7 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

Meta หุ้นพุ่ง 8% หลังกำไรทะลุเป้า พิสูจน์ขุมพลัง AI หาเงินได้จริง

Meta เผยผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 และทิศทางในปี 2026 ซึ่งออกมาแล้ว ทำไมตลาดตอบรับในเชิงบวกอย่างมาก จนดันราคาหุ้นพุ่ง +8.8% ในช่วงหลังตลาดปิด (After Hours)
1. รายได้และกำไรพุ่งสูงกว่าคาด (ไตรมาส 4 ปี 2025)
มีรายได้ 5.99 หมื่นล้านดอลลาร์ โต 24% (YoY)
สูงกว่าที่คาดไว้ที่ 5.85 หมื่นล้านดอลลาร์
กำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นเป็น 2.28 หมื่นล้านดอลลาร์ โต 9% (YoY)
แม้จะมีแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
โดยมีกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 8.88 ดอลลาร์
2. ธุรกิจโฆษณาเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ
จำนวนการแสดงโฆษณา (Ad Impressions) เพิ่มขึ้นถึง 18% ขณะที่ราคาเฉลี่ยต่อโฆษณา (Average Price per Ad) เพิ่มขึ้น 6%
เพราะการใช้ AI มาช่วยปรับปรุงระบบหลังบ้านทำให้โฆษณาแม่นยำขึ้น ส่งผลให้ผู้ลงโฆษณายินดีจ่ายเงินมากขึ้นเพราะเห็นผลลัพธ์ (Conversion) ที่ชัดเจน โดยเฉพาะในแพลตฟอร์มหลักอย่าง Facebook และ Instagram
3. คาดการณ์รายได้ (Guidance) ที่แข็งแกร่งเกินคาด
เป้าหมายรายได้ ช่วงไตรมาส 1 ปี 2026 Meta ตั้งเป้าไว้ที่ 5.35 - 5.65 หมื่นล้านดอลลาร์
ซึ่งจุดกึ่งกลางของช่วงนี้ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ 5.13 หมื่นล้านดอลลาร์
การให้ตัวเลขที่สูงเช่นนี้สะท้อนว่า Meta มั่นใจในระบบ AI และสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ว่าจะยังส่งผลดีต่อยอดขายโฆษณาในช่วงต้นปี 2026
4. การเปลี่ยนผ่านสู่ "Personal Superintelligence"
Mark Zuckerberg ย้ำว่าปี 2026 จะเป็นปีที่ Meta ก้าวข้ามจากแค่การแนะนำคอนเทนต์ ไปสู่การสร้าง "AI ส่วนบุคคล" ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน
Advantage+ เครื่องมือโฆษณา AI ของ Meta กลายเป็นเครื่องมือหลักที่ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์สร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งพิสูจน์ให้นักลงทุนเห็นว่าการลงทุนใน AI ไม่ใช่การตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
5. จำนวนผู้ใช้งานและ Engagement
DAP (Family Daily Active People) หรือจำนวนผู้ใช้งานในเครือ Meta ทั้ง Facebook, IG, WhatsApp, Threads รวมกันสูงถึง 3.58 พันล้านคนต่อวัน โต 7% (YoY)
ส่วนคอนเทนต์วิดีโอสั้นอย่าง Reels ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้ผู้ใช้งานใช้เวลาบนแพลตฟอร์มมากขึ้น และเริ่มดึงรายได้โฆษณาได้เทียบเท่ากับหน้า Feed หลักแล้ว..
6. WhatsApp Business และ Threads คือขุมทรัพย์ใหม่
สำหรับ WhatsApp เริ่มเห็นรายได้จาก Business Messaging ซึ่งเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการนำ AI มาช่วยธุรกิจในการตอบโต้กับลูกค้าแบบอัตโนมัติ
ส่วน Threads แม้จะยังอยู่ในช่วงสร้างฐานผู้ใช้ แต่ Meta เริ่มส่งสัญญาณว่า จะเริ่มมีการทดสอบระบบโฆษณาและสร้างรายได้จากแพลตฟอร์มนี้ในปี 2026 ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็น Upside สำคัญ
7. โครงสร้างต้นทุน และการลงทุนใน AI
Meta มีจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น 6% เป็นรวม 78,865 คน แต่เป็นการเพิ่มในส่วนของ "Technical Talent" เพื่อพัฒนา AI โดยเฉพาะ
หน่วยงาน Reality Labs แม้จะยังขาดทุนจากการทำ Metaverse โดยขาดทุน 6 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ แต่บริษัทพยายามควบคุมให้ระดับการขาดทุนไม่สูงไปกว่าปี 2025 เพื่อนำทรัพยากรไปเทให้ฝั่ง AI ที่สร้างรายได้เร็วกว่า
ซึ่งงบลงทุน (Capex) ปี 2026 จะสูงเป็นประวัติการณ์
คาดการณ์ว่า อยู่ที่ 1.15 - 1.35 แสนล้านดอลลาร์
สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 1.10 แสนล้านดอลลาร์
เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI และศูนย์ข้อมูล
ปกติการประกาศงบลงทุนสูงเกินคาด จะทำให้หุ้นตก แต่สำหรับ Meta ตลาดยอมรับได้เพราะ "กำไรโตทันค่าใช้จ่าย"
และมองว่าการลงทุนนี้เป็นการวางรากฐานระยะยาวที่สำคัญ ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของ Meta ในยุค AI
อีกทั้งบริษัทมีการทำสัญญาจัดหาอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานระยะยาว เช่น ดีลกับ Corning สำหรับสายไฟเบอร์ออปติก ซึ่งแสดงถึงการวางแผนที่รัดกุมในการเป็นเจ้าตลาดโครงสร้างพื้นฐาน AI
สรุป ตลาดมองข้ามความเสี่ยงเรื่องการใช้จ่ายหนักไปได้เพราะ Meta แสดงให้เห็นว่า AI ของพวกเขา "ใช้งานได้จริง" และ "หาเงินได้จริง" นั่นเอง..
โฆษณา