3 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ
เทศบาลนครเชียงราย

เกมเก้าอี้ดนตรีที่ชื่อว่า “ทุนนิยม” กับความหดหู่ทางคณิตศาสตร์ของ “ดอกเบี้ยที่สาบสูญ”

ท่ามกลางสายหมอกยามเช้าที่เชียงราย ขณะจ้องมองแท่งเทียนบนกราฟ จู่ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาเกี่ยวกับ “ความผิดปกติ” (Bug) ของโลกใบนี้
พวกเราเหล่าเทรดเดอร์ต่างดีใจและเสียใจไปกับตัวเลขที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงบนหน้าจอในทุกๆ วัน แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจตัวตนที่แท้จริงของ “เงิน” (Money) ที่เรากำลังแย่งชิงกันอยู่อย่างถ่องแท้
ขอสรุปสั้นๆ ตรงนี้เลยว่า “เงิน” ในระบบการเงินสมัยใหม่ แท้จริงแล้วก็คือ “หนี้สิน” และในระบบนี้ มีข้อบกพร่องร้ายแรงทางคณิตศาสตร์ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ฝังรากลึกอยู่
ปฐมบท: เงินที่กำเนิดจากความว่างเปล่า กับดอกเบี้ยที่ไม่มีอยู่จริง
หากเปิดตำราเศรษฐศาสตร์ เราจะพบคำสวยหรูอย่าง “การสร้างเครดิต” (Credit Creation) เรียงรายอยู่ แต่ความเป็นจริงนั้นดิบเถื่อนและโหดร้ายกว่ามาก
เงินจะอุบัติขึ้นจากความว่างเปล่าในวินาทีที่มีใครสักคนกู้ยืมจากธนาคาร ในทางกลับกัน หากไม่มีใครในโลกนี้เป็นหนี้เลย สกุลเงินที่หมุนเวียนอยู่ในโลกก็จะกลายเป็นศูนย์
มาถึงตรงนี้ยังพอเข้าใจได้ แต่ปัญหาอยู่ที่กระบวนการชำระคืน เมื่อธนาคารปล่อยกู้ พวกเขาจะเรียกร้อง “ดอกเบี้ย” เสมอ และตรงจุดนี้เองที่เกิด “ความย้อนแย้ง” (Paradox) เชิงตรรกะขึ้น
“เงินต้น” ถูกพิมพ์ออกมาสู่ตลาด แต่เงินสำหรับจ่าย “ดอกเบี้ย” ไม่เคยถูกพิมพ์ออกมาบนโลกใบนี้
สมมติว่าในโลกนี้มีเพียง “ตัวเรา” กับ “ธนาคาร” เรากู้เงินต้น 100 ดอลลาร์จากธนาคาร ปริมาณเงินในโลกตอนนี้คือ 100 ดอลลาร์ แต่ธนาคารบอกว่า “ต้องคืนมา 105 ดอลลาร์” คำถามคือ เงินอีก 5 ดอลลาร์สำหรับดอกเบี้ยนั้น อยู่ที่ไหน?
คำตอบคือ “ไม่มี” (มันไม่มีอยู่จริง) ทางเดียวที่เราจะหา 5 ดอลลาร์นั้นมาคืนได้ คือต้องไปแย่งชิงมาจากเงินที่คนอื่นกู้มาสร้างขึ้นใหม่เท่านั้น
การล้มละลายที่ถูกกำหนดไว้แล้ว กับอาชีพของพวกเรา
ข้อเท็จจริงนี้มีความหมายที่หนักหนาสาหัสมาก ตราบใดที่สมการ
เงินต้น < เงินต้น + ดอกเบี้ย
ยังคงเป็นจริง การชำระหนี้ทั้งหมดในโลกให้ครบถ้วนนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ทางคณิตศาสตร์
เงินถูกออกแบบมาให้ “ขาดแคลน” อยู่เสมอ ดังนั้น เพื่อรักษาระบบนี้ไว้ “ใครสักคนจำเป็นต้องล้มละลาย”
การแข่งขันทางธุรกิจ ความเหลื่อมล้ำ หรือสงครามเศรษฐกิจระหว่างชาติที่เราเห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความโลภหรือความสามารถที่แตกต่างกันของมนุษย์เพียงอย่างเดียว แต่มันคือ “เกมเก้าอี้ดนตรี” ที่ถูกบีบบังคับโดยโครงสร้างที่บิดเบี้ยว ซึ่งทุกคนต้องแย่งชิงเก้าอี้ที่มีไม่พอตั้งแต่แรก
แล้วเทรดเดอร์อย่างพวกเรา ยืนอยู่ตรงไหนในเกมโศกนาฏกรรมนี้? เราไม่ได้อบขนมปัง เราไม่ได้สร้างนวัตกรรม เราเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ที่เยือกเย็น เฝ้ามองผู้คนที่ตาแดงก่ำจากการแย่งชิงเก้าอี้ และเดิมพันว่า “ใครจะเป็นรายต่อไปที่ร่วงหล่นลงมา” เพื่อตักตวงผลประโยชน์จากสิ่งนั้น อาชีพที่ไร้ผลิตภาพที่สุดและมองโลกในแง่ร้ายที่สุด... นั่นแหละคือเทรดเดอร์
บทสรุป: จงหลงรักในความบิดเบี้ยวนี้
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมานั่งเศร้าโศก ในทางกลับกัน เราควรขอบคุณโครงสร้างที่บิดเบี้ยวนี้ที่มอบโอกาสอันไร้ที่สิ้นสุดให้กับเรา ตราบใดที่เงินเกิดจากหนี้และดอกเบี้ยไม่มีอยู่จริง เศรษฐกิจก็มีแต่ต้องขยายตัวและพังทลายสลับกันไปตลอดกาล เพราะการ “กู้หนี้ใหม่ที่ใหญ่กว่าเพื่อมาใช้หนี้เก่า” (Ponzi Scheme) คือเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
การคร่ำครวญว่าระบบนี้คือการต้มตุ๋น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักวิชาการ หน้าที่ของพวกเรา “Signup Expert” คือการตระหนักรู้ถึงข้อบกพร่องทางคณิตศาสตร์นี้ แล้วขึ้นไปร่ายรำอย่างงดงามยิ่งกว่าใครบนลูกโป่งที่พองจนใกล้จะระเบิด
เมื่อใดที่โลกกรีดร้องว่า “เงินไม่พอ” จงหันไปมองที่กราฟ เพราะที่นั่นมีความผันผวน (Volatility) ที่บริสุทธิ์และงดงาม ซึ่งกำเนิดจากเกมเก้าอี้ดนตรีที่ไม่มีทางหนีพ้น กำลังวาดลวดลายรอเราอยู่
โฆษณา