28 ม.ค. เวลา 05:16 • การศึกษา

ทำไมถึงไม่ใช้ทางลาด แต่เดินอ้อมเกาะกลางถนน

วันนี้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเข็นรถเข็นข้ามถนนตรงทางม้าลาย ไฟแดงยังคงสว่างอยู่ รถหยุดครบตามกฎ กลางถนนมีเกาะแบ่งเลน พร้อมทางลาดที่ออกแบบมาเพื่อคนใช้รถเข็นได้สะดวก ทุกอย่างดูถูกต้องตามหลักวิศวกรรมและกฎหมายจราจรแต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เธอเลือกเข็นรถอ้อมเกาะ แทนที่จะผ่ากลางเกาะที่มีทางลาด
ภาพนี้อาจไม่ใช่เรื่องของผู้ใช้ทำไม่ถูก ทางลาดที่ผ่านมาตรฐาน แต่ไม่ผ่านประสบการณ์การใช้งานก็เป็นได้ นี่คือกับดักคลาสสิกของการออกแบบเชิงวิศวกรรม เราวัดความสำเร็จจาก การมีอยู่ของฟังก์ชัน ไม่ใช่การถูกเลือกใช้ของฟังก์ชัน
นี่เป็นปัญหาการมีและการเลือกใช้ที่ผู้เขียนพบบ่อยในแง่การพัฒนาทักษะของนิสิต เช่น การใช้ Iinfographic ที่เมื่อทดสอบการสร้างในสถานการณ์ที่กำหนดให้ นิสิตสามารถทำได้อย่างไม่มีปัญหา แต่เมื่อ ใช้การสังเกตในงานที่ไม่ระบุและไม่ได้กำหนด พบว่านิสิตจำนวนมากมีปัญหาในการเลือกหรือไม่เลือกใช้ และรูปแบบที่เลือกหรือไม่เลือกใช้ Iinfographic ขึ้นมาทันที
ย้อนกลับมาที่ Design Thinking ขั้นแรกไม่ใช่การคิดแก้ปัญหา แต่คือ Empathy หรือ การเข้าใจผู้ใช้จริงในบริบทจริง ไม่ใช่ผู้ใช้ในแบบร่าง ไม่ใช่ผู้ใช้ใน checklist มาตรฐาน แต่คือมนุษย์ที่มีประสบการณ์ ความกลัว ความไม่มั่นใจ และความทรงจำสะสมจากการใช้งานที่ผ่านมา
ถ้าผู้ใช้เลือกหลีกเลี่ยงสิ่งที่เราสร้าง แสดงว่าสิ่งนั้นกำลังส่งสัญญาณบางอย่าง และสัญญาณนั้นมีค่ามากกว่าคำอธิบายในแบบก่อสร้าง การออกแบบที่ดีไม่ควรถามพียงว่าเราทำตามข้อกำหนดครบหรือยัง แต่ควรถามเพิ่มว่าอะไรทำให้ผู้ใช้รู้สึกปลอดภัยหรืออยากที่จะใช้จริง และนั่นคือจุดที่ Empathy จะช่วยแก้สมมติฐานของผู้ออกแบบ
หลังจากเห็น ผู้เขียนก็คิดต่อว่าทำไมเธอไม่ใช้ทางลาด? อาจเพราะทางลาดชันเกินไป พื้นลื่น ล้อติดหมุดนำคนตาบอด หรือเพราะต้องหมุนรถในมุมแคบ?
ผู้เขียนสงสัยจนถอดกล้องหน้ารถออกมาดู ก็พบข้อสังเกตที่อาจเป็นเหตุผลได้ข้อหนึ่ง ทางลาดที่ลงถนนก่อนข้ามไปยังเกาะ ไม่ได้อยู่ในแนวเดียวกับทางม้าลาย แต่เยื้องไปด้านหน้าเล็กน้อย ถ้าผู้ใช้รถเข็นจะใช้ทางม้าลายตามที่ออกแบบไว้ต้องเข็นรถลงจากทางเท้าที่ทางลาด แล้วเฉซ้ายออกเช้าแนวทางม้าลายที่มุ่งไปสู่ทางลาดข้ามเกาะกลางถนน ในขณะที่การอ้อมทางม้าลาย เป็นตัวเลือกที่ใช้เวลาและพลังงานในการข้ามถนนน้อยกว่า
ในสายตาของผู้ออกแบบ นี่อาจเป็นความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในเชิงตำแหน่งแต่ในสายตาของผู้ใช้รถเข็น มันคือ ภาระทางกายภาพและเวลาเสี่ยงภัยเพิ่มขึ้น เธอไม่ได้กำลังฝ่าฝืนตรรกะของนักออกแบบ แต่กำลังใช้ตรรกะของการเอาตัวรอด การออกแบบที่ดีสำหรับคนทั่วไป มักทนต่อความเยื้องได้ แต่การออกแบบเพื่อการเข้าถึง (accessibility design) ไม่ควรต้องอาศัยการเอนไปหา
Empathy บอกว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องทางลาดมีหรือไม่มี แต่คือระบบย่อยสองระบบที่ไม่คุยกัน ระหว่างทางม้าลายและทางลาดข้ามเกาะกลางถนน กับ ทางลาดจากทางเดินเท้า บางครั้งการเดินอ้อมไม่ใช่ความไม่เข้าใจของผู้ใช้ แต่คือผลลัพธ์ที่มีเหตุผลที่สุดภายใต้ระบบที่ไม่เคยถูกออกแบบด้วย Empathy
โฆษณา