆ นั้นมาโดยชอบด้วยกฎหมาย และเรามีหน้าที่ต้องพิจารณา ซึ่งพิจารณาจากสำนวนต่างๆ ที่คณะกรรมการมากกว่า 1 ชุดดำเนินการมากว่าต่อเนื่องประมาณ 2 ปีเศษ โดยข้อเท็จจริงข้อกฎหมายและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและตัวเราเองด้วย
นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต
"เป็นมติที่ดำเนินการตามกฎหมายและขั้นตอนตามราชการ โดยปกติไม่ว่าข้าราชการคนใดก็ตามมีความผิดใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องก็ต้องดูกดำเนินการไปตามขั้นตอนราชการ ไม่ได้เป้นการกลั่นแกล้ง ไม่มีเหตุการณ์โกรธเคือง แต่ทำตามหน้าที่ที่มอบหมายของราชการ
ส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป เป็นข้อยุติในชั้นของ อกพ.สธ.เท่านั้น ยังมีอีกหลายโอกาสที่ นพ.สุภัทรมีโอกาสขอความเป็นธรรม มีองค์กรที่มาลบล้างคำสั่งชั้นต้นได้อีก ถ้ากรณีเห็นต่างและมีอำนาจทางกฎหมายเหนือกว่า ยืนยันว่าไม่มี และทำโดยความสุจริต มันต้องมีคนทำเพราะเป็นหน้าที่ราชการ" นพ.กิตติศักดิ์กล่าว
ถามย้ำว่ามีข้อสงสัยว่าเรื่องนี้มีการนำเสนอเข้ามาเป็นวาระเร่งด่วนในการประชุมวันที่ 22 ม.ค. 2569  นพ.สมฤกษ์กล่าวว่า สธ.จัดประชุม อกพ.สธ.ทุกเดือน แต่วันที่จะขยับไปมา เวลาจะปรับตามการว่างของผู้บริหารหรือรัฐมนตรีว่าการ สธ.ที่เป็นประธาน ส่วนวาระการประชุม ตามหลักเกี่ยวกับการบริหารบุคคล ทั้งเรื่องวินัยที่มีทุกครั้ง และการบริหารบุคคลที่มีการย้ายตำแหน่งต่างๆ ดังนั้น วาระวินัยก็จะขึ้นกับ ผอ.สำนักมาตรฐานวินัยและระบบคุณธรรมที่จะเอาเรื่องเข้ามา
นายเกตุแก้วกล่าวว่า เราไม่มีการเลือกปฏิบัติเอาวาระอะไรเข้าก่อน ทำอย่างนั้นไม่ได้ แต่ตามไทม์ไลน์คือ เมื่อใดที่สำนวนนั้นรายนั้นผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองก็ต้องเร่งมานำเข้า อกพ.สธ.เมื่อมีการประชุม
พญ.อัมพร กล่าวว่า รู้กำหนดการล่วงหน้าว่าจะมีการประชุม อกพ.สธ. ซึ่งเอื้อให้ประชุมออนไลน์ได้ ซึ่งการเดินทางไป จ.ตรัง ไม่ได้ลาประชุม อกพ.สธ.ไว้ เพราะมั่นใจว่าสามารถจัดการเวลาได้ และช่วงการประชุมคือช่วงการดูงานแล็บ กรมอนามัยมีแล็บอยู่แล้วก็สามารถออกมาประชุมได้ เรียนว่าอาจไม่ได้เป็นไปตามข่าวที่วิตกกังวลประเด็นนี้เกินไป และรู้ล่วงหน้าว่าวาระอยู่ในประชุม
นายเกตุแก้ว แก้วใส ผอ.สำนักมาตรฐานวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ถามว่า รมว.สธ.เป็นประธาน ในช่วงรักษาการสามารถมีมติลงโทษวินัยราชการได้ใช่หรือไม่  นายเกตุแก้ว กล่าวว่า รมว.สธ.เป็นประธาน อกพ.สธ. ถือเป็นกรรมการหนึ่งคน การลงมติพิจารณาตั้งแต่การบริหารบุคคลถึงเรื่องพิจารณาทางวินัย เป็นเรื่องปกติของทางราชการ ไม่ได้เป็นเรื่องทางการเมือง ท่านมาทำหน้าที่ในฐานะเป็นกรรมการหนึ่งท่านและหนึ่งเสียง ดังนั้น
การลงมติไม่ได้เป็นลักษณะในการใช้อำนาจตรงนั้น แต่ใช้อำนาจในฐานะประธานและกรรมการ ซึ่งเป็นงานทางบริหารบุคคลปกติของราชการ และ รมว.สธ.ไม่ได้เป็นผู้ลงนามในคำสั่งหากจะมีคำสั่งต่อไป ก็ไม่ได้เกี่ยวกับการใช้ตำแหน่ง
ถามถึงกรณี นพ.สุภัทรระบุว่ากระบวนการสอบวินัยไม่เคยถูกมาเรียกให้ปากคำ และกระบวนการใช้เวลานาน แต่มีคำตัดสินช่วงนี้  นายเกตุแก้วกล่าวว่า ยืนยันว่าระยะเวลาปกติ กระบวนการสอบสวนทางวินัย ถ้ารวดเร็วก็อาจไม่เป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา ถ้าช้าเกินไปก็ทำให้ไม่เป็นธรรมเช่นกัน แต่กระบวนการของกรณีนี้เป็นไทม์ไลน์ที่ดำเนินภายใต้กรอบกฎหมาย
แม้ระยะเวลาถูกขยายออกไปแต่ก็ได้รับอนุญาตให้ขยายและมีพิจารณาเร่งรัดอยู่ตลอด ส่วนประเด็นชี้แจงเรียนว่า เมื่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงดำเนินการสอบสวน มีการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งฝ่ายกล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งผู้ถูกกล่าวจะได้รับแจ้งข้อกล่าวหา รายงานการสอบสวนมีหลักฐานว่าได้มารับทราบข้อกล่าวและปฏิเสธข้อกล่าวหา ภายหลังยังมีการยื่นหนังสือชี้แจงเป้นเอกสารหลายหน้าเยอะมาก
โฆษณา